เปิดปัจจัยสุดแกร่ง ‘กัมพูชา’ ไม่ได้มีดีแค่ GDP

เปิดหาสาเหตุกัมพูชา GDP เฉลี่ยกว่า 7% ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา พร้อมส่อง 7 ปัจจัยหนุนกัมพูชาน่าลงทุนที่สุดใน CLMV

ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) สามารถบ่งบอกถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ ว่าน่าลงทุนหรือไม่ หากมีการหยุดชะงักหรือชะลอตัว หรือไม่เป็นไปตามเป้าหมายการคาดการณ์ของธนาคารกลางประเมิน รวมถึงการจ้างงานที่ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ จะส่งผลให้การลงทุนในอุตสาหกรรมและอัตราการบริโภคของประชาชนลดลง จนทำให้ GDP ติดลบได้ ซึ่งหากดูที่ตัวเลขดังกล่าวจะทำให้ประเทศที่น่าลงทุนที่สุดในย่าน CLMV นั้นคือกัมพูชา

ปัจจัยหนุนกัมพูชาน่าลงทุนที่สุดใน CLMV
กรมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยข้อมูล GDP กัมพูชาตั้งแต่ปี 2014 – 2016 ที่เฉลี่ยร้อยละ 7 ติดต่อกันตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งเมื่อเทียบปัจจัยต่างๆ กับบรรดาประเทศ CLMV และยังนับว่าสูงเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมากัมพูชายังมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ เฉลี่ยกว่าร้อย 7ต่อปีทำให้มีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติเข้ากัมพูชาเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจัยหนุนหลักๆ คือ นโยบายเปิดกว้างรับการลงทุนจากต่างประเทศ การได้รับสิทธิพิเศษภาษี 0% ภายใต้กรอบ EBA จากประเทศผู้นำเข้า การมีต้นทุนค่าแรงต่ำและการเมืองที่มีเสถียรภาพในหลายปีที่ผ่านมา

ทั้งหมดทั้งมวลจึงทำให้ดินแดนแห่งนครวัดและศูนย์กลางอารยธรรมอย่างจักรวรรดิขแมร์ หรืออาณาจักรขอมโบราณก็ดูเหมือนมีความพร้อมมากที่สุด รวมถึงวัฒนธรรมศาสนานิสัยใจคอที่มีความคล้ายคนไทยมากทำให้กัมพูชากลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากที่สุด ทำให้ SME อาจไม่ต้องปรับตัวมากนัก

โดยเฉพะกลุ่มคนที่มีความต้องการเข้าไปตั้งโรงงานการผลิตที่กัมพูชา เพื่อขายในกัมพูชาหรือต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีของกัมพูชาต่อประเทศคู่ค้าอย่างยุโรป สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ โดยเฉพาะสิทธิพิเศษ GSP ระหว่างกัมพูชา – ยุโรป และกัมพูชา – สหรัฐฯ ที่กัมพูชาได้สิทธิพิเศษมากกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน

SIEM REAP, CAMBODIA

หากกัมพูชาไม่ใช่ประเทศที่ SME จะเข้าไปแสวงหาแรงงานที่มีต้นทุนต่ำ และเหตุใดหลายธุรกิจถึงย้ายไปที่กัมพูชา?

ใครที่คาดหวังจะไปขุดทองกลุ่มแรงงานราคาถูกอาจต้องคิดใหม่ เนื่องจากแรงงานกัมพูชามีทางเลือกโดยเฉพาะการเข้ามาทำงานในประเทศไทยที่ได้ค่าแรงสูง เพราะฉะนั้นหลายธุรกิจที่เข้าไปตั้งโรงงานจะมีปัญหาเรื่องค่าแรงถ้าจ่ายที่เรทขั้นต่ำของกัมพูชาที่ราว 5,000 บาท/เดือน จะหาแรงงานยาก จึงต้องจ่ายราว 6,800 บาท – 8,500 บาท/เดือน (ยังไม่รวมสวัสดิการ) เพราะฉะนั้นคำตอบจึงอยู่ตรงนี้ว่าเหตุใดหลายธุรกิจย้ายไปที่กัมพูชาแม้ว่าค่าแรงจะสูงขึ้นก็ตาม เพราะธุรกิจที่เหมาะจะเข้าไปตั้งโรงงานคือธุรกิจที่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีของกัมพูชาได้ ขณะที่ค่าแรงนั้นต้องมีการปรับขึ้นทุกปี

ซึ่งอุตสาหกรรมที่เหมาะจะเข้าไปตั้ง ได้แก่ ผลิตสินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้าสำเร็จรูป อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมรถยนต์ เป็นต้น โดยแบรนด์ระดับโลกที่เริ่มย้ายฐานการผลิตไปกัมพูชาแล้วประกอบด้วย GAP ZARA Columbia Uniqlo Toyota และ Lenso เป็นต้น

