เผยข้อห้าม 3 ประการที่อีคอมเมิร์ซทั้งหลายอย่าไปทำตามเด็ดขาด

การทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซถึงแม้จะดูง่ายและเสียค่าใช้จ่ายน้อย แต่ก็ยังมีเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกมากมายที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม

Highlight :
•   สินค้าที่หลากหลายเกินไปทำให้ลูกค้าสับสนและไม่เชื่อถือ ควรขายสินค้าแค่ชนิดเดียวในหนึ่งเว็บไซต์
•   หากเว็บไซต์ไม่มีการอัพเดทตกแต่งใหม่ จะทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าสินค้าบนเว็บไซต์นั้นไม่ดี
•   ช่องทางการจ่ายเงินต้องหลากหลาย หากคิดจะทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เพราะคู่แข่งเยอะ การอำนวยความสะดวกจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำ

อีกหนึ่งกระแสที่มาแรงที่สุดในโลกธุรกิจขนาดนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องราวของวงการอีคอมเมิร์ซแน่นอน ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอคนทำธุรกิจออนไลน์ ขายของออนไลน์กันแบบนี้อยู่เต็มไปหมด เพราะด้วยต้นทุนที่ถูกมาก บวกกับกำไรที่กลับมาแบบคาดไม่ถึงนี่แหละครับ จึงทำให้อีคอมเมิร์ซเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ถึงมันจะฟังดูง่ายดายซะเต็มประดา แต่ถ้าคุณเกิดพลาดไปทำ 3 ข้อห้ามนี้ขึ้นมาล่ะก็ อีคอมเมิร์ซของคุณไม่มีวันประสบความสำเร็จแน่ ๆ

1. สินค้าหลากหลายเกินไป
หลายคนชอบคิดว่าถ้าเรามีของให้เลือกมากจะทำให้โอกาสขายได้นั้นสูงขึ้น จึงได้กว้านซื้อของแทบทุกอย่างมาวางขายบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของตัวเองเต็มไปหมด ทั้งเสื้อผ้า นาฬิกา กระเป๋า รองเท้า คอมพิวเตอร์ ยารักษาโรค ยานพาหนะ โทรศัพท์มือถือ ต้นไม้ ดอกไม้ สารพัดจะขนกันมายัด ๆ ลงไป ซึ่งการที่เราขายสินค้าจับฉ่ายแบบนี้นอกจาจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการฆ่าตัวเองทางอ้อมด้วยครับ เพราะลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่เค้าจะคิดว่าเราไม่ใช่มืออาชีพด้านนี้จริง ๆ

การเป็นเจ้าแรก เจ้าเดียวในตลาดต่างหากที่สำคัญ เช่น จะขายชุดว่ายน้ำก็เอาแต่ชุดว่ายน้ำไปเลย หรือถ้าจะขายโทรศัพท์มือสอง ก็ขายแต่โทรศัพท์มือสองไปเลย เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น เมื่อลูกค้าเค้ามาก็จะเกิดความรู้สึกว่าเค้าเข้ามาถูกที่ ทำให้อยากไล่ดูว่ามีสินค้าไหนที่ตรงความต้องการของเค้าบ้าง

อีกอย่างนึงนะครับ ยิ่งเรารับสินค้าแบบเดียวกันมาขายเยอะเท่าไหร่ ต้นทุนของเราก็ยิ่งถูกลงเท่านั้น ทำให้กำไรของการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซมันเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

2. เว็บไซต์ดูไม่ทันสมัยเอาซะเลย
สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซแล้ว เว็บไซต์ก็เป็นเหมือนกับหน้าร้านนั่นแหละครับ ซึ่งปกติแล้วเวลาเราเข้าร้านค้าสักร้าน เราก็จะดูที่หน้าร้านก่อนถูกมั้ย ดูว่าร้านนี้เป็นยังไง อยากเข้ามั้ย ทันสมัยรึเปล่า ถ้าร้านค้าดูห่วยแตก เราก็จะคิดกันไปเองแล้วว่าสินค้าข้างในคงไม่ไหวเหมือนกัน

นั่นแหละครับที่เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซทั้งหลายเป็นเหมือนกัน ถ้าเราปล่อยให้เว็บไซต์ของเราตกยุค ใช้การออกแบบดีไซน์และตกแต่งเหมือนเมื่อสมัย 10 ปีก่อน ต่อให้สินค้าของเราจะทันสมัยขนาดไหน ลูกค้าเค้าก็จะฝังใจและไม่กล้าซื้ออยู่ดี เราต้องปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้ดูดี เรียบหรู สะดุดตา  เพราะอย่าลืมนะครับว่าเทรนด์ต่าง ๆ มันผ่านไปทุกวัน และต่อให้เราอัพเดทหน้าตาเว็บไซต์ให้ใหม่ในวันนี้ อีก 5-10 ปีข้างหน้าก็ต้องเปลี่ยนตามกาลเวลาอยู่ดี

3. จ่ายเงินได้แค่ไม่กี่ช่องทาง
เรื่องสุดท้าย ภัยร้ายใกล้ตัวที่แทบจะไม่มีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์คนไหนนึกถึงเลย แต่เพื่อน ๆ รู้มั้ยครับว่าปัจจัยนี้เป็นอะไรที่ทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซหลายเจ้าเสียลูกค้าไปอย่างน่าเสียดาย เพียงเพราะแค่มีช่องทางการจ่ายเงินน้อยนี่แหละครับ ซึ่งเรื่องการจ่ายเงินนี่เป็นเรื่องใหญ่มากนะสำหรับลูกค้าทั้งหลาย เพราะการซื้อสินค้าผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซเนี่ย เค้าต้องเสียทั้งค่าสินค้า ทั้งจัดส่ง แล้วถ้าช่องทางการจ่ายเงินของเรามันไม่เอื้ออำนวย ทำให้เค้าต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนต่างธนาคารอีกเนี่ย ยิ่งทำให้เค้ารู้สึกถูกเอาเปรียบ และไม่อยากใช้บริการของเราอีกต่อไป

ดังนั้นเพื่อน ๆ ทั้งหลายที่ทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซควรหาเวลาว่างไปจัดการเปิดบัญชีธนาคารไว้ให้หลากหลาย หรือมีตัวเลือกในการชำระเงินได้หลายช่องทาง เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าให้แก่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซของเพื่อน ๆ โดยเฉพาะธนาคารกรุงเทพมีบริการเปิดบัญชี และอำนวยความสะดวกด้าน บัวหลวงไอแบงก์กิ้ง ซึ่งเป็นตัวช่วยในการทำธุรกรรมด้านอีคอมเมิร์ซได้เป็นอย่างดี

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME โดยธนาคารกรุงเทพ เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333 หรือสนใจสินเชื่อคลิกเลย !

6516 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น