4 วิธีการจ่ายเงินเมื่อทำการค้าระหว่างประเทศ

พบกับความเสี่ยงในแต่ละวิธีที่ SME ต้องคำนึงก่อนตกลงว่าจะชำระสินค้ารูปแบบใด

Highlight: 
•   Advance Payment เป็นวิธีที่ผู้ขายปลอดภัยมากที่สุด ในบรรดา 4 รูปแบบ เพราะได้รับการชำระเงินก่อนส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อ หลังจากนั้น เมื่อผู้ขายได้รับชำระค่าสินค้าแล้ว จะส่งสินค้ามาให้ผู้ซื้อ
•   การชำระเงินด้วยวิธีการเปิดบัญชีหรือการโอนเงิน ผู้ขายจะค่อนข้างเสียเปรียบจากความเสี่ยงที่จะเสียสินค้าไป โดยไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้า และยังเป็นวิธีการชำระเงินที่เสี่ยงที่สุดในบรรดา 4 วิธีทั้งหมด
•   การชำระเงินโดยใช้เอกสารเรียกเก็บผ่านธนาคาร ผู้ขายจะเกิดความเสี่ยงในแง่หากผู้ซื้อปฏิเสธการรับสินค้าจะทำให้สินค้าตกค้างไปอยู่ที่ท่าเรือปลายทาง หรืออาจเสี่ยงเสียสินค้าไปโดยไม่ได้รับเงิน
•   การชำระเงินโดยเลตเตอร์ออฟเครดิต ธนาคารฝั่งผู้ซื้อเข้ามารับผิดชอบการชำระเงิน หากผู้ซื้อปฏิเสธการรับสินค้า ทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายแบกรับความเสี่ยงต่ำ แต่ค่าใช้จ่ายในการใช้ L/C ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการชำระเงินรูปแบบอื่นๆ

การชำระสินค้าระหว่างคู่ค้าในต่างประเทศไม่ใช่ว่าจู่ๆ จะโอนเงินได้เลยเสียเมื่อไหร่ เพราะว่ายังมีปัจจัยของระบบธนาคารแต่ละประเทศ ประเภทของสินค้า ความสัมพันธ์ระหว่าง SME และคู่ค้า เข้ามาเกี่ยวข้อง ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว SME ที่ทำการนำเข้า/ส่งออก สินค้ามักนิยมเลือกวิธีจ่ายเงินระหว่างประเทศอยู่ 4 วิธี ประกอบด้วย การชำระเงินล่วงหน้า (Advance Payment) การชำระเงินด้วยวิธีการเปิดบัญชีหรือการโอนเงิน (Open Account) การชำระเงินโดยใช้เอกสารเรียกเก็บผ่านธนาคาร (Bill for Collection: B/C) และการชำระเงินโดยเลตเตอร์ออฟเครดิต (Letter of Credit: L/C)

การชำระเงินล่วงหน้า (Advance Payment)
ส่วนมากเป็นการขายสินค้าที่ผู้ซื้อต้องโอนเงินเพื่อชำระสินค้าล่วงหน้าโดยตรงแก่ผู้ขายก่อนที่ผู้ขายจะส่งมอบสินค้า การชำระเงินแบบนี้เป็นลักษณะที่ e-Commerce ส่วนใหญ่หรือการค้า Online ส่วนใหญ่จะทำ อีกทั้งยังเกิดความได้เปรียบของผู้ขาย และเป็นวิธีที่ผู้ขายปลอดภัยมากที่สุด ในบรรดา 4 รูปแบบ เพราะได้รับการชำระเงินก่อนส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อ หลังจากนั้น เมื่อผู้ขายได้รับชำระค่าสินค้าแล้ว จะส่งสินค้ามาให้ผู้ซื้อ แต่หากกรณีที่ผู้ขายยังไม่เป็นที่รู้จักดีวิธีนี้อาจส่งผลต่อความไว้วางใจของผู้ซื้อต่อตัวผู้ขายได้

