เจ้าแรกในประเทศไทย กับประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์ PetInsure

เรื่องของประกันสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยนี่อาจจะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ใหม่มาก แต่เชื่อมั้ยครับว่าต่างประเทศฝั่งยุโรปเค้ามีอะไรแบบนี้กันมานานแล้ว และเค้าก็ค่อนข้างตื่นตัวในเรื่องนี้กันมากด้วย ใครที่ซื้อสัตว์เลี้ยงมาก็ต้องทำประกันให้สัตว์เลี้ยงในทันที

บริการแบบเดียวกันนี้ได้เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย ภายใต้ชื่อบริษัทสตาร์ทอัพที่ให้การดูแลในเรื่องนี้ว่า PetInsure ประกันสัตว์เลี้ยงออนไลน์นั่นเองครับ ซึ่งวันนี้คุณนุ่น พลอยพิชชา บุญทวีพิทักษ์ Co-founder & CMO ของ PetInsure จะมาเล่าประสบการณ์ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน กับการทำstartupตัวนี้ให้เราได้ฟังกันนั่นเอง

จุดเริ่มต้นของประกันสัตว์เลี้ยงออนไลน์ ที่คนรักสัตว์ห้ามพลาด
อย่างที่บอกครับว่าประกันสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยนั้นเป็นอะไรที่ใหม่มาก แต่ด้วยความใหม่ตรงนี้นี่แหละที่ทำให้ใครต่อใครหลายคนคาดไม่ถึง ซึ่งจากปัญหาที่ประสบพบเจอมาด้วยตัวเอง บวกกับการสำรวจตลาด สอบถามถึงความต้องการ ทำให้คุณนุ่นมั่นใจว่า ประกันสัตว์เลี้ยงนั้นเป็นที่ต้องการของคนไทยจริง ๆ

“ที่เราทำเว็บไซต์ PetInsure ขึ้นมาเพราะเราก็เลี้ยงสัตว์อยู่แล้ว เวลาเราไปโรงพยาบาล เราก็ได้พูดคุยกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ เราเห็นว่ามันมีปัญหาที่รอการแก้ไขอยู่ เรื่องของค่าใช้จ่ายในการพยาบาลรักษาสัตว์เลี้ยงนั้นสูงมาก แพงกว่าคนซะอีก ซึ่งเรายังไม่เห็นว่าใครจะเริ่มทำตรงนี้ขึ้นมา PetInsure จึงเกิดขึ้นเพื่อลดปัญหาความเสี่ยงทางด้านการเงินสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงนั่นเอง”

หลักการทำงานของ PetInsure ที่ช่วยให้คนรักสัตว์หมดความกังวลใจเรื่องค่ารักษา
PetInsure จะคล้ายกับประกันสุขภาพ และประกันชีวิตคน ครอบคลุมการรักษาตั้งแต่เจ็บป่วย วัคซีน อุบัติเหตุ เสียชีวิต รับผิดชอบต่อร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

“เมื่อเกิดเหตุขึ้น ลูกค้าก็สำรองจ่าย และเอาใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จมาเคลมรับเงินได้ตามปกติ เหมือนประกันของคนเลย”

ซึ่งตอนนี้ PetInsure นั้นเปิดให้บริการครอบคลุมสัตว์เลี้ยงอยู่ 2 ชนิดคือ สุนัข และ แมว เท่านั้น โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถเข้าไปกรอกข้อมูลทุกอย่างสำหรับทำประกันได้ที่เว็บไซต์เลย เรียกได้ว่าสร้างความสะดวกสบาย เรียบร้อยบนโลกออนไลน์เลยทันที

ภายในระยะเวลา 7 เดือน PetInsure ต้องผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง
หลังจากเริ่มเปิดตัวมาจนถึงตอนนี้ PetInsure ก็ได้ล่วงเลยเข้าสู่เดือนที่ 7 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแน่นอนครับว่าการทำธุรกิจไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ ล้วนแล้วแต่ต้องพบเจออุปสรรคทั้งสิ้น ซึ่งสำหรับ PetInsure แล้ว อุปสรรคที่เค้าได้พบพานมานั้นคือ ความคิดลบของคำว่า “ประกัน”

