“สหพัฒน์”ผนึก“ลาซาด้า”เบิกทางสินค้าในเครือบุกโลก

เครือสหพัฒน์ ปรับตัวรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจ จากหน้าร้านการค้า สู่แพลตฟอร์มออนไลน์ รับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัล

คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ และประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ผนึกกับพันธมิตรออนไลน์ระดับโลกอย่างลาซาด้า ด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู)เพื่อนำสินค้าและบริการของเครือสหพัฒน์เข้าไปทำตลาดผ่านช่องทางขายของลาซาด้าอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ผ่านมาได้ทดลองทำตลาดจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2557

นอกจากนี้ ยังมองโอกาสการร่วมมือดังกล่าวในการนำสินค้าและบริการของเครือสหพัฒน์เข้าไปจำหน่ายทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดอาเซียน 6 ประเทศ เช่น   มาเลเซีย สิงคโปร์  อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย ซึ่งลาซาด้ามีฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งอยู่ รวมถึงจีน ในฐานะที่อาลีบาบาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของลาซาด้า

ขณะที่แนวโน้มในอนาคต ช็อปปิงออนไลน์จะมีบทบาทสำคัญมากต่อธุรกิจการค้าขาย เพราะผู้บริโภคกลุ่มใหญ่จากนี้ไปจะเป็นคนที่เกิดในปี 2000 ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอำนาจซื้อ และมีส่วนทำให้การช็อปปิงออนไลน์ขยายตัวได้ถึง 50% ใน 20 ปีข้างหน้า

สำหรับการนำสินค้าไปจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของลาซาด้า จะต้องพิจารณาตามความเหมาะสม แต่การเซ็นเอ็มโอยูครั้งนี้ จะเป็นการทำให้บริษัทในเครือที่มีอยู่ประมาณ 200 บริษัท รู้ทิศทางของเครือโดยทันที ส่วนเป้าหมายของการร่วมมือกับลาซาด้า บริษัทคาดว่าภายใน 3 ปี จะสามารถทำยอดขายได้หลัก 1 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนรายได้ออนไลน์ 10% ที่เหลือ 90% เป็นช่องทางออฟไลน์และอื่นๆ

ขณะที่ปัจจุบันยอดขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มีสัดส่วนไม่ถึง 1% โดยแพลตฟอร์มที่มีก็จำนวนมาก เช่น เว็บไซต์วาโก้ thailandbest Shopsmart เป็นต้น

ด้านคุณอเล็กแซนดรอ บิสชินี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ลาซาด้าดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าออนไลน์ใน 6 ประเทศอาเซียน โดยแนวโน้มพฤติกรรมการช็อปปิงออนไลน์จะเน้นผ่านมือถือมากขึ้น โดยไทยมีแนวโน้มที่จะยกระดับการช็อปปิงออนไลน์สูงขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันลาซาด้ามีสินค้าจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ลาซาด้าประเทศไทยประมาณ 10 ล้านรายการ และในต่างประเทศมีมากถึงหลักหลายร้อยล้านรายการ ใน 17 กลุ่มสินค้า และในอนาคตบริษัทกำลังลงทุนสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี โดยคาดว่าคลังสินค้าดังกล่าวจะแล้วเสร็จปีหน้า

1068 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น