กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ MILLE’ ก่อนลุยแดนมังกร

จาก Distributor แบรนด์ Etude และ The History Of Whoo สู่การปั้นแบรนด์ เน้นสร้างความเข้มแข็ง พร้อมย้ำ SME จดเครื่องหมายการค้าก่อนส่งออก

เครื่องสำอางนับว่าเป็นสินค้าที่สามารถขายได้ราคา แม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่สินค้าอื่นๆ อยู่ในภาวะที่ไม่สู้ดีมากนัก และยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องทุกปี เพราะในยุคปัจจุบันและหลายช่วงวัยต่างให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์มากขึ้น ซึ่งทำให้ธุรกิจด้านความงาม คลินิกดูแลรักษาผิวพรรณ เครื่องสำอางแบรนด์ชั้นนำต่างๆ จึงเกิดขึ้นมากมายเพื่อรองรับกับความต้องการที่สูงขึ้นทุกปี และทำให้การแข่งขันทางการตลาดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางนับว่าค่อนข้างรุนแรง ซึ่งคุณชัญญาพัชญ์ ณัฐจีราวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท มิลเล่ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้คลุกคลีเป็น Distributor ในวงการเครื่องสำอางเกาหลีมานับ 12 ปี จนมาถึงในวันที่เริ่มทำแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง จะมาร่วมเผยแง่มุมที่น่าสนใจด้วยการเจาะกลุ่มวัย 18 – 35 ปี ที่เรียกว่าอยู่ใน Y – Z Generation และการเจาะเข้าตลาดจีน

คุณก้อย หรือคุณชัญญาพัชญ์ ณัฐจีราวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท มิลเล่ (ไทยแลนด์) จำกัด เริ่มต้นในการเข้ามาทำธุรกิจในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางว่า เริ่มต้นเก็บประสบการณ์จาการเป็น Distributor ให้กับบริษัทเครื่องสำอางแบรนด์ใหญ่ของเกาหลีใต้อย่างแบรนด์ Etude house ซึ่งนับว่าเป็นแบรนด์เครื่องสำอางจากเกาหลีที่มียอดขายสูงมากในจีน โดยสะสมเรื่องประสบการณ์ด้านการตลาด โรงงานการผลิตสินค้าที่คนไทย อาเซียน และจีนชอบ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งหมด จนตอนนี้เริ่มทำ Branding ของตนเองเป็นระยะเวลา 3 ปี ในนามของ MILLE’ และก็ยังเป็น Distributor ให้กับแบรนด์สกินแคร์ระดับ Hi-end ของเกาหลีใต้อย่าง The History Of Whoo

คุณก้อย เล่าให้ฟังต่อว่า แบรนด์เครื่องสำอาง MILLE’ เป็นเครื่องสำอางสัญชาติไทยที่พัฒนามาตรฐานระดับ  World Class ในสายโรงงานการผลิตทั้งไทย เกาหลี และอิตาลี เพื่อรองรับไม่ใช่ตลาดแค่ในประเทศ แต่ขยายไปยังตลาดระดับทวีปเอเชียโดยเฉพาะในตลาดจีน ซึ่งการเตรียมตัวเข้าจีนสำหรับเครื่องสำอางประการแรกต้องมีฐานลูกค้าภายในประเทศก่อนที่จะส่งออกเป็นการสร้างความแข็งแรงและยั่งยืน ผนวกกับโรงงานที่เป็น Supplier มาตรฐานระดับสากลที่เป็น Global Brand ทั้ง 3 ประเทศ ส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมั่นในหลายๆ ประเทศที่แบรนด์จะทำการส่งออก

เมื่อ MILLE’ เติบโตในประเทศไทยระยะหนึ่ง ก็มีนักธุรกิจชาวต่างชาติติดต่อเข้ามาเอง ในการไปออกงานแสดงสินค้า และสนใจหา Distributor ในต่างประเทศบ้างไหม หรือสนใจส่งสินค้าไปขายหรือไม่ ทั้งจากเมียนมา ไต้หวัน ฯลฯ ซึ่งก็ได้ค่อยๆ คัดสินค้า แต่อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือต้องทำแบรนด์ในประเทศให้มีความแข็งแกร่งก่อน

