นายกฯเร่งแก้ปัญหาใช้ ม.44 ผ่อนคลาย พ.ร.ก.ต่างด้าวเป็นการชั่วคราว ซูจีขอเจรจาไทย

นายกฯ ย้ำรัฐพร้อมแก้ปัญหาผลกระทบ พ.ร.ก.ต่างด้าวฉบับใหม่ แต่ต้องเคารพพันธกรณีที่ทำไว้กับต่างประเทศ ยืนยันดูแลแรงงานไทย-ต่างด้าวเท่าเทียม “ซูจี” รับปากชาวเมียนมา เจรจาไทยแก้ปัญหา

กรณีรัฐบาลออกพระราชกำหนด การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560 ซึ่งมีบทลงโทษที่สูงเกินไปและเกิดผลกระทบ วงกว้างในภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ จนรัฐบาลเตรียมที่จะใช้คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ตามมาตรา 44 ผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมายออกไปอีก 120 วัน ในมาตรา 101, 102 และ 122 เพื่อให้แรงงานต่างด้าวขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบปัญหาและเข้าใจถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าว โดยจะใช้มาตรา 44 ชะลอหรือเลื่อนการบังคับใช้บางมาตราที่มีบทลงโทษรุนแรงไปก่อน เพราะนายจ้างและลูกจ้างเตรียมตัวไม่ทัน แต่มาตราที่เหลือยังคงบังคับใช้อยู่ สัปดาห์นี้ทุกอย่างเรียบร้อย ทุกฝ่ายอย่าได้กังวล แรงงานต่างด้าวสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

“รัฐบาลเคารพในพันธกรณีที่ทำไว้กับประเทศต่างๆ และให้ความสำคัญกับการต่อต้านการค้ามนุษย์ จะไม่ให้การใช้หรือไม่ใช้พ.ร.ก.ดังกล่าว เป็นอุปสรรคในเรื่องนี้ การออกกฎหมายถือเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อสร้างมาตรฐานของการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในไทย ซึ่งสอดคล้องกับกฎกติกาและการยอมรับของต่างประเทศ”

โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่ารัฐบาลมีหน้าที่ดูแลแรงงานทุกคนที่อยู่ในประเทศ ทั้งแรงงานไทยและต่างด้าว ภายใต้หลักมนุษยธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงขอเตือนว่าอย่าหลงเชื่อที่อ้างว่ารัฐบาลเอาใจแต่แรงงานต่างด้าวไม่สนใจแรงงานไทย ต้องยอมรับความจริงว่าแรงงานไทย 38.3 ล้านคน ทั้งที่เป็นแรงงานในระบบ 17 ล้านคน และนอกระบบ 21.3 ล้านคน ไม่นิยมทำงานบางอย่าง ทำให้แรงงานขาดแคลน เช่น งานกรรมกร ก่อสร้าง ประมง เกษตร คนรับใช้ในบ้าน จึงจำเป็นต้องอาศัยแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำแทน ซึ่งเป็นผลดีต่อทั้ง 2 ฝ่าย

“ไม่อยากให้มองการแก้ปัญหาเป็นเรื่องการเมือง  ทุกคนควรมองกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น กฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ พันธสัญญาต่าง ๆ ที่แต่ละประเทศมีร่วมกัน เราต้องเดินหน้าแก้ไขข้อบกพร่องที่มีอยู่ทั้งระบบเพื่อให้เกิดความยั่งยืน รัฐบาลจึงต้องหามาตรการที่เหมาะสมเข้ามาดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมายและบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งการดูแลสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของแรงงานต่างด้าวและแรงงานไทยอย่างเท่าเทียมกัน”พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีขอให้ทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และประชาชนร่วมกันแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง เพราะเป็นปัญหาระดับประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจได้ หากเพิกเฉย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

ขณะที่พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าแนวทางการบังคับใช้พ.ร.ก.ดังกล่าว ต้องรอดูความชัดเจนจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะมีแนวทางการปฏิบัติอย่างไร ส่วนที่มองว่าพ.ร.ก.ฉบับนี้จะเป็นช่องว่างให้ตำรวจไปเรียกรับผลประโยชน์นั้น ไม่อยากให้มองว่าเป็นช่องว่าง แต่เป็นการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งยังมีมาตรการป้องกันและลงโทษผู้กระทำผิดที่เรียกรับผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือหน่วยงานใดก็ตาม

