shopsawadee.com ร้านขายเสื้อตลาดนัดสู่อีคอมเมิร์ซ 3 รางวัลดีเด่น

เทคโนโลยีดิจิตอลไม่เพียงทำให้โลกของการติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงถึงกันได้ง่ายดังพลิกฝ่ามือเท่านั้น แต่ยังทำให้โลกของธุรกิจการค้าขยายกว้างไกลอย่างไร้ขอบเขตด้วย จากสินค้าทั่วไปที่ซื้อขายกันตามตลาดนัดอย่างเสื้อผ้าเด็ก ก็สามารถพัฒนาไปสู่การค้าออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้นและมากขึ้น

คุณกรกนก  พันธ์ธรรม เจ้าของเว็บไซต์เสื้อผ้าเด็กสวัสดี หรือ  www.shopsawadee.com คือผู้บุกเบิกและปลุกปั้นธุรกิจเสื้อผ้าเด็กของตัวเอง ที่ซื้อขายกันตามตลาดนัดให้ก้าวสู่โลกการค้าออนไลน์ได้อย่างภาคภูมิ ด้วยการสร้างแฟนเพจและเว็บไซต์จนประสบความสำเร็จ เป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่ได้รับรางวัล Best e-Commerce Website Award 2017 หรือ รางวัลสุดยอดเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งปี 2017 ดีเด่นทั้ง 3 ด้าน คือด้านการบริหารจัดการ ด้านการตลาดสร้างสรรค์ และด้านความน่าเชื่อถือ จากกระทรวงพาณิชย์อีกด้วย … นับว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

อุปสรรคคือจุดเริ่มต้น
คุณกรกนกเล่าว่าเมื่อ 5 ปีก่อน เธอทำธุรกิจขายเสื้อผ้าเด็กอยู่ตามตลาดนัด และมักจะประสบปัญหาเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศที่ไม่แน่นอน เวลาฝนตกจะไม่มีลูกค้ามาซื้อ อีกทั้งยังสามารถขายได้ในช่วงเวลาจำกัด คือช่วงที่ลูกค้าเลิกงานประมาณ 6 โมงเย็นถึง 2 ทุ่มเท่านั้น ทำให้เธอคิดหาทางออกให้กับธุรกิจของตัวเอง ประกอบกับเป็นช่วงที่การค้าออนไลน์เริ่มได้รับความนิยม เธอจึงคิดว่าหากสามารถนำสินค้าของเธอขึ้นขายบนเว็บไซด์ จะทำให้เธอสามารถเปิดการขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง เธอจึงเริ่มต้นศึกษาเกี่ยวกับการค้าออนไลน์และเริ่มทำเว็บไซต์ช็อปสวัสดีขึ้นมา

“เริ่มต้นเรามองหาเว็บไซต์ฟรีและเช่าพื้นที่บนเว็บมาร์เก็ตเพลสก่อน จนมาเจอที่เทพช็อป ซึ่งตอบโจทย์ได้ทุกอย่าง คือ หนึ่งให้ใช้ฟรีก่อน สอง จดโดเมนเนมได้ คือเหมาะทุกอย่างสำหรับคนที่มีงบประมาณน้อย ยังไม่มีเงินลงทุนมาก ส่วนเรื่องการตลาด พอเปิดเว็บไซต์ปุ๊บเราก็มาคิดว่าทำยังไงให้คนรู้จัก เราก็ไปโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวก่อนและเปิดแฟนเพจคู่กันไป จากนั้นก็โพสต์ตามเว็บบอร์ดต่างๆ เพื่อที่จะทำ SEO คู่ไปกับ google adsense ด้วย ก็จะได้ขึ้นอันดับและจะได้อยู่ในอันดับต้นๆ ของการค้นหาด้วย เราทำการตลาดคู่กันระหว่างเฟซบุ๊ก แฟนเพจ และเว็บไซต์ ซึ่งพอทำไปแล้วเราก็มาคิดต่อด้วยว่าถ้าลูกค้าต้องการซื้อสินค้า แล้วเขาเกิดความไม่มั่นใจว่าเราเชื่อถือได้มั้ย เราจะต้องทำยังไงต่อไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า เราจึงไปยื่นจดทะเบียนการค้ากับกระทรวงพาณิชย์ พอเรามีตัวตนชัดเจน ทำทุกอย่างจบปุ๊บ ความน่าเชื่อถือก็มา ลูกค้าก็จะมาเองค่ะ”

