Five Force Model ตัวช่วยในการวิเคราะห์ธุรกิจจากหนังสือเรียน MBA

เผยเนื้อหาของหนังสือที่นำไปบรรจุในหลักสูตรปริญญาโท MBA ทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนคุณสามารถหาซื้อมาอ่านที่บ้านได้

Highlight
•   สภาพแวดล้อมด้านการแข่งขันมีทั้งหมด 5 ประเภทได้แก่ บริษัทคู่แข่งโดยตรง ผู้ประกอบการใหม่ สินค้าทดแทน ซัพพลายเออร์ และ ผู้ซื้อสินค้า  (หรือก็คือ Five Force Model นั่นเอง)
•   วิธีรับมือกับคู่แข่งโดยตรงคือหาสินค้าที่แตกต่างหรือราคาถูกกว่ามาจำหน่าย
•   การสร้างอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด เช่น ขอลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร ฯลฯ สามารถป้องกันผู้ประกอบการใหม่ได้
•   วิธีที่ดีที่สุดในการกันไม่ให้ผู้บริโภคไปซื้อสินค้าทดแทนจากร้านอื่น คือคุณต้องขายสินค้าทดแทนนั้นเอง
•   หากซัพพลายเออร์หรือผู้ผลิตสินค้าที่คุณดำเนินธุรกิจด้วยมีจำนวนน้อย คุณจะเสียเปรียบในการแข่งขัน
•   แน่นอนว่าหากกลุ่มลูกค้าของคุณมีน้อย คุณก็จะเสียเปรียบเช่นกัน

Management: Leading & Collaborating in a Competitive World หรือแปลเป็นไทยได้ว่า การจัดการ: การเป็นผู้นำและการทำงานร่วมกันในโลกแห่งการแข่งขัน เป็นหนังสือที่เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมองค์กร Thomas Bateman และศาสตราจารย์ด้านการบริหารธุรกิจ Scott Snell ซึ่งเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ก็ถูกนำมาใช้เป็นหลักสูตรปริญญาโทบริหารธุรกิจหรือ MBA ในหลายมหาวิทยาลัยทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย โดยมีบทหนึ่งที่น่าสนใจซึ่งเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมด้านการแข่งขัน 5 ประเภท หรือ Five Force Model ที่ไม่ว่าจะเป็น SME รายเล็กตั้งแต่ร้านอาแปะหน้าปากซอยไปจนถึงเจ้าของธุรกิจรายใหญ่ก็ไม่มีทางหนีพ้น แล้วสภาพแวดล้อมทั้ง 5 นี้จะมีอะไรบ้าง และควรรับมือกับมันอย่างไร หาคำตอบได้ข้างล่างนี้

1. บริษัทที่เป็นคู่แข่งโดยตรง (Rival Firms)
นี่คือสภาพแวดล้อมด้านการแข่งขันที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจคุณมากที่สุด ลองจินตนาการดูว่าหากคุณเปิดร้านขายของชำอยู่แถวบ้าน แล้วจู่ ๆ มีใครที่ไหนก็ไม่รู้มาเปิดร้านขายของแบบเดียวกับคุณเป๊ะ ๆ ที่ท้ายซอย ยอดขายของคุณจะลดลงไปเท่าไหร่

ซึ่งกลยุทธ์การรับมือกับคู่แข่งประเภทนี้ก็ง่าย ๆ คือหาสินค้าที่แตกต่างกว่าอีกร้านมาวางขาย หรือสั่งสินค้ามาทีละเยอะ ๆ เพื่อให้เรามีอำนาจต่อรองเรื่องราคากับซัพพลายเออร์ และเมื่อคุณได้สินค้ามาในราคาต่ำ คุณก็สามารถตัดราคาให้ถูกกว่าคู่แข่งได้

2. ผู้ประกอบการใหม่ (New Entrants)
เมื่อธุรกิจคุณประสบความสำเร็จ เป็นธรรมดาที่คนอื่น ๆ จะทำตามคุณ พวกเขาจะก่อตั้งบริษัทหรือห้างร้านที่ดำเนินธุรกิจแบบเดียวกับคุณและจะกลายเป็นคู่แข่งโดยตรงในที่สุด ยกตัวอย่างเช่น เกมคอนโซลที่ปัจจุบันโดนเกมมือถือแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด

