Fungjai อาณาจักรเพลงไทย ฟังได้ ไม่จำกัด

หลายๆครั้งระหว่างขับรถกลับบ้าน หรือนั่งทำงานอยู่ชิวๆแล้วเราไม่รู้ว่าจะฟังเพลงอะไร คลื่นแต่ละคลื่นที่มีมากมายก็เปิดแต่เพลงซ้ำๆกัน เพลงในโทรศัพท์ตั้งหลาย GB ก็ฟังหมดแล้วจนเบื่อ พยายามจะฟังเพลงสากลก็ไม่ใช่แนว CD ในรถก็เก่าเกินกว่าจะอยากหยิบขึ้นมาเปิด Fungjai จึงเป็นอีกตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

Fungjai (ฟังใจ) ถูกก่อตั้งโดยคุณ ศรัณย์ ภิญญรัตน์ (ท้อป) ตั้งแต่ พฤษภาคม 2557 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Music Streaming สำหรับเพลงไทย ฟังได้ไม่จำกัด คือไม่จำกัดค่าย ไม่จำกัดแนว คล้ายๆ Joox และ Apple Music เป็นการฟังเพลงโดยใช้อินเทอร์เน็ต โดยเน้นที่ศิลปินไทย และเปิดพื้นที่อิสระกว่าโดยการให้ศิลปินสามารถอัพโหลดเพลงเข้าระบบได้ด้วยตัวเอง และมีการทำออนไลน์แมกกาซีนเดือนละครั้งชื่อว่า Fungjaizine (ฟังใจซีน) มีจัดคอนเสิร์ต (เห็ดสด) และมีจัดสัมมนา (เห็ดยัง) เกี่ยวกับการทำเพลงให้ผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ศึกษาเพิ่มเติมอีกด้วย

“ผมมีความเชื่อว่าการปล่อยเพลงฟรี ไม่ได้แปลว่าคนจะไม่ซื้อ ต่อให้ฟรีหรือไม่ฟรี คนที่ซื้อก็ซื้อ คนไม่ซื้อก็ไม่ซื้อ”

สิ่งที่ทำให้คุณท้อปได้ก้าวเข้ามายืนใน Startup Idol นั้นก็คือวิธีการคิดที่เป็นจริง ตรงๆ ไม่อ้อมค้อมนั่นเอง โดยสิ่งที่ทำให้คุณท้อปได้เล็งเห็นช่องทางธุรกิจและเริ่มต้นทำ Fungjai นั้นมีอยู่สามสาเหตุด้วยกัน หนึ่งคือคุณท้อปได้เคยทำงานบริษัท Startup ที่อเมริกามาก่อน จึงได้แนวคิดการทำธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยค้นพบว่าธุรกิจที่พัฒนาซอฟต์แวร์เป็นหลักนั้นไม่จำเป็นต้องมีทุนมากและงบประมาณเยอะ จึงได้ความคิดเกี่ยวกับ Startup มาจากตรงนั้น สองคือเบื่อในอาชีพที่ตนเองทำอยู่ตอนนั้นคือกราฟฟิกดีไซเนอร์ และสามคือ เกิดจากการที่คุณท้อปตั้งคำถามกับตัวเองว่าชอบอะไร และจะอยู่กับมันได้มั้ยในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ 3-5 ปี พร้อมมั้ยที่จะเจอเรื่องยากลำบากไปกับมัน ซึ่งจากการที่เป็นคนชอบฟังเพลงอยู่แล้วก็เลยหล่อหลอมทุกอย่างเข้าด้วยกันจึงเกิดขึ้นเป็น Fungjai นั่นเอง