สร้างตลาดด้วยการสร้างความเชื่อมั่น
หลังจากสร้างเว็บไซต์ แฟนเพจ และจดทะเบียนการค้าพร้อมแล้ว ธุรกิจของกรกนกก็เริ่มเดินหน้าเต็มตัว เธอบอกว่าลูกค้าส่วนใหญ่ของเธอมักจะมาจากแฟนเพจเป็นหลัก และส่วนหนึ่งก็จะมาจากเว็บไซด์ ซึ่งพฤติกรรมการซื้อของลูกค้านั้น เธอสังเกตว่าลูกค้าจากแฟนเพจบางคนที่ไม่ต้องการสื่อสารกับแอดมิน จะสนใจหันไปติดตามและสั่งซื้อบนหน้าเว็บไซต์ ซึ่งมีการออกแบบระบบเพื่อรองรับออร์เดอร์การสั่งซื้อและการชำระค่าสินค้าไว้อย่างสะดวกง่ายดาย ทำให้การค้าขายบนหน้าเว็บไซต์ดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีอุปสรรคไปเสียเลย ซึ่งเธอแชร์ประสบการณ์ว่า

“อุปสรรคหนึ่งคือ ลูกค้าไม่มีความเชื่อมั่นในการซื้อขายสินค้าออนไลน์ กลัวว่าจ่ายเงินแล้วจะไม่ได้สินค้า สองคือ เรื่องคุณภาพของสินค้า แต่ด้วยความที่เราเป็นแม่ค้าออฟไลน์มาก่อน เคยขายของตามตลาดนัด ซึ่งมันเห็นหน้าตาสินค้าชัดเจน ทำให้เราเป็นคนที่พูดเชียร์สินค้าตามความจริง เช่น หากสินค้ามีเนื้อผ้าดี คุณภาพดี เราก็พูดความจริงกับลูกค้า ที่สำคัญคือ สินค้าที่เราสั่งเข้ามานั้น เราเป็นคนนำเข้ามาเอง ราคาจึงถูกกว่าที่ซื้อตามท้องตลาดทั่วไป และสามารถขายในราคาขายส่งได้ ซึ่งถ้ามีปัญหาเราก็ให้ลูกค้าเปลี่ยนได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด คือหลังจากที่ได้รับสินค้าภายใน 7 วัน เราจะเปลี่ยนคืนให้”

ทำเว็บไซต์ให้น่าเชื่อถือได้อย่างไร
นอกจากความจริงใจในการทำธุรกิจ กรกนกยังได้เผยถึงเคล็ดลับในการทำเว็บไซต์ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำธุรกิจออนไลน์ ให้มีความน่าเชื่อถือว่า อันดับแรก ให้มองว่าเว็บไซต์ก็เหมือนบ้านของเราเอง หากใครเข้ามาดูเห็นว่าบ้านสะอาด ดูดี จัดระเบียบของทุกอย่างให้เป็นสัดส่วน ก็ดูน่าสนใจ ซึ่งการออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้ดูน่าสนใจและใช้งานง่ายนั้นก็เปรียบเสมือนหน้าตาของบ้าน ถือเป็นหัวใจสำคัญลำดับแรกของการทำเว็บไซต์ เรื่องที่สองคือ สัญลักษณ์ของเว็บไซต์ คือเว็บไซต์ต้องมีชื่อและต้องได้รับการรับรองยืนยันตัวตนแล้ว และที่สำคัญคือ เครื่องหมายจดทะเบียนการค้า ซึ่งถือเป็นการรับรองความน่าเชื่อถืออีกขั้นหนึ่ง ถัดจากนั้นก็เป็นในส่วนของเนื้อหา หรือ content ของเว็บ ที่ต้องมีการอัพเดตข้อมูลต่างๆ ของสินค้าและอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเว็บของกรกนกเองจะอัพเดตข้อมูลสินค้าเข้าใหม่ทุกๆ สัปดาห์