“ก่อนส่งออกประการแรกต้องมีฐานลูกค้าภายในประเทศก่อน
เป็นการสร้างความแข็งแรงและยั่งยืน เมื่อเราอยู่ได้ด้วยตัวเองการส่งออกก็คือเป็นเอ็กซ์ตร้าให้เรา”
คุณก้อย หรือคุณชัญญาพัชญ์ ณัฐจีราวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท มิลเล่ (ไทยแลนด์) จำกัด

ติดอาวุธสร้างตัวตนให้มั่นคงในประเทศก่อนลุยตลาดจีน
ก่อนจะไปตลาดจีน คุณก้อยกล่าวว่า เราต้องสร้างตัวตนก่อนสำหรับคนไทย โดยเริ่มจากการขยายหน้าร้านไปที่ Mega บางนา และเอเชียทีค ซึ่งคนจีนที่เดินทางมาไทยนิยมกัน จากนั้นจึงมีนักธุรกิจและ Distributor จีน สนใจติดต่อกันมาทำให้รู้ว่า MILLE’ ปูมาด้วยพื้นฐานที่ค่อนข้างแข็งแรง จนกระทั่งมีโอกาสเข้าไปเปิด Stand Alone ทั้งสยามพารากอน เซ็นทรัลลาดพร้าว ฯลฯ ที่ตลาดไทยแข็งแรง หรือร้านที่รวบรวมเครื่องสำอางที่แข็งแกร่งอย่าง EVEANDBOY ร่วมเป็น Partner เพื่อวางจำหน่ายเครื่องสำอางในทุกสาขาของ EVEANDBOY ทำให้ MILLE’ เป็นแบรนด์ที่มีตัวตนขึ้นในไทย มั่นคง ภาพลักษณ์ที่ดีสินค้าได้คุณภาพจากโรงงาน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่า MILLE’ จะเติบโตไปได้

“สิ่งสำคัญที่สุดคือเครื่องหมายการค้า” ประธานกรรมการ บริษัท มิลเล่ (ไทยแลนด์) จำกัด ย้ำให้ SME ตระหนักว่า ต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพื่อป้องกันปัญหามากมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะหากจะขยายไปที่ตลาดต่างประเทศ ให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารอไว้เลย แม้จะยังไม่เข้าตลาดเต็มตัวก็ตาม เพราะโดยส่วนตัวนั้นก่อนเข้าตลาดจีนการเตรียมความพร้อมอันดับแรกคือการจดเครื่องหมายการค้า

ไม่เพียงเท่านั้นก่อนเข้าตลาดจีนคุณก้อยยังเตรียมการเรื่องการตลาดอย่างรัดกุมด้วยการดึงพรีเซ็นเตอร์ตัวท็อปจากไทยที่โด่งดังสุดขีดในจีนอย่าง ออม สุชาร์ และ ป้อง ณวัตร มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์ MILLE’ โดยเริ่มทำไปทีละขั้นตอนหาก SME ที่ยังไม่แน่ใจอาจเริ่มต้นกับกระทรวงพาณิชย์เดินเข้าหาเลย ตอนนี้รู้สึกว่า MILLE’ ก้าวไปอย่างมีขั้นตอนและจะมีการทำตลาดที่ถูกต้องให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

“ถ้าแบรนด์ MILLE’ สามารถเป็นที่รู้จักแล้ว ในอนาคตอยากร่วมมือกับ SME ไทย ให้เป็นโรงงานเครื่องสำอางในไทยที่ได้มาตรฐานระดับโลก ให้มาร่วมมือกับแบรนด์ MILLE’ ได้ เช่น สมุนไพร หรือคุณสมบัติอื่นๆ แล้วดูว่าสินค้าใดเหมาะกับตลาดไทย ตลาดอาเซียน หรือตลาดจีน” ประธานกรรมการ บริษัท มิลเล่ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าว

