ออกกฎหมายเก็บภาษียูทูป – เฟซบุ๊ก- ไลน์

สรรพากรจับมือดีอี ออกกฎหมายเก็บภาษีเว็บดังต่างประเทศ หวังช่วยอุดรูรั่วการเก็บภาษี ขีดเส้น 1 ตุลาคมนี้ ดำเนินคดีอาญาผู้ประกอบการใช้ใบกำกับภาษีปลอม

คุณประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้ทำประชาพิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เพื่อรองรับการเก็บภาษีจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเสนอให้กระทรวงการคลังเห็นชอบได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้

ทั้งนี้ การเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบนั้น ต้องรอร่างกฎหมายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ประกอบกิจการโดยการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดรายได้ขึ้นในประเทศไทย ต้องทำตามกฎหมายของกระทรวงดิจิทัลฯ ที่จะออกมาด้วย ซึ่งทางกรมสรรพากรและกระทรวงดิจิทัลฯ ได้มีการหารือร่วมกันอย่างใกล้ชิด

“ผู้ประกอบการนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ประกอบกิจการโดยการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดรายได้ในประเทศไทย จะต้องทำตามทั้งกฎหมายของกระทรวงดิจิทัลฯ และกฎหมายของกรมสรรพากร หากไม่ดำเนินการก็จะมีความผิดทั้ง 2 กฎหมาย” คุณประสงค์กล่าว

สำหรับการออกกฎหมายครั้งนี้ กรมสรรพากรต้องการอุดช่องว่างการเก็บภาษีจากสื่อออนไลน์ เช่น ยูทูป กูเกิล ไลน์ และ เฟซบุ๊ก เป็นต้น เนื่องจากกฎหมายปกติที่มีอยู่ไม่สามารถเก็บภาษีเงินได้ที่เกิดขึ้นในไทยได้ และการออกกฎหมายนี้จะทำให้เป็นธรรมในระบบภาษีมากขึ้น ซึ่งการแก้กฎหมายครั้งนี้หากทำได้สมบูรณ์ก็จะทำให้การเก็บภาษีของกรมสรรพากรตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 เพิ่มมากขึ้น

สำหรับเก็บภาษีผู้ประกอบการนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ประกอบกิจการโดยการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดรายได้ในประเทศไทย จะมีการกำหนดอัตราเพดานสูงสุดไว้ในกฎหมาย ให้เสียภาษีหักที่จ่ายไม่เกิน 15% โดยผู้จ่ายเงินเป็นผู้มีหน้าที่หักภาษีและนำส่งให้กรมสรรพากร อย่างไรก็ตามจะต้องมีการออกกฎหมายลูกเพื่อกำหนดอัตราที่แท้จริงอีกครั้ง ซึ่งจะมีหลายอัตราตามประเภทการประกอบธุรกิจ

นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังตรวจสอบการเสียภาษีอี-คอมเมิร์ซ ของผู้ประกอบการไทยทั้งบุคคลธรรมและนิติบุคคลที่มีอยู่ประมาณ 8 แสนราย ซึ่งดำเนินการตามกฎหมายปกติที่มีอยู่ ซึ่งการดำเนินการระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ที่ให้การชำระเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ และการจ่ายชำระค่าสินค้าและบริการด้วยบัตรเดบิต จะช่วยให้เก็บภาษีอี-คอมเมิร์ซมีประสิทธิภาพมากขึ้น

พร้อมกันนี้ กรมสรรพากรได้ขอความร่วมมือจากสำนักงานตรวจสอบบัญชีทั่วประเทศที่ดูแลผู้ประกอบการเสียภาษี จำนวน 3 แสนราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้มีการดำเนินการทำบัญชีเสียภาษีให้สอดคล้องกับความเป็นจริง โดยหลังจากนี้หากดำเนินการเสียภาษีไม่ถูกต้องกรมสรรพากรจะบังคับใช้กฎหมายเอาผิดทางอาญากับผู้เสียภาษีและผู้ให้การสนับสนุนต่อไป โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 กรมสรรพากรจะดำเนินคดีอาญากับผู้ประกอบการที่ใช้ใบกำกับภาษีปลอม โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีต่อใบกำกับภาษีปลอม 1 ใบ.

6971 Total Views 4 Views Today
แสดงความคิดเห็น