“บ้านวิชากร” จากจุดแข็งสอนตัวต่อตัวมา 17 ปี พัฒนาเป็นแฟรนไชส์

โมเดลขับเคลื่อนทางการศึกษา ตั้งโรงเรียนกวดวิชาตัวต่อตัว กลุ่มเล็กเฉพาะบุคคล มีการสอนหลากหลายทั้งเรียนสดและผ่านออนไลน์ จากคุณภาพสู่การบอกต่อ ประสบความสำเร็จต่อยอดธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์

หากมีความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งแล้วสามารถต่อยอดทักษะนั้นมาเป็นธุรกิจได้ โอกาสประสบความสำเร็จย่อมมีมาก ดังเช่นโรงเรียนกวดวิชาบ้านวิชากร ที่เกิดขึ้นจากแนวคิดของอาจารย์ที่คร่ำหวอดในวงการการศึกษา สร้างโมเดลธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแค่ประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจ แต่ยังเป็นการผลักดันระบบการศึกษาไทย ส่งเสริมเยาวชนให้มีศักยภาพเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

โรงเรียนที่สร้างขึ้นจากความรู้สึกของคนที่เป็นพ่อแม่
โรงเรียนกวดวิชาบ้านวิชากร บริหารงานโดย อ.สุทธิโรจน์ ชวนไชยะกูล ทายาทธุรกิจ เปิดเผยว่า บ้านวิชากรคือโรงเรียนกวดวิชา ที่เปิดดำเนินธุรกิจมานานกว่า 20 ปี ก่อตั้งโดยอาจารย์ ประภาวัลย์ ชวนไชยะกูล ซึ่งเคยทำงานอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้มองเห็นถึงปัญหาบางส่วนของการศึกษาที่ค่อนข้างช้า จึงคิดโมเดลเพื่อขับเคลื่อนทางการศึกษา แล้วออกจากกระทรวงฯ มาเพื่อทำอย่างเต็มตัว

อ.ประภาวัลย์ ตัดสินใจใช้โมเดลดังกล่าวนอกระบบการศึกษาในรูปแบบโรงเรียนกวดวิชา เพราะจะมีอิสระทำได้อย่างเต็มที่ โดยยึดแนวคิดจากวิจัยหนึ่งที่วิเคราะห์ว่าการศึกษาที่ดีที่สุดคือการสื่อสารคนต่อคน บ้านวิชากรจึงเน้นการเรียนการสอนแบบตัวต่อตัวซึ่งเป็นการสอนที่มีประสิทธิภาพ แตกต่างจากการเรียนในปัจจุบันที่หนึ่งห้องมี 30-50 คน ทำให้การดูแลของอาจารย์ไม่ทั่วถึง

อ.สุทธิโรจน์เล่าต่อว่า คุณแม่จึงตัดสินใจก่อตั้งโรงเรียนกวดวิชาบ้านวิชากรขึ้นมา เน้นการสอนแบบตัวต่อตัว และกลุ่มเล็ก 3-6 คน ทุกวิชา ทุกระดับชั้น ต่อมาได้ขยายโรงเรียนไปอีกหลายรูปแบบ มีสถาบันภาษา BV Language ที่สอนภาษาต่างประเทศ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน อิตาเลียน จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และอาหรับ โรงเรียนกวดวิชา Prointer เป็นหลักสูตรนานาชาติสองภาษา และโรงเรียน Land2Learn เพื่อตอบสนองยุคไอที สามารถเรียนได้ทุกที่ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ไร้ข้อจำกัด

เป็นการตั้งโรงเรียน และสร้างหลักสูตรขึ้นมาด้วยหัวใจของคนเป็นแม่ ที่ต้องการเห็นลูกได้รับการศึกษาที่ดี แม้จะเป็นธุรกิจแต่ก็มีความเป็นโรงเรียนที่สร้างขึ้นจากความรู้สึกของคนที่เป็นพ่อแม่ โดยมีปรัชญาที่ว่า “เราจะดูแลบุตรหลานของท่าน เสมือนหนึ่งบุตรหลานของเราเอง เราจะอบรมสั่งสอนบุตรหลานของท่าน ด้วยจิตวิญญาณครู” อ.สุทธิโรจน์ กล่าว

โมเดลการสอนแบบ Customize
สำหรับธุรกิจการศึกษาที่มีการแข่งขันสูง โรงเรียนกวดวิชาบ้านวิชากรเผยว่าจุดเด่นและความน่าสนใจที่แตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นคือเป็นการศึกษาเฉพาะบุคคล ซึ่งที่อื่นอาจมีการสอนวิดีโอ เรียนแบบกลุ่มใหญ่ มีความเป็น Mass ที่คนเข้ามา 100 คน สอนแบบเดียวกัน แต่ของบ้านวิชากรมีความเป็น Customize เมื่อเด็กเข้ามาต้องวิเคราะห์ก่อนว่ามีความรู้ระดับไหน แล้วจึงจัดคอร์สเรียนตามความรู้ของเด็ก เป็นโมเดลตัวต่อตัวกลุ่มเล็กเฉพาะบุคคล