การชำระเงินด้วยวิธีการเปิดบัญชีหรือการโอนเงิน (Open Account: O/A)
O/A วิธีการนี้จะเป็นการตกลงกันระหว่างตัวผู้ซื้อและผู้ขายให้ยินยอมต่อการชำระเงินหลังจากได้รับสินค้าไปแล้ว ตามระยะเวลาที่ตกลงหลังจากการมอบสินค้า ซึ่งผู้ขายจะค่อนข้างเสียเปรียบจากความเสี่ยงที่จะเสียสินค้าไป โดยไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้า และยังเป็นวิธีการชำระเงินที่เสี่ยงที่สุดในบรรดา 4 วิธีทั้งหมด เพราะเมื่อผู้ซื้อได้รับสินค้าไปแล้ว ถึงโอนเงินค่าสินค้าผ่านทางธนาคารให้ตามกำหนดเวลา เช่น 30 วัน หรือ 90 วัน หลังจากผู้ขายส่งสินค้าไปให้ หากผู้ขายเลือกใช้วิธีการชำระเงินแบบนี้ นั่นหมายความว่าตัวผู้ซื้อและผู้ขายต้องมีความสัมพันธ์ที่ดี และผู้ขายจะต้องมีความมั่นใจว่าผู้ซื้อจะสามารถชำระเงินได้ตามกำหนดเวลาที่ตกลงกัน

วิธีการดังกล่าวตัวผู้ขายยังต้องศึกษากฎระเบียบเพิ่มเติมในแง่ของประเทศคู่ค้ามีกฎหมายห้ามการโอนเงินออกนอกประเทศหรือไม่ หรือด้วยระยะเวลาการเก็บเงินที่ใช้เวลานานทำให้ ผู้ขายต้องมีเงินหมุนเวียนในการทำธุรกิจระดับหนึ่งเช่นกัน

การชำระเงินโดยใช้เอกสารเรียกเก็บผ่านธนาคาร (Bill for Collection: B/C)
เป็นการทำเอกสารเรียกเก็บเงินผ่านธนาคารผู้ขายไปยังธนาคารผู้ซื้อ แทนการส่งเอกสารไปแก่ผู้ซื้อโดยตรง และแบ่งได้เป็น 2 แบบ
1.) Document Against Payment (D/P) ธนาคารผู้ซื้อจะทำการเรียกเก็บค่าสินค้าจากผู้ซื้อก่อนส่งมอบเอกสารที่ใช้ในการรับสินค้าให้ผู้ซื้อ
2.) Document Against Acceptance (D/A) ผู้ซื้อจะมาลงชื่อรับเอกสาร หลังจากนั้นผู้ซื้อจะนำเอกสารไปรับสินค้าที่ท่าเรือ หรือสนามบิน และถึงชำระเงินภายหลังตามเงื่อนไข
การชำระเงินรูปแบบนี้ผู้ขายจะเกิดความเสี่ยงในแง่หากผู้ซื้อปฏิเสธการรับสินค้าจะทำให้สินค้าตกค้างไปอยู่ที่ท่าเรือปลายทาง หรืออาจเสี่ยงเสียสินค้าไปโดยไม่ได้รับเงิน

การชำระเงินโดยเลตเตอร์ออฟเครดิต (Letter of Credit: L/C)
เป็นวิธีที่ความเสี่ยงต่ำที่สุดในบรรดาที่กล่าวมา แต่ยังรองลงมาจากวิธี Advance Payment เนื่องจากธนาคารฝั่งผู้ซื้อเข้ามารับผิดชอบการชำระเงิน หากผู้ซื้อปฏิเสธการรับสินค้า ทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายแบกรับความเสี่ยงต่ำ แต่ค่าใช้จ่ายในการใช้ L/C ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการชำระเงินรูปแบบอื่นๆ ซึ่งผู้ประกอบการที่มี L/C ในการทำการค้าระหว่างประเทศจะได้รับความเชื่อถือและความมั่นใจในการทำการค้ามากกว่าผู้ที่ไม่มี L/C

ธนาคารของผู้เปิด L/C (ธนาคารฝั่งผู้ซื้อ) จะทำการชำระเงินให้กับธนาคารฝั่งผู้ขายเพื่อรองรับว่าเมื่อผู้ขายสินค้าได้ส่งสินค้าและแสดงเอกสารส่งออกให้แก่ธนาคารฝั่งผู้ขายครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ใน L/C แล้ว ธนาคารฝั่งผู้ซื้อจะต้องชำระเงินแก่ผู้ขายโดยไม่บิดพริ้ว


ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333 หรือสนใจสินเชื่อคลิก !

3983 Total Views 15 Views Today
แสดงความคิดเห็น