“แรงงานกัมพูชามีทางเลือกโดยเฉพาะการเข้ามาทำงานในประเทศไทยที่ได้ค่าแรงสูง
เพราะฉะนั้นหลายธุรกิจที่เข้าไปตั้งโรงงานจะมีปัญหาเรื่องค่าแรง
ถ้าจ่ายที่เรทขั้นต่ำของกัมพูชาที่ราว 5,000 บาท/เดือน จะหาแรงงานยาก
จึงต้องจ่ายราว 6,800 บาท – 8,500 บาท/เดือน (ยังไม่รวมสวัสดิการ)”

ภาคบริการและค้าปลีกคือไฮไลท์สำคัญของปี 2017
กรมการค้าระหว่างประเทศ ยังระบุอีกว่า กัมพูชามีความต้องการสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคชาวต่างชาติ ประกอบกับชาวกัมพูชาเองก็มีฐานะทางการเงินดีขึ้นตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งชนชั้นกลางที่เพิ่มจำนวนขึ้น และกลุ่มคนรวยขั้นมหาเศรษฐีที่ยิ่งรวยมากยิ่งขึ้น กรุงพนมเปญในอนาคตจึงมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นเมืองของนานาชาติ ทำให้กัมพูชาจะกลายเป็นโอกาสครั้งสำคัญ โดยเฉพาะในลักษณะห้างสรรพสินค้า เนื่องจากซุปเปอร์มาเก็ตยังเป็นรูปแบบที่คนกัมพูชาไม่นิยม ผู้คนเคยชินกับการใช้จ่ายตลาดที่มีของสด มากกว่าอาหารแช่เย็นในห้างสรรพสินค้า ด้วยรูปแบบความคิดที่ว่าของที่ใส่บรรจุภัณฑ์วางขายให้ห้างฯ นั้นไม่มีความสด เพราะฉะนั้นค้าปลีกระดับโมเดลใหญ่กำลังจะมีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น

สำหรับโอกาสจะกลายเป็นของรายย่อยที่จะเข้าไปขายสินค้าไทยในห้างค้าปลีก โดยเฉพาะสินค้าบริโภคคต่างๆ อาทิ อาหารแปรรูปที่เป็นอาหารแห้ง อาหารกระป๋อง หรือผลไม้แปรรูปอย่างน้ำผลไม้ และผลไม้กระป๋องจากไทยค่อนข้างได้รับความนิยม

ด้านภาคบริการปัจจัยที่ส่งผลให้ภาคดังกล่าวนั้นมีแนวโน้มขยายตัวมาจากแหล่งท่องเที่ยวที่เป็น 1 ใน 10 มรดกโลกอย่างนครวัด รวมถึงชายหาดที่มีรีสอร์ทคล้าย มัลดีฟ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างสีหนุวิล ส่งผลให้อัตราการเติบโตพุ่งเร็วมาก ตลอดระยะเวลา 1 ปี ค่าเฉลี่ยนักท่องเที่ยวชมนครวัดอยู่ที่ราว 2 – 3 ล้านคน และมีเป้าหมายจะเพิ่มขึ้นถึงกว่า 4 ล้านคน

ซึ่งนักท่องเที่ยวเบอร์ 1 ของกัมพูชา 1 ล้านกว่าคน/ปี เป็นชาวเวียดนาม ตามมาด้วยจีนเกือบ 5 แสนคน/ปี ทำให้บุคคลที่ทำการค้าขายกับนักท่องเที่ยวจีนในไทยต้องเริ่มปรับตัว เนื่องจากกัมพูชาจะเป็นโอกาสสำคัญในฐานะที่ยังไม่มีคู่แข่ง อย่างเช่นสินค้าไทยที่ขายดีในหมู่นักท่องเที่ยวจีน เช่น หมอนยางพารา อาจย้ายตามไปขายนักท่องเที่ยวจีน ตลาดอยู่ตรงไหน SME ควรนำสินค้าไปขายตรงนั้น หลักการตลาดง่ายๆ นักท่องเที่ยวย้ายได้ แล้วทำไมสินค้าจะย้ายไปขายตามไม่ได้

นอกจากนี้ ภาพของกัมพูชาในวันนี้ คือ ประเทศที่มีการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ทั้งเมืองหลวง และเมืองรอง สู่ความทันสมัย เนื่องจากการหลั่งไหลเข้าไปทำงานและใช้ชีวิตแบบลงหลักปักฐานของชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และเวียดนามจากการที่กฎหมายกัมพูชาอนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อาคารตั้งแต่ชั้นที่ไม่ติดกับพื้นดิน ส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัวอย่างมาก ทั้งบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนท์ โรงแรม ศูนย์การค้าทันสมัย ทั้งนี้ คาดว่าภายใน 3 ปี กรุงพนมเปญจะมีจำนวนคอนโดมีเนียมเพิ่มขึ้นประมาณปีละร้อยละ 40 และจำนวนห้องพักจะเพิ่มขึ้นถึงอย่างน้อย 1 หมื่นยูนิต ทำให้การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Property Management) เพราะฉะนั้นโอกาสของ SME จึงไปอยู่ที่การเข้าไปจัดการบริหารอสังหาริมทรัพย์ที่กัมพูชายังไม่มีความสามารถในเรื่องดังกล่าว นอกเหนือไปจากสินค้าเกษตร และสินค้าเกษตรแปรรูปที่คนไทยมีความชำนาญเช่นกัน

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

16647 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น