อาเซียนแห่เว้นภาษีจูงใจต่างชาติทำรายได้ประเทศเสียหาย

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกมาเตือนเมื่อเร็วๆ นี้ว่า การแข่งขันดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ ของสมาชิก สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ผ่านการยกเว้นภาษี หรือให้ แรงจูงใจอื่นๆ นั้น ถือเป็นวิธีที่สร้าง “ความเสียหาย” ให้กับรายได้ประเทศ

คุณมิตซูฮิโระ ฟุรูซาวา รองกรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ ชี้ว่า เศรษฐกิจโลกที่ซบเซา ประกอบกับการแย่งชิงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติของสมาชิกอาเซียน ได้ทำให้เกิดการแข่งขันด้านภาษีนิติบุคคลขึ้นมา นอกเหนือจาก ส่งเสริมให้เกิดการเลี่ยงภาษีข้ามชาติ และการหลบเลี่ยงภาษีอย่างผิดกฎหมายในภูมิภาค

นอกจากนี้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนธ.ค.2558 เพื่อกระตุ้นการรวมตัวทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาค และการลงทุนข้ามชาติ ยังทำให้เกิดผลกระทบข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนาขึ้นมา อาทิ การวางแผนละเมิดด้านภาษี ทั้งจากบริษัทข้ามชาติ และบริษัทท้องถิ่น

“เรากำลังอยู่ในโลกการแข่งขัน ที่ดูเหมือนแต่ละประเทศกำลังแข่งขันกัน ลงไปสู่จุดต่ำสุด  ที่สร้างความได้เปรียบให้เฉพาะกับนักลงทุนเท่านั้น และสร้างแรงกดดันต่อรายได้รัฐบาล”

รองกรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ พัฒนาความร่วมมือเพื่อต้านทานการแข่งขันด้านภาษีที่สร้างความเสียหายขึ้นมา สถานการณ์ที่เขาระบุว่า เป็นเรื่องหนึ่งที่ไอเอ็มเอฟรู้สึกกังวลมาเป็นเวลานานแล้ว

คุณฟุรูซาวา ระบุด้วยว่า กรอบการแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยอัตโนมัติ (เออีโอไอ)ซึ่งเป็น กรอบการทำงานที่องค์กรเพื่อความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) กำหนดขึ้นมาเพื่อเปิดทางให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีระหว่างประเทศต่างๆ ถือเป็นการริเริ่มระดับโลกที่จะจัดการกับการเลี่ยงภาษี ครั้งใหม่ที่มีความสำคัญ เช่นเดียวกับ มาตรการป้องกันการวางแผนภาษีที่จะมีผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายกำไรเพื่อเสียภาษีในประเทศที่ภาระภาษีต่ำกว่า (บีอีพีเอส) ที่ โออีซีดีและกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ชาติ (จี20) ร่วมกันจัดทำขึ้น เพื่อรับมือกับการแสวงหาประโยชน์จากกฎหมายภาษีที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา

ตามปกติแล้ว ประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ มักมีการกำหนดสัดส่วนภาษีต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ในระดับต่ำ เพื่อต้องการผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

5 ชาติสมาชิกหลักอาเซียน ล้วนมีสัดส่วนภาษีต่อจีดีพีต่ำหว่า 20% โดยอินโดนีเซีย ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุด ของอาเซียน เป็นหนึ่งในประเทศที่มีสัดส่วนดังกล่าวต่ำสุด อยู่ที่ 10% น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศโออีซีดี ที่ 34% อย่างมาก

คุณมูลยานิ อินทราวาตี รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซียยอมรับถึงการแข่งขันด้านภาษีที่ไม่ควรเกิดขึ้น โดยอินโดนีเซียเอง ก็มีข้อยกเว้นด้านภาษีอยู่เป็นจำนวนมากเพื่อดึงดูดนักลงทุน ทำให้ดูเหมือนว่าบริษัทจำนวนหนึ่งกำลังทำรายได้จากรัฐบาลมากกว่าที่จะจ่ายภาษีออกมา

เช่นเดียวกับสิงคโปร์ ที่ถูกมองว่า ใช้ประโยชน์จากอัตราภาษีนิติบุคคลในระดับต่ำ บนความเสียหายของเพื่อนบ้านในอาเซียน เพราะอัตราภาษีนิติบุคคลของสิงคโปร์ ดึงดูดบริษัททั้งในภูมิภาค และบริษัทข้ามชาติ  เข้ามาสร้างฐานลงทุนในสิงคโปร์

คุณอินทราวาตี กล่าวว่า จำเป็นต้องมีการเชิญประเทศต่างๆ ที่ไม่ได้ยอมรับในกรอบริเริ่มด้านภาษี เออีโอไอ และบีอีพีเอส เข้ามาร่วมในกลุ่มนี้ด้วย เพื่อให้เกิดสนามแข่งขันที่เป็นธรรม

1171 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น