A BONNE สุดยอด SME แดนสยาม

มารู้จักกับเจ้าของหลากรางวัลการันตีคุณภาพสินค้าไทยครองใจสาวอาเซียน พร้อม เผย แผนรุกเตรียมรับ AEC จีน อินเดีย ตะวันออกกลางและแอฟริกา

หนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางที่น่าจับตามองท่ามกลางสมรภูมิความงามเพื่อหญิงสาวทั่วโลกนั้น กลับเป็น SME จากประเทศไทย ที่พิสูจน์เรื่องคุณภาพสินค้าไทยโดยการได้รับการยอมรับมาตรฐานระดับสากลด้วยรางวัล Super brands ในเวทีระดับอาเซียน ผู้ที่ขับเคลื่อนหลักสำคัญคือ คุณสุเมธ งามเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ พลัส ซัพพลาย จำกัด บริษัทชั้นนำผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกลือสปาน้ำนมจากวัตถุดิบหลักในประเทศ มีความมุ่งมั่นในการสร้าง เอ บอนเน่ ให้เป็นแบรนด์ระดับสากล ภายใต้กรอบวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจที่ว่า “เราจะมุ่งมั่น สร้างสรรค์ และพัฒนา นวัตกรรม เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า”

กำเนิด “เอ บอนเน่”
คุณสุเมธ งามเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ พลัส ซัพพลาย จำกัด เริ่มเล่าเรื่องการก่อตั้งว่า ในปี พ.ศ. 2542 บริษัท เอ พลัส ซัพพลาย จำกัด ภายใต้แบรนด์ เอ บอนเน่ ได้ถือกำเนิดขึ้น โดยก่อนหน้านั้นตนเคยทำงานในโรงงานบรรจุสเปรย์ให้ทั้งแบรนด์ใหญ่จนถึงระดับเล็ก จากประสบการณ์ที่สะสมอย่างยาวนาน จึงเกิดแรงบันดาลใจที่มองเห็นโอกาสเติบโตในตลาดเครื่องสำอางเพราะประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่มีทั้งนวัตกรรม วัตถุดิบและสร้างความต้องการได้ โดยส่วนตัวคุณสุเมธเชื่อในเรื่องนวัตกรรมรวมถึงความแตกต่างของตลาด

คุณสุเมธเล่าต่อว่าเมื่อ 15 ปีก่อนนั้น ได้เห็นตลาดเกลือสปาขัดผิวอาบน้ำในญี่ปุ่นประสบความสำเร็จ จนกระทั่งเกลือสปาอาบน้ำแพร่เข้ามาในประเทศไทย ขณะเดียวที่ธุรกิจด้านสปาในไทยเองก็กำลังเติบโตเช่นเดียวกัน ตรงนี้ทำให้มองเห็นโอกาสบางอย่างในการทำธุรกิจ กำเนิดแนวคิด  สปาแอทโฮม( SPA  AT HOME) คือการนำเอาเกลือมาขัดผิว จนพัฒนาคิดค้นการอาบน้ำแนวใหม่ พร้อมบำรุงบวกกับการขัดผิวไปด้วยกัน หลังจากนั้นได้ส่งออก(Export) โดยใช้แนวคิดพัฒนาการอาบน้ำด้วยนวัตกรรมอาบน้ำจากเกลือ เพื่อผิวสม่ำเสมอเรียบเนียน

เริ่มเป็นที่รู้จักทั้งในประเทศไทยและอาเซียน พร้อมการันตีด้วยรางวัลมากมาย
ผู้บริหารแบรนด์เครื่องสำอางไทยกล่าวว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคคือ “คุณภาพผลิตภัณฑ์” และความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถตอบสนองความต้องการให้กับผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน  ในส่วนความสำเร็จในการขยายกลุ่มผู้ใช้ไปยังประเทศต่างๆทั่วโลกได้ เนื่องจากคุณภาพสินค้าที่คุ้มค่าเกินราคา  เป็นที่รู้จักดีในหมู่สาวๆหลายประเทศ  โดยเฉพาะประเทศฟิลิปปินส์และประเทศเวียดนาม

ทั้งนี้แบรนด์ของคุณสุเมธนั้นสามารถครองใจผู้บริโภค จนได้รับรางวัลผู้ส่งออกยอดเยี่ยม(Best Export)และรางวัลแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม(Best Thai Brand) จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ โดยคุณสุเมธกล่าวอย่างปลาบปลื้มว่า

“ถือว่าเป็นรางวัลสูงสุดของผู้ประกอบการที่ได้รับในประเทศ นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล Superbrands ในประเทศฟิลิปปินส์ 3 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2010 – 2015 ซึ่ง เอ บอนเน่ เป็น SME ไทยเจ้าแรกที่ได้รับรางวัลนี้และยังได้รับรางวัล HWB  ซึ่งเป็นรางวัลสินค้าขายดีที่สุดในร้านวัตสัน ประเทศฟิลิปปินส์ ในปี 2013”

กลยุทธ์เจาะตลาดในประเทศและต่างประเทศ
ด้านการทำงานที่ผ่านมาของการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศได้นั้น เอ พลัส ซัพพลาย ได้ส่งผ่านตัวแทนผู้จัดจำหน่าย(Distributor) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการกระจายสินค้าสู่พื้นที่ โดยในทุกปีทางบริษัทจะลงพื้นที่ไปกับคู่ค้าด้วยการทำการตลาดจะทำควบคู่ไปกับการศึกษาผู้บริโภค ซึ่งในแต่ละพื้นที่มีพฤติกรรมการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ต่างกัน จุดนี้เป็นจุดที่สำคัญในการพัฒนาของ เอ บอนเน่ นำมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ให้ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด

