คาเฟ่ อเมซอนลุยตั้งร้านเขตเคยเกิดแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น

อเมซอน สยายปีกไปลงทุนในดินแดนแผ่นดินไหวของญี่ปุ่น ซินโซ อาเบะให้เกียรติมาเปิดร้าน อนาคตจะขยายเพิ่มไปยังเมืองสำคัญ มีแผนพ่วงร้านอาหารไทยมาเปิดเป็นเครือข่าย

คุณเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท.ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจของร้านคาเฟ่อเมซอน สาขาคาวากุจิ ซึ่งเป็นแฟรนไชส์สาขาแรกในญี่ปุ่น ได้รับเกียรติจากนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี รวมกว่า 50 ท่าน เดินทางมาเยี่ยมชมในวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยนายอาเบะ ได้แสดงความขอบคุณและแสดงความประทับใจที่ ปตท. เข้ามาพื้นที่นี้ที่เคยเกิดแผ่นดินไหว และอุบัติเหตุเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งการขยายสาขานี้ เป็นการเริ่มรุกตลาดกาแฟสดในเอเชียให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังจากขยายสาขาต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียนไปแล้ว

“คาเฟ่ อเมซอนสาขานี้ เป็นการขายสิทธิแฟรนไชส์ให้กับบริษัท โคโดโม เอเนอร์จี ซึ่งเป็นบริษัทญี่ปุ่นที่ทำธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอนนี้ก็กำลังหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการขยายสาขาแห่งที่ 2 ในญี่ปุ่นต่อไป เช่น ในโอซากา โตเกียว เนื่องจากตลาดกาแฟญี่ปุ่น ถือเป็นตลาดกาแฟที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก มีทั้งร้านกาแฟของญี่ปุ่นเอง และแฟรนไชส์ต่าง ๆ จากทั่วโลก ซึ่งสาขานี้ ปตท. ได้พัฒนากาแฟสูตรพิเศษ ให้ตรงกับรสนิยมของชาวญี่ปุ่น โดยยังคงใช้เมล็ดกาแฟจากโครงการหลวงของไทย และสาขานี้ยังจำหน่ายอาหารอีกด้วย”

คุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บมจ.ปตท. กล่าวว่า คาเฟ่ อเมซอนได้ขยายสาขาในภูมิภาคอาเซียนไปแล้ว 63 สาขา เช่น ลาว กัมพูชา เมียนมา ฟิลิปปินส์ และอยู่ระหว่างเจรจาขยายสาขาในมาเลเซีย สิงคโปร์ ขณะที่นอกอาเซียน กำลังเจรจาที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และกำลังจะเปิดในโอมาน ภายในปีนี้ ซึ่งรูปแบบการขยายสาขา จะเป็นการขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ลงทุนในประเทศนั้น ๆ

การขายแฟรนไชส์ของคาเฟ่ อเมซอนในประเทศต่าง ๆ นอกจากการเปิดขายกาแฟในคาเฟ่ อเมซอน ยังนำร้านค้าของผู้ประกอบการต่าง ๆ ของไทยไปด้วย เช่น สาขาในอาเซียน จะนำร้านฮั่วเซ่งฮงติ่มซำ โดนัทของแด๊ดดี้โด ซึ่ง ปตท. ได้ซื้อมา ยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวมัลลิการ์ และร้านอื่น ๆ อีก ในอนาคตก็จะคัดเลือกร้าน หรือสินค้าต่าง ๆ ของผู้ประกอบการไทยเข้าไปจำหน่ายในประเทศต่าง ๆ นอกอาเซียนด้วย เพื่อเป็นการขยายตลาดให้เอสเอ็มอีไทย

นอกจากนี้หน่วยธุรกิจน้ำมัน ยังขยายความร่วมมือด้านธุรกิจสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โดยจับมือกับ 2 ค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น คือ นิสสัน และมิตซูบิชิ และกับอีก 4 ค่ายรถยนต์ชั้นนำ ประกอบด้วย บีเอ็มดับเบิลยู เมอร์เซเดสเบนซ์ ปอร์เช่ และวอลโว่ เริ่มศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2554 เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบัน ปตท. มีพีทีที อีวี สเตชั่น ที่มีเครื่องชาร์จไฟที่ได้มาตรฐานยุโรป และมาตรฐานญี่ปุ่น ทั้งหมด 6 แห่ง เช่น อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาแหลมฉบังขาออก จ.ชลบุรี และมีแผนที่จะขยายเพิ่มเป็น 20 สถานี ภายในปี 2560

ส่วนความคืบหน้าการแยกหน่วยธุรกิจน้ำมันออกจาก ปตท. เป็นบริษัท น้ำมันและการค้าปลีก (พีทีทีโออาร์) ยังเป็นไปตามกรอบเวลาเดิม คือ หากแยกทรัพย์สินทุกอย่างได้ทันสิ้นปีนี้จะสามารถขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ได้ภายในปี 2561 แต่ถ้าการดำเนินการแยกทรัพย์สินไม่แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ก็จะต้องเลื่อนการขายไอพีโอออกไปเป็นปี 2562 ซึ่งก็ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป.

2139 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น