“เราคิดง่ายๆแค่ว่า ถ้ามีเราหนึ่งคนอยากมีพื้นที่ตรงนี้ไว้ฟังเพลง มันก็น่าจะมีคนอื่นที่อยากฟังเหมือนเรามั้ง ซึ่งเป็นแค่สมมติฐาน ไม่มีใครรู้คำตอบจนกว่าจะเริ่มลงมือทำและสร้างมันขึ้นมา ให้สาธารณชนเป็นคนตัดสินว่ามีคนคิดเหมือนเราจริงรึเปล่า”

สิ่งที่โดดเด่นใน Fungjai นั้นก็คือการมีเพลย์ลิสต์มากมายให้ผู้ฟังได้เลือกฟังตามอารมณ์ ซึ่งจะมีทีมงานที่คอยฟังเพลงทุกเพลงที่ถูกส่งเข้ามาและรวมเพลงเหล่านั้นที่มีเนื้อหาคล้ายๆกันเข้ามาไว้ด้วยกัน จนเกิดเป็นเพลย์ลิสต์สไตล์ต่างๆ โดยการเติบโตที่ก้าวกระโดดของ Fungjai นั้นก็คือตอนนี้มีประมาณ 5,000 เพลง และศิลปินอีกกว่า 1,000 ชีวิต และมีคนเข้ามาใช้บริการเดือนละกว่า 7 หมื่นคน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จไปได้มากเลยทีเดียวสำหรับวงการ Startup

fungjai SME

“เวลาคนเราฟังเพลง ถ้าเราชอบเพลงนั้นเราก็รู้สึกดีกับมัน ไม่ต้องมาแบ่งว่า อันนี้เพลงอินดี้ อันนี้เพลงแมส เพลงที่ดีก็คือเพลงที่ดี เท่านั้นเอง”

โดยกลยุทธ์ที่ทำให้ Startup เล็กๆ ที่คิดการใหญ่ อย่าง Fungjai เหนือกว่า Joox, Apple Music หรือบริษัทยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศนั้นก็คือ การจับจุดที่ถูกต้อง ส่งเสริมและสนับสนุนคนในประเทศไทยที่ทำดนตรีด้วยตนเอง ซึ่งการเปิดพื้นที่รับผลงานให้คนสามารถเข้ามาได้ง่ายๆ เผยแพร่ผลงานของตัวเองได้นั้นเป็นจุดที่ค่อนข้างพอดี และศิลปินที่เข้ามาก็แฮปปี้ดีกันมาก และเนื่องจากมีเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ทำให้สามารถเล่นเพลงได้เร็วกว่าอย่างมาก ซึ่งตรงทั้งหมดนี้เองที่ถือเป็นการมองเห็นและนำสิ่งที่ตนเองมีและได้เปรียบมาใช้ประโยชน์จนทำให้เกิดข้อดีขึ้นมาเหนือกว่าบริษัทใหญ่ๆ ได้ และมีประสิทธิภาพอย่างสุดๆ

“ช่วงแรกมันเป็นช่วงที่เราอยาทดสอบสมมติฐานเราก่อนว่าโพรดักส์นี้จะมีคนใช้มั้ย ถ้าเรามัวแต่คิดว่ามันต้องมีฟังก์ชั่นเยอะแยะมากมาย ก็ไม่ได้ทดสอบสมมติฐานนั้นเสียที กว่าจะทำเสร็จก็เป็นปี เผลอๆ อาจจะท้อไปก่อนที่จะทำเสร็จด้วยซ้ำ”

ซึ่งสิ่งตอบแทนที่ศิลปินจะได้รับก็คือ ได้เป็นที่รู้จัก มีฐานแฟนเพลงเพิ่มขึ้น มีชื่อเสียงมากขึ้น และได้รับการแบ่ง เปอร์เซ็นต์รายได้ตามยอดการฟังของศิลปินนั้นๆ นอกจากตัวศิลปินแล้ว สิ่งที่ผู้ฟังจะได้รับก็คือ การฟังเพลงฟรี สนับสนุนศิลปินอย่างถูกลิขสิทธิ์ ค้นพบศิลปินใหม่ๆได้ง่ายขึ้น โดยทาง Fungjai เองก็จะได้ประโยชน์จากโฆษณาต่างๆ ที่จะเข้ามาในอนาคต