อย่างไรก็ดี การที่แรงงานเมียนมา ถูกลอยแพจากนายจ้าง ทำให้แรงงานกลับไปที่จ.เมียวดี เพิ่มขึ้นราว 15,000 คนแล้ว และยังคงมีต่อเนื่อง จากปัญหาการเลิกจ้าง ขณะที่นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  ได้ให้ความสนใจมาก จนถูกสื่อมวลชนในเมียนมา และกลุ่มองค์กรต่างๆ ไปพบ ซึ่งนางอองซาน ซูจี รับปากที่จะนำเรื่องนี้คุยกับรัฐบาลไทย เพราะเกี่ยวกับการออกกฎหมายไทย เพราะปัญหานี้ ทำให้ชาวเมียนมาได้รับผลกระทบ มีคนตกงานนับ 10,000 คน เป็นเรื่องที่มีการให้ความสนใจมากในเมียนมา และวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อออนไลน์

ที่ ด่านพรมแดนผ่านแดนถาวรบ้านปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี ชาวลาวชายหญิงจำนวนมากพากันเดินทางกลับจากขายแรงงานในกรุงเทพมหานคร ด้วยรถโดยสารทั้งประจำทางและรถเหมาต่างๆ เพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบก่อนที่จะนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงสู่ถิ่นลำเนา ซึ่งมีหลายคนที่ไม่มีหนังสือทำงานหรือหนังสือ (เอ็มโอยู) ที่ถูกต้องตามกฎหมายกำหนด

ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เห็นด้วยกับรัฐบาลในการออกมาตรา 44 บรรเทาผลกระทบ โดยเลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย 3 มาตรา คือ มาตรา 101 กรณีการเอาผิดลูกจ้าง มาตรา 102 เอาผิดนายจ้างที่รับคนมาทำงานในอาชีพพิเศษบางอย่างโดยไม่รับอนุญาต และมาตรา 122 การรับคนที่ไม่มีใบอนุญาตมาทำงาน ซึ่งมาตราเหล่านี้เป็นเรื่องการเอาผิดและมีโทษหนักแก่นายจ้างหรือลูกจ้าง ซึ่งปรับตั้งแต่ 400,000-800,000 บาทบาทต่อคน โดยให้เลื่อนการบังคับใช้ออกไป 120 วัน ระหว่างนี้จะไม่มีการจับกุม ยกเว้นมีการค้ามนุษย์หรือกระทำผิดอย่างอื่น ขอให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ 23 มิถุนายนตามที่ พ.ร.ก.การบริหารจัดการของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ประกาศบังคับใช้

ทั้งนี้ ยอมรับว่ากฎหมายแรงงานฉบับใหม่มีบทลงโทษรุนแรงและเอกชนปรับตัวไม่ทัน ในส่วนโรงงานขนาดใหญ่จะลงทะเบียนแรงงานหมดแล้ว ผู้มีปัญหาจึงเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)  โดยเฉพาะรายย่อยภาคบริการ ร้านอาหาร แม่บ้าน ก่อสร้างรายย่อย ภาคเกษตร ส่วนใหญ่ยังไม่ลงทะเบียน  คำสั่ง ม.44 จึงเปิดทางให้นายจ้างรายเดิมในปัจจุบันพาแรงงานต่างด้าวไปลงทะเบียนให้ถูกต้อง แต่ไม่ใช่แรงงานใหม่ จึงไม่อยากให้ตื่นตระหนกกับกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ เพราะถือว่ามีกฎเกณฑ์ดูแลแรงงานให้มีมาตรฐานมากขึ้น

สำหรับในวันนี้ (4 ก.ค.) กกร. จะมีการนำปัญหา พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวไปหารือเพื่อที่จะกำหนดมาตรการนำเสนอรัฐบาลเพื่อแก้ไขแบบยั่งยืน โดยเฉพาะต้องการให้ชัดเจนในเรื่องของแนวทางปฏิบัติในระยะเวลา 120 วัน

7563 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น