สำหรับประเทศที่เป็นกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน ประกอบไปด้วย ทวีปเอเชีย ได้แก่ ฟิลิปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา เมียนมาร์ และ เกาหลี ด้านทวีปตะวันออกกลาง ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ เยเมน กาตาร์ ลิเบีย และทวีปแอฟริกา ได้แก่ ซูดานกับไนจีเรีย

“การพัฒนากลยุทธ์นั้น ไม่สามารถหยุดความสำเร็จไว้ที่ก้าวแรก มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ออกมาได้มาตรฐานระดับสากล ในขณะเดียวกันมีการพัฒนาอุปกรณ์หรือเครื่องมือการขายเป็นอีกภาคส่วนที่สำคัญ สร้างการเรียกร้องสินค้าและสร้างการจดจำที่ดีสำหรับแบรนด์ ทั้งนี้การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ภายในร้านจัดจำหน่ายเป็นอีกภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อส่งต่อตวามพึงพอใจผ่านคุณภาพสินค้าด้วยความประทับใจของการเข้าถึงความต้องการผู้บริโภค”

ด้วยความที่เป็นสินค้าเข้าถึงง่าย ทั้งในด้านราคาและคุณภาพ รวมถึงเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ที่สำคัญเป็นแบรนด์จากประเทศไทย ในหลายประเทศให้ความเชื่อถือในสินค้าไทย นอกจากนี้คุณสุเมธเน้นย้ำกับการทำการตลาดและพัฒนาสินค้าให้ตรงความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ (Localized marketing) จุดของความสำเร็จในการสร้างตราสินค้าคือ ต้องเข้าใจผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ เช่น ลูกค้าในตลาดที่ซื้อสินค้าเป็นใคร ซื้อสินค้าจากที่ไหน ทำอย่างไรให้ลูกค้าสามารถซื้อหรือเห็นหรือได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ได้ง่าย

เตรียมตัวในการเข้าสู่ตลาดระดับอาเซียน
สำหรับ เอ บอนเน่ ได้มีการทำการค้าในต่างประเทศมานานกว่าทำตลาดในประเทศไทย ในด้านการเตรียมตัวเข้าสู่  AEC ได้แบ่งการเตรียมงานเข้าสู่ AEC เป็น 3 ข้อหลักๆ ได้แก่ 1. การตรวจสอบรายละเอียดขั้นตอนและเอกสารต่างๆ เช่น เครื่องหมายการค้า  ในการส่งออกให้ถูกต้องครบถ้วน โดยบริษัทได้มีการจดทะเบียนการค้าในต่างประเทศมากกว่า 15 ประเทศทั่วโลก  2. การเตรียมตัวในการพัฒนาคู่ค้าและสร้างตราสินค้า และ 3. แผนในการเพิ่มช่องทางในส่วนของพื้นที่การจัดจำหน่ายสินค้า

“เอ บอนเน่ เริ่มทำการตลาดจากไทยจนเมื่อได้รับการยอมรับแล้วจึงขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ตลาดที่ประสบความสำเร็จต่อจากไทยคือ ฟิลิปปินส์ ผลตอบรับดี เพราะ 1. เป็นสินค้านำเข้า 2. คุณภาพสูง คุ้มค่า ราคา แพ็กเกจ ใช้แล้วเห็นผลในทันที ประกอบกับฟิลิปปินส์อัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูง ทำให้รู้จักมากขึ้น มีการรีวิว มีการพัฒนาสินค้าจากรุ่นขวดเป็นซอง เป็นการลดการใช้พลาสติก เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน มีการพัฒนารูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ – บรรจุภัณฑ์และพัฒนาสูตรสินค้า”

รุก ค้าปลีก – ส่ง ไทย อาเซียน
ต่อจากนี้วางแผนเรื่องการตลาดในประเทศโดยจะมุ่งเน้นการตลาดแนวรุก 2 ส่วนเพิ่มมากขึ้น  โดยในส่วนของโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) ปัจจุบันสินค้าของเอ บอนเน่ จัดจำหน่ายผ่าน เซเว่นอีเลฟเว่น เทสโก้โลตัส วัตสัน เดอะมอลล์ ซึ่งจากนี้จะขยายฐานการจัดจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรดและคอนวีเนียนสโตร์เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน เจอเนรัล เทรด (General Trade) ทาง เอ พลัส ซัพพลาย ได้เป็นพันธมิตรกับบริษัททำการตลาดที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อดำเนินการศึกษากลุ่มผู้บริโภคในส่วนภูมิภาค ซึ่งผลตอบรับจากการรุกตลาดภายในประเทศได้รับผลตอบรับที่ดีและคาดว่าในปีหน้า เอ บอนเน่ จะกระจายสินค้าได้ครบทั่วประเทศ

จีน อินเดีย ตะวันออกกลางและแอฟริกาเตรียมแผนรบเต็มสูบ
ด้านแผนการดำเนินงานในอนาคต 5 ปี ข้างหน้า ยังคงเน้นด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำการตลาดภายในประเทศที่เข้มข้นขึ้นแล้ว และในต่างประเทศ กลุ่มภูมิภาคอาเซียน เอ พลัส ซัพพลาย ยังเตรียมตัวทั้งในด้านจัดจำหน่ายและศูนย์กระจายสินค้ามีการคาดการณ์ว่าจะดำเนินการสร้างเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันในประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกกลางจะเพิ่มคู่ค้าและผู้จัดจำหน่าย รวมไปถึงการเดินหน้าเข้าสู่ตลาดประเทศจีน อินเดียและประเทศในทวีปแอฟริกาอย่างเต็มรูปแบบ

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

sme BBL_Go inter Case_A BONNE

640 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น