“ความแตกต่างที่เป็นจุดเด่นอีกอย่างคือ เป็นการศึกษาแบบ 360 องศา เรียนได้ตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง เพราะเด็กอาจมีเวลามาที่บ้านวิชากรแค่ 1 วันต่อสัปดาห์ที่มีการสอนสด ซึ่งแต่ละวันนอกเหนือจากนั้นบ้านวิชากรมีบริการส่งอาจารย์ไปสอนถึงที่บ้าน และมีการสอนแบบออนไลน์ที่ทำให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนได้ตลอดเวลา” อ.สุทธิโรจน์ กล่าว

คุณภาพตลอด 20 ปี
การตลาดที่สำคัญของโรงเรียนกวดวิชาบ้านวิชากรคือการบอกต่อ ซึ่งประเด็นนี้คุณโรจน์เปิดเผยว่าที่ผ่านมาบ้านวิชากรทำการตลาดไม่มาก แต่นักเรียนที่มาแล้วเห็นผลจะแนะนำเพื่อนๆ เข้ามา ทางด้านผู้ปกครองก็เช่นเดียวกันที่สัมผัสได้ถึงคุณภาพในการบริการ ที่สอนบุตรหลานอย่างเต็มที่ บุคลากรที่ใช้มีความรู้ความสามารถจบด้านครูมาโดยตรง มีจิตวิญญาณความเป็นครูที่เน้นการถ่ายทอดวิชา โดยไม่ได้หวังเพียงผลตอบแทนจากการทำงาน ซึ่งลูกค้าสามารถสัมผัสถึงจุดนี้ได้ จึงทำให้เกิดการบอกต่อ บ้านวิชากรจึงดำเนินธุรกิจมาได้ตลอด 20 ปี โดยที่ไม่ต้องเน้นทำการตลาดมากมาย

แฟรนไชส์ธุรกิจการศึกษา
จากการบอกต่อมีส่วนให้เกิดแนวคิดขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ มีผู้ปกครองที่อยู่ต่างจังหวัดส่งบุตรหลานมาเรียนที่กรุงเทพฯ เห็นว่าบ้านวิชากรเป็นโรงเรียนที่ดี จึงต้องการนำไปเปิดที่จังหวัดของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับข้อดีของระบบการศึกษาในการเปิดโรงเรียนกวดวิชาคือไม่ต้องอยู่ในกรอบ สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีอิสระ โรงเรียนกวดวิชาบ้านวิชากรดำเนินธุรกิจมา 17 ปี ขยายและสร้างแบรนด์จนเป็นที่รู้จัก มีความมั่นคง มีหลักสูตรที่หลากหลาย แต่ยังไม่สามารถกระจายไปทั่วประเทศได้ มีเด็กบางส่วนที่ยังไม่เข้าถึงการบริการ จึงต้องการนำรูปแบบแฟรนไชส์มาใช้

โดยโรงเรียนกวดวิชาบ้านวิชากรทำการขายแฟรนไชส์ มีรูปแบบการลงทุน 2 ระดับ คือขนาดใหญ่ สำหรับพื้นที่ห้างสรรพสินค้า ใช้งบลงทุน 4-5 ล้านบาท และขนาดเล็กที่เน้นต่างจังหวัด สำหรับตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์ ราคาอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับดีจากลูกค้า มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องประมาณปีละ 2-3 สาขา ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 ปีที่เริ่มทำแฟรนไชส์ โรงเรียนกวดวิชาบ้านวิชากร มีทั้งหมด 9 สาขา โดยเป็นของแบรนด์เอง 4 สาขา และแฟรนไชส์ซี 5 สาขา

สำหรับวิธีการบริหารจัดการแฟรนไชส์ของบ้านวิชากรคือสร้างระบบที่มีทีมเทรนนิ่ง ดูแลทั้งในส่วนพนักงาน ผู้บริหาร ซึ่งเน้นหนักในตัวผู้บริหารเนื่องจากเป็นปัจจัยที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดและประสบความสำเร็จ จากนั้นก็นำความเข้าใจไปบริหารสาขาของตนเอง และจากนั้นจะมีการติดตามผล ไปแนะนำ ตรวจสอบ เพื่อช่วยให้การทำธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น

อยากสำเร็จต้องเข้าใจลูกค้า
ทายาทธุรกิจหนุ่มกล่าวว่า เคล็ดลับการทำงานให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องเริ่มจากการที่ต้องเข้าใจลูกค้า มีความคิดและความรู้สึกแบบเดียวกัน หากคิดเพียงด้านเดียวในมุมผู้ประกอบการอาจไม่ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งการที่จะรู้ได้ถึงสิ่งเหล่านั้นคือการเก็บข้อมูลจากสิ่งที่ลูกค้าสะท้อนกลับมาในรูปแบบของคำวิจารณ์หรือคำติชม

และสำหรับในแง่ของการสร้างแฟรนไชส์นั้น บ้านวิชากรได้เข้าไปอบรมผ่านหลักสูตรของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจากเดิมที่มีสาขาเดียวก็สามารถเปิดเพิ่มได้อีกหลายสาขาเพราะมีความรู้ในเรื่องการวางระบบการทำงานมากขึ้น” อ.สุทธิโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย บ้านวิชากร 08-3816-6872  www.baanvichakorn.com

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME โดยธนาคารกรุงเทพ เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333 หรือสนใจสินเชื่อคลิกเลย !

1530 Total Views 5 Views Today
แสดงความคิดเห็น