จับทางพฤติกรรม Millennials ทำตลาดอย่างไรให้โดนใจวัยฮอร์โมน

Millennials ครองตำแหน่งผู้นำด้านตลาดหลัก พร้อมวิเคราะห์ทิศทางกลุ่มเป้าหมายก่อนทำตลาด

Highlight:

  • Forbes ระบุ Millennials นี่แหละคือ Leadership ที่ทรงอิทธิพลที่สุดด้านกระแสหลัก
  • เด็กไทยมองหาความเป็นเพื่อน ร้อยละ 28 ต้องการความซื่อสัตย์ ร้อยละ 25 และต้องการความตรงไปตรงมา ร้อยละ 14 ส่งผลให้ความต้องการทั้ง 3 สิ่งยังเป็นสิ่งที่ต้องมีในแบรนด์มากขึ้น
  • เชื่อมแบรนด์เข้ากับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ คุณอาจต้องสร้างแบรนด์ให้พวกเขารู้สึกว่าถึงตัวตนแบรนด์ย่างแท้จริง โดยให้กลุ่มเหล่านี้ใช้แล้วรู้กสึกดูดีในสื่อสังคมออนไลน์ เพราะจากงานวิจัยยังพบว่า วัยรุ่นไทยร้อยละ 67 หากมีการอัพเดทสเตตัสแล้วได้ 50 Likes ขึ้นไป จะรู้สึกถึงการเป็นที่ยอมรับในสังคม
  • แบรนด์ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากเท่าใด จะยิ่งสร้างฐานให้ลูกค้าจงรักภักดีต่อแบรนด์ได้มากขึ้น

ยิ่งเข้าถึงวัยวุ่นนี่แหละ! ยิ่งสร้างฐานลูกค้าในอนาคต เพราะ Millennials จะก้าวขึ้นแท่นผู้นำที่ครองสัดส่วนตลาดมากที่สุดทั่วโลก

เจาะกลุ่ม Audience เข้าใจ Millennials ก่อนทำการตลาด

ช่วงนี้นักการตลาดหลายคนทั้งไทยและเทศต่างพูดถึง Millennial เป็นจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้เป็นเป้าหมายหลักของตลาด โดยเฉพาะเมื่อไม่นานมานี้ Forbes ยังออกมาบอกด้วยว่า Millennials นี่แหละคือ Leadership จนกลายเป็นตัวแทนของกระแสที่ใหญ่ที่สุดไปแล้ว (ในสหรัฐอเมริกา) ซึ่งนักการตลาดในบ้านเราเองก็ต้องจับตาและจับทางให้ได้

ที่สำคัญเมื่อต้นปีที่ผ่านมาบริษัท แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป) ได้เผยแพร่ผลสำรวจพฤติกรรมและความคิดของกลุ่มวัยรุ่นยุคปัจจุบันในหัวข้อ “Truth About Youth” ที่เป็นการสำรวจกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง จากการวิเคราะห์เจาะลึกทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพกว่า 33,000 คน ใน 18 ประเทศทั่วโลก เช่น ไทย สหรัฐฯ อังกฤษ และแคนาดา พบว่า พฤติกรรมและความคิดวัยรุ่นปัจจุบันสามารถจำแนกได้ 3 รูปแบบ