มองโอกาสของตลาด e-Commerce ในอนาคต
การก้าวสู่ตลาดออนไลน์ หรือการทำตลาด e-Commerce ของกรกนกกับธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ถือเป็นตัวอย่างให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านหรือปรับปรุงรูปแบบธุรกิจเพื่อเข้าสู่ตลาดการค้าออนไลน์ ซึ่งไม่ยากอย่างที่คิด แต่ก็คงไม่ง่ายนักที่จะประคองตัวให้อยู่รอดจนประสบความสำเร็จไปตลอดรอดฝั่ง เพราะเมื่อเทคโนโลยีเปิดโลกการค้าให้กว้างไกลและง่ายดายมากขึ้น ก็ย่อมทำให้ผู้ประกอบการต้องมีลูกเล่น มีความคิดสร้างสรรค์ และปรับตัวให้เร็วและไว เพื่อทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงและความต้องการของผู้บริโภคยุคดิจิทัลด้วยเช่นกัน

“เราคิดว่าตลาด e-Commerce ยังมีโอกาสเติบโตมากกว่านี้ ยังเติบโตได้มากขึ้นเรื่อยๆ และน่าจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณภายใน 4-5 ปีจากนี้ ซึ่งเราก็คิดแล้วว่าเราขายของแบบนี้ ต่อไปในอนาคตจะต้องมีคู่แข่งมากขึ้นแน่ๆ แต่ด้วยความที่เรามาก่อน เราก็จะได้เปรียบในเรื่องของความเชื่อถือจากลูกค้าและความสม่ำเสมอในการดูแลลูกค้า ซึ่งเราเริ่มต้นวางรากฐานตรงนี้มาก่อนแล้ว และเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากที่สุด ตอนนี้ทุกอย่างเป็นระบบออนไลน์แทบทั้งหมด เราจึงต้องทำทุกอย่างให้ชัดเจน แสดงตัวตนของสินค้าเรา ธุรกิจเราให้ชัดเจนมากที่สุด ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ เฟซบุ๊กแฟนเพจ  และสื่อออนไลน์ทั้งหมด เราต้องทำให้สามารถเชื่อมโยงด้วยกันได้ สิ่งสำคัญคือ การแสดงความเป็นตัวตนที่ชัดเจน น่าเชื่อถือ ต้องให้เบอร์โทร ให้สถานที่ติดต่อที่ชัดเจน เวลามีออร์เดอร์จากลูกค้า เราต้องสามารถโต้ตอบได้ทันที ทุกอย่างต้องชัดเจน และเว็บไซต์ของเราต้องมีเครื่องหมายรับรองและได้รับการยืนยันด้วยค่ะ”

ทั้งหมดนี้คือก้าวเล็กๆ แต่ไม่ธรรมดาของ กรกนก พันธ์ธรรม จากแม่ค้าขายเสื้อผ้าเด็กในตลาดนัดสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจออนไลน์กับเว็บไซต์ขายเสื้อผ้าเด็กที่ขายดี มีลูกค้าให้ความเชื่อมั่นมากมายอีกเว็บไซต์หนึ่งในปัจจุบัน และที่สำคัญเว็บนี้  www.shopsawadee.com มีรางวัลการันตีอีกด้วย

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME โดยธนาคารกรุงเทพ เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333 หรือสนใจสินเชื่อคลิกเลย !

2041 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น