วิธีการรับมือไม่ให้เกิดผู้ประกอบการใหม่นั้น คือคุณต้องสร้างอุปสรรคในการเข้าสู่อุตสาหกรรมขึ้นมา โดยอุปสรรคที่ว่าได้แก่ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร สัมปทานของรัฐบาลที่อนุญาตให้คุณดำเนินธุรกิจแต่เพียงผู้เดียว รวมไปถึงการจำกัดไม่ให้คู่แข่งเข้าถึงช่องทางจัดจำหน่าย ฟังดูอาจเกินตัวไปหน่อยสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ SME รายย่อยสามารถทำได้นั่นคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าไปเรื่อย ๆ จนเขารู้สึกผูกพันและไม่อยากไปซื้อของจากคนอื่น ซึ่งเจ้าสิ่งนี้นี่เองที่เป็นกลยุทธ์หนึ่งของการสร้างแบรนด์รอยัลตี้

3. สินค้าทดแทน (Substitutes)
นอกจากคู่แข่งโดยตรงและผู้ประกอบการรายใหม่แล้ว สินค้าทดแทนก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะลูกค้าสามารถปฏิเสธสินค้าของคุณไปใช้สินค้าอื่นที่ใกล้เคียงได้ ตัวอย่างเช่น หากคุณขายเนื้อหมู กลุ่มลูกค้าของคุณอาจหันไปซื้อเนื้อไก่ร้านอื่นได้ เพราะสินค้าสองประเภทนี้ในสายตาคนไทยแล้วสามารถใช้ทดแทนกันได้

วิธีที่จะกันไม่ให้กลุ่มเป้าหมายของคุณไปซื้อสินค้าทดแทนจากร้านอื่นก็คือคุณต้องขายสินค้าทดแทนนั้นเอง ในเมื่อคุณไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคได้ คุณก็ต้องตอบสนองความต้องการของพวกเขา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ บริษัท PepsiCo ที่นอกจากจะมีขนมขบเคี้ยวอย่าง Lays แล้ว PepsiCo ยังซื้อ Quaker เอาไว้ตีตลาดคนรักสุขภาพ และกันไม่ให้ขนมของบริษัทอื่นมาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดได้อีกด้วย

4. ผู้ผลิตสินค้า (Suppliers)
ผู้ผลิตสินค้า หรือที่คนไทยเรียกทับศัพท์ว่าซัพพลายเออร์ สามารถเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจของคุณได้ หากซัพพลายเออร์ที่คุณดำเนินธุรกิจอยู่ด้วยนั้นมีอยู่ไม่กี่เจ้าในตลาด เนื่องจากทางซัพพลายเออร์จะมีอำนาจต่อรองราคามากกว่าคุณ วิธีแก้ก็คือคุณควรหาซัพพลายเออร์เจ้าอื่น ๆ ไว้ด้วยเผื่อกรณีที่ซัพพลายเออร์รายปัจจุบันขึ้นราคา คุณจะสามารถเปลี่ยนสินค้าได้ทันท่วงที

5. ลูกค้า (Buyers)
ในกรณีของลูกค้านั้นจะคล้าย ๆ กับซัพพลายเออร์ กล่าวคือหากกลุ่มลูกค้าของธุรกิจคุณมีน้อย คุณจะเสียเปรียบในการต่อรอง และแน่นอนหากจำนวนลูกค้ามีมาก ความได้เปรียบนั้นก็จะเป็นของคุณ

ทั้งนี้นอกจากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมด้านการแข่งขันจะทำให้คุณเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ แล้ว สภาพแวดล้อมทั้ง 5 หรือ Five Force Model ยังใช้ในการวิเคราะห์อีกด้วยว่าธุรกิจไหนน่าสนใจ โดยธุรกิจที่น่าสนใจก็คือธุรกิจที่มีคู่แข่ง ผู้ประกอบการใหม่ และ สินค้าทดแทนในจำนวนที่น้อย แต่มีซัพพลายเออร์กับกลุ่มลูกค้าเยอะ ในทางกลับกันธุรกิจที่ไม่น่าสนใจก็คือธุรกิจที่มีคู่แข่ง ผู้ประกอบการใหม่ และ สินค้าทดแทนมาก แต่มีซัพพลายเออร์และกลุ่มลูกค้าในปริมาณน้อย

2300 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น