“พอพูดคำว่าประกันคนจะคิดลบทันที แต่จริง ๆ แล้วประกันมีประโยชน์มาก ตัวเราเองก็ทำประกันสุขภาพให้ตัวเอง แต่เพราะมันเป็นเรื่องใหม่ คนเลยไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์ยังไง จึงมองในแง่ลบไว้ก่อน เราจึงต้องให้ความรู้พวกเค้า ว่าตอนนี้มันมีบริการแบบนี้แล้วนะ มันดีแบบนี้นะ เพื่อให้เค้าเข้าใจ”

จนกระทั่งตอนนี้ PetInsure ได้มีพาร์ทเนอร์ร่วมกันมากมายทั้ง โรงพยาบาลสัตว์ โรงแรมสัตว์ Pet Shop และตัดแต่งขนสัตว์ ทั่วกรุงเทพ

PetInsure ประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์ เจ้าแรกในไทย ไร้ซึ่งคู่แข่ง
“คู่แข่งของเราในประเทศไทยตอนนี้ยังไม่มี เพราะทุกคนทำออฟไลน์หมด และส่วนใหญ่ก็โฟกัสกันที่ประกันรถยนต์ ทุกวันนี้คนไทยซื้อรถปุ๊บต้องซื้อประกันทันที จริง ๆ สัตว์เลี้ยงก็เหมือนกัน เพราะเมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ทุกคนขับรถไม่จำเป็นว่าต้องมีประกันรถยนต์ น้อยคนที่จะมี แต่พอเวลาผ่านไป ทุกคนเรียนรู้ว่ามันคุ้ม เวลาเกิดอะไรที่เราคาดไม่ถึง มันเคลมได้ มันช่วยเราได้ คนเลยทำ มันเหมือนกันกับสัตว์เลี้ยงเนี่ยแหละค่ะ พอคนเริ่มเรียนรู้ว่าการทำประกันสัตว์เลี้ยงมันคุ้ม ก็จะหันมาทำกันเยอะขึ้น”

ก้าวต่อไปของ PetInsure ที่ไม่หยุดอยู่แค่ หมา และ แมว
หลังจากได้ทำความรู้จักกับ PetInsure กันเป็นอย่างดี ทีนี้ก็ได้เวลาสำคัญในการสอบถามถึงก้าวต่อไปของ PetInsure ซึ่งคุณนุ่นได้ให้คำตอบว่า

“เราจะมีโปรดักส์ใหม่ ๆ ออกมารับรองสัตว์อื่น หรือตัดข้อจำกัดต่าง ๆ ทิ้งไป มีการออกแบบแพ็คเกจตามความต้องการของลูกค้า รวมกลุ่มคนรักสัตว์มาแสดงความเห็นว่าเค้าต้องการให้เราครอบคลุมอะไรบ้าง ในวงเงินเท่าไหร่ และเราก็จัดการสร้างแพ็คเกจตามกลุ่มลูกค้า และจะมีการขยายไลน์ไปยังสัตว์อุตสาหกรรมด้วย เช่น ม้า วัว ที่เป็นสัตว์ใหญ่”

ดรีมทีมเท่านั้น ที่จะทำให้startupอยู่รอด
การทำธุรกิจstartupนั้นอย่างที่เรารู้กันดีนะครับว่าน้อยคนนักที่จะประสบความสำเร็จได้ ไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ ซึ่งวันนี้คุณนุ่นจาก PetInsure ก็ได้ให้คำแนะนำในการทำstartupหลังจากเผชิญกับความเป็นจริงและอยู่ในวงการมานานกว่า 7 เดือนไว้ด้วยว่า

“ทีมเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องหาดรีมทีมให้เจอ หาคนที่เก่งในเรื่องการเงิน การตลาด ธุรกิจ และไอที และควรจะเป็น Co-Founder กันทุกคน เพราะการที่เราคิดอะไรได้แล้วเราจ้างคนอื่นมาทำ ถ้าเกิดเค้าออกไปและเอาโค้ดไปด้วย เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นก็จะใช้งานไม่ได้ เรื่องทีมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำสตาร์ทอัพ”

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

3211 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น