img_4781

แต่ใช่ว่า Fungjai จะมีแต่พุ่งทะยานเป็นเส้นตรงขึ้นไปอย่างเดียว ปัญหาที่เจอในช่วงแรกๆที่เริ่มก็คือ เรื่องของเวลาและเรื่องของเงิน ซึ่งเป็นเหมือนปัจจัยหลักของการทำ Startup เลยก็ว่าได้ จึงทำให้คุณท้อปต้องพยายามอย่างหนักในการหารายได้เข้ามาให้ทั้ง Fungjai และตัวคุณท้อปเองไปพร้อมๆกัน โดยต้องแบ่งช่วงเวลาไปทำงานออกแบบ ทำ Fungjai และสอนหนังสือ จึงทำให้ไม่มีเวลา และไม่สามารถโฟกัสที่ Fungjai ได้อย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่ช่วยให้ผ่านในจุดๆนั้นมาได้ก็คือการทำไปเรื่อยๆ อดทนฟันฝ่ามัน ถึงจะเหนื่อยแต่คุณท้อปก็ไม่ล้มเลิก วางกลยุทธ์ เดินหน้าคิดแผนธุรกิจ จัดคอนเสิร์ตขึ้นจนประสบความสำเร็จ มีผู้คนรู้จัก มีนักลงทุนเข้ามาลงทุน และในที่สุดมันก็ทำให้ Fungjai สามารถอยู่ด้วยตัวเองได้อย่างสง่าผ่าเผย เป็น Startup Idol ของใครหลายๆคนแบบในทุกวันนี้นั่นเอง

“เราสัญญากับตัวเองว่าจะลองทำ 3 ปี 5 ปี แต่ถ้าเจอปัญหาแค่ครึ่งปีนี้ เราจะหยุดแล้วเหรอ?”

ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ คุณท้อปก็ได้วางแผนกลยุทธ์ เพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Startup ของตัวเองด้วยกับฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เอื้ออำนวยให้กับทางศิลปินและผู้ใช้บริการมากขึ้น การค้นพบเพลงใหม่ๆ ศิลปินใหม่ๆ ก็จะทำได้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก รวมไปถึงหากเราสนใจศิลปินกลุ่มไหนเป็นพิเศษ ก็สามารถว่าจ้างศิลปินเหล่านั้นให้มาแสดงสดตามอีเว้นท์ต่างๆ ได้ด้วยการจองคิวศิลปินผ่านระบบของ Lensod (เล่นสด) ที่ทาง Fungjai เพิ่งประกาศเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

“สิ่งที่ผมมักจะพูดกับคนที่อยากทำอยู่เสมอก็คือการประเมินตัวเอง เราต้องประเมินตัวเองในหลายๆแง่มุม หนึ่งคือประเมินความชอบ ว่าเราจะยอมรับผลของมันได้จริงๆรึเปล่า สองคือประเมินความสามารถ ว่าเราทำอะไรได้ เราทำอะไรไม่ได้ ถ้าเราทำไม่ได้เราก็ต้องหาคนที่ทำได้มาร่วมทีม และสุดท้ายคือประเมินเศรษฐกิจ เพราะการทำ Startup นั้นมีความเสี่ยงสูง ถ้าคุณกระโจนลงมาทำเต็มตัวนั้นไม่ใช่ว่าจะสำเร็จเสมอไป โอกาสล้มเหลวมันสูงมาก ซึ่งคุณต้องคิดว่าคุณจะรันมันอย่างไรไม่ให้เดือดร้อนครอบครัว หรือคนรอบตัว” คุณศรัณย์ ภิญญรัตน์ (ท้อป) กล่าว

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

 

BBL_Startup-Idol_Quote_7 SME

633 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น