เมียนมาร์ ต้องปฏิรูปเศรษฐกิจรับ AEC

เมียนมาร์ นั้นมีเรื่องที่จะต้องทำอีกมาก ก่อนจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงระบบขนส่ง โครงสร้าง ไฟฟ้า และนโยบายทางเศรษฐกิจ ตามการเปิดเผยของ พารามี ราวนด์เทเบิล กรุ๊ป (Parami Roundtable Group) สถาบันวิจัยเพื่อกำหนดนโยบายสาธารณะท้องถิ่น

การเปิด AEC ที่จะมีผลเมื่อสิ้นสุดปลายปีนี้ จะเริ่มเปิดฉากการค้าเสรีในภูมิภาค ทว่าประเทศเมียนมาร์, ลาว และกัมพูชา อาจจะต้องรอจนถึงปี ค.ศ.2018 ในการเตรียมการเพื่อเข้าร่วม โดยจะต้องปฏิรูปแนวคิดและยกระดับโครงสร้างให้มีความทัดเทียมประเทศอื่นๆในภูมิภาค

ดอว์ คิน ออน ตันต์ ตัวแทนจากพารามี เปิดเผยว่า “เมียนมาร์ ยังไม่พร้อมในการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่มันมีกฎระเบียบที่เราต้องปฏิบัติตาม เนื่องจากการลงนามเป็นสมาชิก เนื่องจากในอดีต เมียนมาร์เคยถูกตำหนิจากชาติสมาชิกอื่นๆ ในอาเซียน เรื่องการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง เราจึงควรต้องเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้”

ทั้งนี้ จากการเปิดเผยตัวเลขด้านการค้าระหว่างประเทศพบว่า เมียนมาร์ ที่มียอดการค้าอยู่ที่ 23 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี ค.ศ.2013 ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ประกอบด้วย สิงคโปร์ 783 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ, ไทย 478 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ, มาเลเซีย 434 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ, อินโดนีเซีย 369 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ, เวียดนาม 264 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และฟิลิปปินส์ 119 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

จากตัวเลขดังกล่าวทำให้เมียนมาร์ พยายามเพิ่มตัวเลขทางการค้า โดยได้ตัดภาษีการค้าตั้งแต่ปี ค.ศ.2013 แต่การจำกัดปริมาณสินค้าและผลกระทบอื่นๆทำให้ตัวเลขทางการค้าเข้ามาเพียง 29 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2014-15
ขณะเดียวกัน หลังจากจบเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยตัวเลขการค้าจากกระทรวงพาณิชย์เมียนมาร์พบว่ามี ยอดรวมการค้าเข้ามาเพียง 17.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากการลงโทษทางเศรษฐกิจ รวมถึงต้นทุนโลจิสติกส์สูง และโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ดี

“ประเทศไม่เห็นแนวโน้มจะเกิดการเติบโตแม้ว่าจะมีการปรับลดอัตราภาษี เนื่องจากมีจุดอ่อนทางด้านนโยบายทางเศรษฐกิจ ขณะที่การปรับใช้จากประชาชนก็มีจำนวนน้อย ทั้งที่ความจริง เมียนมาร์มีโอกาสที่ดีมาก” ดอว์ ติน ติน ฮเตว หนึ่งในสมาชิกสถาบันวิจัยเพื่อกำหนดนโยบายสาธารณะเมียนมาร์ กล่าว ก่อนจะทิ้งท้ายว่า เมียนมาร์จะสามารถเติบโตทางเศรษฐกิจได้ ถ้าประเทศทำงานตามกฎระเบียบของ AEC
นอกจากนี้ ยู ติน โช อีกหนึ่งสมาชิกยังกล่าวสนับสนุนเพิ่มเติมต่อการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ว่า “ธุรกิจบางธุรกิจอาจจะต้องประสบปัญหาขาดทุนหากมีเพียงตลาดเดียว แต่ประเทศของเราจะเจริญเติบโตได้หากมีนโยบายที่ดี และการเตรียมความพร้อมที่ดี รวมถึงรัฐบาลใหม่ต้องมองเรื่องนี้เป็นสำคัญ ด้วยการวางแนวทางที่ดีเพื่อให้เกิดความร่วมมือขึ้นด้วย”

327 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น