ร้องชาติอาเซียน ปรับกฎแรงงานต่างชาติรับ AEC

ผู้เชี่ยวชาญ เรียกร้องให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ออกกฎระเบียบ เพื่อความสะดวกในการแลกเปลี่ยนคนทำงานระหว่างภูมิภาค เชื่อการเข้ามาทำงานของทรัพยากรที่มีทักษะจะช่วยให้เศรษฐกิจในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมีความเติบโตขึ้น

กุนเทอร์ ซูกิยาร์โต นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคาร  Asian Development Bank (ADB) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศในอาเซียนยังคงมีทีท่าไม่เปิดรับต่อพนักงานต่างชาติ ทำให้สิ่งนี้จะเป็นการขัดขวางการแลกเปลี่ยนในด้านพัฒนาทักษะเพื่อผลักดันตลาดภูมิภาคให้เป็นหนึ่งเดียว
“เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะที่ดีระหว่างแรงงานในภูมิภาค ผู้กำหนดนโยบายและสถาบันเอกชนจำเป็นต้องเข้าร่วมเพื่อให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เพื่อเพิ่มความเจริญเติบโตและแบ่งปันความสำเร็จร่วมกันภายใต้ความเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในการพัฒนาทักษะ”
นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคาร  Asian Development Bank (ADB) เพิ่มเติมว่า รัฐบาลจำเป็นต้องปฏิรูปกฎระเบียบเพื่อให้บรรลุผลประโยชน์ซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิกอาเซียน ขณะที่สมาคมวิชาชีพจำเป็นต้องสร้างกรอบการทำงานรับรองระดับภูมิภาคภายใต้ข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพอาเซียน  (MRA)
ขณะเดียวกัน จากข้อมูลการออกใบรับรองการทำงานของพนักงานต่างชาติในอินโดนีเซียนั้น ซูมาร์น่า เอฟ. อับดูร์ราห์มาน ประธาน BNSP ได้กล่าวเสริมถึงกฎกระทรวงแรงงานหมายเลข 35/2015 ในการจ้างงานชาวต่างชาติกำหนดว่า บริษัทในอินโดนีเซียจะต้องจ่ายเงิน 1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นรายปีสำหรับการว่าจ้างชาวต่างชาติในแต่ละตำแหน่ง โดยเผยว่า
“กฎระเบียบแสดงให้เห็นว่า ประเทศยังออกกฎปกป้องแรงงานท้องถิ่นมากเกินไป รวมถึงนโยบายก็มีการห้ามชาวต่างชาติในบางตำแหน่งขององค์กร”
พร้อมกันนี้ กุนเทอร์ ซูกิยาร์โต นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคาร  ADB ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า อินโดนีเซียไม่มีความกังวลกับการผ่อนคลายนโยบายแรงงานต่างประเทศ เนื่องจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้เป็นตลาดเดียวและเป็นฐานการผลิตสำคัญ ซึ่งส่วนนี้จะเปิดให้มีตลาดแรงงานจำนวนมากสำหรับคนตกงานมากถึง 7 ล้านคนในอินโดนีเซีย
“หากประเทศอื่นๆ ต้อนรับพนักงานต่างชาติจากเพื่อนบ้าน เราในฐานะเพื่อนบ้านก็จะทำเช่นนั้นเพื่อความเสมอภาคกัน ดังนั้น สำหรับอินโดนีเซียที่มีการเจริญเติบโตทางด้านกำลังคน จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราจะมีขอบเขตข้อมูลใหม่ในการไปทำงานต่างประเทศ”
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบในช่วงอายุของคนทำงานในภูมิภาคอาเซียนจะพบว่าประเทศไทยมีสัดส่วนอายุของประชากรสูงสุด ตามด้วยสิงคโปร์ ซึ่งเรื่องนี้ ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เผยว่า “ประเทศไทยมีนโยบายบางนโยบายที่ควรจะต้องเปลี่ยน เพราะเราก็ต้องการกำลังคนรุ่นใหม่มาเพิ่มผลผลิตและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้นำไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว”
จากเรื่องดังกล่าว นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคาร ADB ชาวอินโดนีเซียได้อธิบายว่า กุญแจแห่งความสำเร็จสำหรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้นแต่ละประเทศจะต้องมีความร่วมมือกันเพื่อพัฒนาให้เป็นตลาดเดียวและเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ ก่อนจะปิดท้ายว่า “เราเคยกลัวต่อการมีตลาดสากลและนโยบายเกี่ยวกับนักลงทุนต่างชาติ แต่ขณะนี้ เราควรเปิดใจเพื่อให้เกิดการเติบโตที่รวดเร็วกว่าเดิม”

282 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น