MILLE’ ยินดีที่จะเปิดโอกาสกับสินค้าไทย หรือโรงงานไทยที่ได้มาตรฐาน สามารถเป็น Co-partner กันได้ในอนาคต ภายใต้แบรนด์ MILLE’ เพื่อให้เราสามารถเติบโตไปได้ด้วยกันในอนาคตกับคนไทย

อย่างไรก็ตาม การสร้างมาตรฐานในจีนนั้นเป็นเรื่องยุ่งยาก หากใครจะไปจำเป็นต้องหาPartner ที่ดี ในการช่วยเหลือเรื่องการขึ้นทะเบียนอาหารและยาในจีน เพราะไม่เช่นนั้นจะโดนขโมยเครื่องหมายการค้าไปได้ คุณก้อยอธิบายเพิ่มเติมว่า จำเป็นต้องทำการบ้านอย่างหนัก ในการเลือกบริษัทที่ไว้ใจได้ เพราะว่าบริษัทที่ MILLE’ แต่งตั้งขึ้นมานั้น ต้องทำได้อย่างถูกต้องได้มาตรฐาน เป็นบริษัทที่มีการตรวจสอบข้อมูลได้ รัฐบาลสนับสนุน เช่น มีกระทรวงพาณิชย์รองรับการตรวจสอบและมีตัวตน หากดำเนินการเองโอกาสโดนหลอกหรือขโมยเครื่องหมายการค้านั้นมีสูงมาก โดยเฉพาะ อย.เครื่องสำอางที่ใช้เวลาขึ้นทะเบียน 8 เดือน – 1 ปี และสำคัญที่สุดการเข้าไปจด อย.ที่จีนได้ต้องมีบริษัทเปิดที่จีน จำเป็นต้องจดในชื่อบริษัทที่จีน เพราะฉะนั้น Partner ที่ไว้วางใจเป็นสิ่งจำเป็นมาก

คุณก้อยยังแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า อุปกรณ์ส่งเสริมการค้าทุกอย่างต้องเป็นภาษาจีน เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายในตลาดจีนเข้าใจในสิ่งที่ SME ต้องการสื่อ นอกจากนี้คนจีนเชื่อมั่นกับสินค้าไทยมานาน รู้จักตราสัญลักษณ์มาตรฐานรับรองทางการค้า ธงชาติ เพราะฉะนั้น SME ที่ต้องการป้องกันและสร้างความเชื่อถือ เชื่อมั่นให้กับมาตรฐานการค้าจำเป็นต้องไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือ Trademark ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา และจะได้ตรามา ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงว่าเป็นสินค้าไทยแน่นอนเป็นที่รู้กันทั้งหมดของชาวจีน ไม่ใช่เพียงเท่านั้นการลงทุนกับเครื่องหมายต่างๆ ของหน่วงานราชการยังเป็นสิ่งที่คุ้มค่าแน่นอน และรับรองว่ามีประโยชน์จริงๆ

สุดท้ายนี้คุณก้อยนักธุรกิจสาวสวยยังฝากถึงผู้ประกอบการด้วยว่า จากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางเกาหลีมาก่อน ตลอดที่ผ่านมารัฐบาลเกาหลีใต้ได้ให้การสนับสนุนเยอะมากโดยเฉพาะนำสมุนไพรของเกาหลีมาสร้างมูลค่าในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิว สิ่งนั้นเป็นแนวทางที่ดีมากหาก SME นำสมุนไพรไทยมาทำ แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรมหรือศูนย์การเรียนรู้ ก็อยากให้รัฐบาลไทยช่วยเหลือสนับสนุนมากขึ้นเพื่อให้ SME ไทยได้มีโอกาสเข้าถึงสามารถที่จะทำแบรนด์จากสมุนไพรไทยและส่งออกไปทั่วโลก

Bangkok Bank SME มีบริการสินเชื่อเพื่อการส่งออกในหลายผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองทั้งวงจร ท่านสามารถส่งสินค้าขายถึงปลายทางด้วยบริการแบบเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

 

1583 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น