ชำแหละ ‘พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560’

ผลกระทบจากการบังคับใช้ ‘พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560’ กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง นำมาซึ่งการศึกษาถึงสาระของกฎหมายดังกล่าว

สามารถศึกษากฎหมายฉบับเต็มได้คลิก 

Highlight: 

•   รัฐบาล ประกาศมาตรา 44 เลื่อนใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560 ออกไป 180 วัน หรือภายใน 1 ม.ค.2561
•   พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560  จัดระเบียบแรงงานต่างด้าวนอกระบบ 1-2 ล้านราย ต้องมีใบอนุญาตทำงาน เปลี่ยนย้ายงาน สถานที่ หรือนายจ้างต้องแจ้ง พร้อมกับคุมเข้มนายจ้างต้องจ้างแรงงานถูกกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติตามมีโทษสูงสุดทั้งจำคุก และปรับสูงสุด 800,000 บาทต่อแรงงาน 1 คน
•   -ภาคเอกชนเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบ จากการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560 เป็นเหตุให้ขาดแคลนแรงงาน และมีภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

กฎหมายคุมเข้ม-โทษโหด
เหตุผลสำคัญที่กระทรวงแรงงานผลักดันกฎหมายฉบับดังกล่าว เพื่อจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวที่ปัจจุบันมีอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้มีประมาณ 50% เป็นแรงงานที่ผิดกฎหมายอยู่นอกระบบให้เกิดความถูกต้อง เพื่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ

อีกทั้งประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับการแก้ไขปัญหาหลังจากสหรัฐฯ ได้ประกาศสถานะประเทศคู่ค้าที่มีการค้ามนุษย์ ประจำปี 2560 โดยขึ้นบัญชีให้ไทยเป็นประเทศที่มีการค้ามนุษย์ในระดับที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (Tier 2 Watch List) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

ผลที่จะเกิดขึ้น คือ สหรัฐฯอาจจะใช้ประเด็นดังกล่าวมาเป็นเหตุผลในการสกัดกั้นสินค้าไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯเพราะใช้แรงงานที่ผิดกฎหมายได้ และปัญหานี้อาจจะลุกลามบานปลายไปยังประเทศคู่ค้าอื่นด้วย

ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งออกพ.ร.ก.แรงงานฯ ฉบับนี้ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2560 ซึ่งเป็นเสมือนการให้ยาแรงในการแก้ไขปัญหาแรงงานนอกระบบที่เรื้อรังมานาน

ทว่าการใช้ยาแรง ทำให้เกิดผลข้างเคียงเกิดขึ้นทันที เพราะในกฎหมายนี้มีกำหนดที่มีความเข้มงวดสูง และมีโทษที่รุนแรง และใช้อำนาจฝ่ายบริหารออกเป็น ‘พระราชกำหนด’ นั่นหมายความว่าจะต้องปฏิบัติทันที ส่งผลให้ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องตั้งตัวไม่ทัน และกังวลมากว่าจะเกิดภาระค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นต้นทุนของสถานประกอบการ และหากไม่ปฏิบัติตามก็มีโทษสูง

เอกชนกังวล ยื่นขอใช้ ม. 44 ปลดล็อค
ประเด็นดังกล่าวทำให้ภาคเอกชนทุกภาคส่วนออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐแก้ไขปัญหาโดยด่วน

คุณพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ทำหนังสือเรียกร้องต่อภาครัฐเพื่อขอให้ ผ่อนปรน มาตรการขึ้นทะเบียนตามพรก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีระยะเวลาในการปรับตัว นำแรงงานต่างด้าวไปขึ้นทะเบียนกับทางภาครัฐให้ถูกต้อง

พร้อมทั้งขอให้ภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการยกร่างอนุบัญญัติภายใต้พ.ร.ก. ฉบับนี้อีก 39 ฉบับ  โดยหากภาครัฐไม่ผ่อนปรนจะส่งผลกระทบเพราะมีแรงงานต่างด้าวนอกระบบประมาณ 1-2 ล้านคน จะทำให้เอกชนขาดแคลนแรงงานสำหรับใช้ในภาคอุตสาหกรรมซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีน่า ในภาคบริการ ก่อสร้าง เกษตร

เช่นเดียวกับคุณชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ที่ยอมรับว่า ผู้ส่งออกข้าวได้รับความเดือนร้อน เพราะต้องอาศัยแรงงานต่างด้าวในการขนข้าว เกินกว่า 50% หากไม่มีการผ่อนปรนมาตรการอาจจะทำให้การส่งมอบล่าช้า กระทบ ยอดการส่งออกข้าวก็จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 10 ล้านตัน

คุณมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เห็นพ้องกันว่า พ.ร.ก.นี้จะส่งผลกระทบต่อเจ้าของเรือพาณิชย์ ประมาณ 3,000-4,000 ลำ รวมถึงเรือประมงพื้นบ้านอีก 28,000 ลำ ทำให้ขาดแคลนแรงงาน โดยปัจจุบันมีความต้องการใช้แรงงานในส่วนของเรือประมงรวม 74,000-75,000 คน

ด้านคุณหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่เป็นนายจ้างไม่เพียงต้องช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้แรงงานเดินทางกลับไปทำพาสสปอตตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) รัฐบาลไทย-เมียนมา ที่เมืองย่างกุ้ง รายละ 20,000 บาท ทั้งยังเสี่ยงว่า หากแรงงานต้องกลับไปที่เมียนมาจะต้องไปรอคิวทำพาสปอร์ตเป็นเวลานานซึ่งนายจ้างก็จะต้องช่วยเหลือค่าครองชีพกับแรงาน และต้องแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในช่วงเวลาดังกล่าวอีกด้วย

รัฐบาลยอมรับขยายระยะเวลาบังคับใช้ 
ผลจากการเรียกร้องและความเดือนร้อนดังกล่าว ทำให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกาศใช้มาตรา 44 ภายในรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 โดยยอมให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ พ.ร.ก.แรงงานฉบับนี้ออกไปอีก โดยให้นายจ้างและลูกจ้างต่างด้าวดำเนินการให้ถูกต้องภายในวันที่ 1 มกราคม 2561 พร้อมกันนี้ได้ออกประกาศแนวทางการปฏิบัติตามมาตรา 44 ตามมาอีก 1 ฉบับ

ลิงค์มาตรา 44 ประกาศกระทรวงแรงงาน แนวทางการขอทำงาน-อนุญาตตามพ.ร.ก.ต่างด้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็ปไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศกระทรวงแรงงาน
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตทํางานและการอนุญาตให้ทํางาน ตาม  พ.ร.ก.

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ม.44 ถือว่าเป็นยาแก้พิษเฉพาะหน้าที่บรรเทาความเสียหายที่ทุกฝ่ายพอใจก็ตาม  แต่หลังจากนี้ 180 วัน ทุกภาคส่วนยังคงต้องติดตามตอนต่อไปว่า รัฐบาลจะมีแนวทางแก้ไข พ.ร.ก.แรงงานฯอย่างไร เพื่อให้เกิดความสมดุลในการใช้ และช่วยจัดระเบียบแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวนอกระบบอย่างแท้จริง

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME โดยธนาคารกรุงเทพ เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333 หรือสนใจสินเชื่อคลิกเลย !

 

2833 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น