ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงยุคประเทศไทย 4.0

รัฐบาลยก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” สู่แผนพัฒนาเศรษกิจฯ ฉบับที่ 12 พาชาติสู่ 4.0 พร้อมการบูรณาการบนทางสายกลาง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประเทศและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”  ได้มีการบันทึกเป็นพระบรมราโชวาทครั้งแรกปี 2517 ในงานพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันพุธที่ 18 กรกฎาคม 2517 ไว้ความตอนหนึ่งว่า

“…การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมี พอกิน พอใช้ ของประชาชนเป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะทางเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกฐานะทางเศรษฐกิจขึ้นได้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศ และของประชาชน โดยสอดคล้องด้วย จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่างๆได้ ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวในที่สุด…”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ จนกลายเป็นทฤษฎีที่แพร่หลายและถูกนำปรับไปใช้ในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก

สำหรับในประเทศไทยตลอดเวลาที่ผ่านมาเหมือนว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านเข้ามาบริหารแทบไม่มีรัฐบาลไหนเลยที่ไม่นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยเฉพาะการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาใช้กับยุคที่รัฐบาลกำลังเร่งพัฒนาประเทศไทย 4.0

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ นั้น ถูกขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์ “สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ตั้งเป้าพาประเทศไทยสู่ 4.0 เปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงแบบความมั่นคง

“ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 ตั้งแต่ปี 2545 จนถึงฉบับปัจจุบัน ระยะเวลากว่า 15 ปี”

ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แผนพัฒนาฯ ฉ. 12 ได้น้อมนำหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาประเทศต่อเนื่องจากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9-11 เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยให้สังคมไทยสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง เกิดภูมิคุ้มกัน และมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ส่งผลให้การพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและการปรับโครงสร้างประเทศไทยไปสู่ประเทศไทย 4.0

นอกจากนี้ หลักสำคัญของ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ที่อยู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของประเทศ ฉบับที่ 12 ในระยะ 5 ปีนี้ จะมุ่งพัฒนาในทุกมิติมีการบูรณาการบนทางสายกลาง มีความพอประมาณ มีเหตุผล รวมถึงมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี สอดคล้องกับภูมิสังคม การพัฒนาทุกด้าน มีดุลยภาพ ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และระบบนิเวศน์ ซึ่งเป็นการสอดรับ เกื้อกูล และพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน โดยการพัฒนาในมิติหนึ่งต้องไม่ส่งผลกระทบทางลบต่อมิติอื่นๆ ในหลักคุณธรรมจริยธรรม มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมนำไปสู่การสร้างสังคมที่พึงปรารถนา รวมถึงมีจิตอนุรักษ์ รักษา ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องและเหมาะสมอีกด้วย

 

5411 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น