ตลาดในประเทศยังไปต่อ แต่ตลาดรถยนต์ส่งออกลดลงเล็กน้อย

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเติบโตดี แต่ส่งออกชะลอตัวเล็กน้อย ภาคเอกชนห่วงการแข็งค่าของเงินบาทอาจส่งผลต่อการส่งออก

คุณสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยว่า ยอดผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศยังคงขยายตัวต่อเนื่องเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 2.53% อยู่ที่ 77,777 คัน ทำให้ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศรวม 6 เดือนเพิ่มขึ้น 14.08% อยู่ที่ 192,310 คัน เนื่องจากการทยอยแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่นตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา การลงทุนของภาครัฐยังเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ตลาด ดีขึ้นสอท.จึงมั่นใจว่าปีนี้ยอดขายในประเทศ จะเป็นไปตามคาดการณ์ไว้

ยอดผลิตรถยนต์ในเดือนมิถุนายน 2560 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.46% อยู่ที่ 175,443 คัน  โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกลดลง 19.59% อยู่ที่ 36,891 คัน ทำให้ยอดส่งออกรถยนต์ 6 เดือน (มกราคม-มิถุนายน)ลดลง 9.82% อยู่ที่ 536,406 คัน โดยเป็น การส่งออกที่ลดลงเกือบทุกตลาด

“สัปดาห์หน้า สอท.จะนำสถิติการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงปัจจัยที่มีผลต่อแนวโน้มตลาดส่งออกรถยนต์ ประกอบการทบทวนปรับลดประมาณการ ยอดผลิตรถยนต์ปีนี้ใหม่อย่างเป็นทางการอีกครั้ง จากปัจจุบันคาดไว้อยู่ที่ 2 ล้านคัน อาจลงมาอยู่ที่ 1.9 ล้านคัน จากการส่งออกรถยนต์ปีนี้ที่คาดว่าจะทำได้ 1.1 ล้านคัน ต่ำกว่าเป้าหมายปัจจุบันคาดไว้ที่ 1.2 ล้านคัน” คุณสุรพงษ์กล่าว

คุณเจน นำชัยศิริ ประธานสอท. เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายน 2560 อยู่ที่ระดับ 84.7 ลดลง ต่อเนื่องเป็นเดือนที่สามจากเดือนก่อน อยู่ที่ 85.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือนเทียบกับเดือนกันยายน 2559 อยู่ที่ 84.8 เนื่องจากผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อกำลังซื้อภายในประเทศ จากการระมัดระวังการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน ประกอบกับอยู่ในช่วงฤดูฝนทำให้การดำเนินกิจกรรมของภาคธุรกิจชะลอตัวลง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อการบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ทำให้ภาคเอกชนเกรงว่าจะประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)

อย่างไรก็ดี ทางภาคเอกชนยังติดตามความเคลื่อนไหวของค่าเงินสหรัฐที่อ่อนค่า อย่างใกล้ชิด หลังสหรัฐประกาศตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัวออกมาไม่ดีนัก หากในระยะยาวส่งผลให้เกิดภาวะเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้ามา กดดันเงินบาทแข็งค่ามากขึ้น จนส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกสินค้า ก็เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จะมีเครื่องมือต่างๆ ดูแล

“หากเงินบาทแข็งค่าในระยะสั้นเชื่อว่าผู้ประกอบการยังสามารถดูแลไม่ให้กระทบต่อความสามารถทางการแข่งขัน และสอท.ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิดเพื่อคอยส่งสัญญาณไปยังธปท.ที่มีเครื่องมือและมาตรการพร้อมออกมาควบคุมสถานการณ์อยู่แล้ว”คุณเจนกล่าว

1312 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น