  • การหาตัวตนของวัยรุ่น (Finding yourself) : หลายคนหาตัวตนด้วยการเริ่มต้นทดลองทำสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลาเพื่อหาสิ่งที่เข้ากับตนเองมากที่สุด ซึ่งการเป็นผู้ใหญ่สำหรับวัยนี้นั้นไม่ใช่การมีรถ บ้าน หรือแต่งงาน เพียงแค่หาเงินเลี้ยงดูตัวเองหรือการมีแฟนก็สามารถสร้างความรู้สึกเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว โดยที่ในบางครั้งพวกเขาก็ไม่ได้ต้องการเป็นผู้ใหญ่ตลอดเวลา เช่น การเกิดขึ้นของ Hastag ต่างๆ ใน Twitter
  • การมองหาผู้คนรอบข้างของพวกเขา (Finding your People) : พวกเขาชอบที่จะเข้าสังคมตลอดเวลาโดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งในผลสำรวจยังระบุว่า เด็กไทยมองหาความเป็นเพื่อน ร้อยละ 28 ต้องการความซื่อสัตย์ ร้อยละ 25 และต้องการความตรงไปตรงมา ร้อยละ 14 ส่งผลให้ความต้องการทั้ง 3 สิ่งยังเป็นสิ่งที่ต้องมีในแบรนด์มากขึ้น
  • การหาพื้นที่ของพวกเขาในโลกนี้ (Finding your place in the world) : อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ชอบที่จะมีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น จึงเห็นได้ว่าวัยรุ่นชอบที่จะออกเดินทางหรือตามพื้นที่ที่มีความสงบเรียบง่าย เพื่อหาแรงบันดาลใจ หรือพื้นที่ที่ทำให้พวกเขามีที่ยืน

วัยรุ่นกำลังเติบโตไปข้างหน้า จะเกิดความรู้สึกผูกพันกับแบรนด์ที่เลือกใช้มาตั้งแต่พวกเขาเป็นวัยรุ่น

รูปแบบที่นักการตลาดต้องนำไปปรับใช้นั้นสามารถนำมาวิเคระห์ได้ว่า กลุ่มวัยรุ่นยุคใหม่ต้องการความเรียบง่าย บนโลกที่ซับซ้อนการนำเสนอด้วยรูปแบบที่ Minimal ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อนจึงได้รับความสนใจ คุณจะสังเกตได้ว่ามีแบรนด์ไม่น้อยที่นำเสนอรูปแบบแบรนด์ที่ค่อนข้าง Minimal  แต่ก็มีความหมายลึกซึ้งที่แฝงไว้ภายใต้คอนเซปต์ “Less is More”

ตัวอย่างของสื่อที่เน้นกลุ่มวัยรุ่นโดยทำแบรนด์ในรูปแบบ Minimal

เมื่อจะเชื่อมแบรนด์เข้ากับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ คุณอาจต้องสร้างแบรนด์ให้พวกเขารู้สึกว่าถึงตัวตนแบรนด์ย่างแท้จริง โดยให้กลุ่มเหล่านี้ใช้แล้วรู้สึกดูดีในสื่อสังคมออนไลน์ เพราะจากงานวิจัยยังพบว่า วัยรุ่นไทยร้อยละ 67 หากมีการอัพเดทสเตตัสแล้วได้ 50 Likes ขึ้นไป จะรู้สึกถึงการเป็นที่ยอมรับในสังคม นอกจากนี้ ประโยคที่ว่าสังคมไทยสังคมอุดมไปด้วยการเสพดราม่า ยังค่อนข้างตรงกับผลสำรวจเพราะ แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป เปิดเผยอีกว่า วัยรุ่นไทยมักชอบคอมเมนต์ในเชิงลบถึงร้อยละ 64 สูงกว่ามาตรฐานโลกถึง 3 เท่า

นักการตลาดยังสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปวิเคราะห์เพื่อวางกลยุทธ์ได้!

เพราะแบรนด์ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากเท่าใด จะยิ่งสร้างฐานให้ลูกค้าจงรักภักดีต่อแบรนด์ได้มากขึ้น ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นกำลังเติบโตไปข้างหน้า จะเกิดความรู้สึกผูกพันกับแบรนด์ที่เลือกใช้มาตั้งแต่พวกเขาเป็นวัยรุ่น โดยเฉพาะการออกแบบแคมเปญการตลาดที่อาจจับความรู้สึกหรือช่วงเวลาสำคัญของกลุ่มวัยรุ่นผ่านกระแสในโซเชียลมีเดีย มาช่วยในการเจาะกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ซึ่ง Content ที่น่าลงเล่นมากที่สุดในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นกระแสการทำ Video Content โดยเฉพาะในปี 2017 นั้นกลายเป็นสิ่งที่คนทำการตลาดออนไลน์แทบจะหนีไม่ได้ หากสังเกตจะพบว่า แพลตฟอร์มของสื่อสังคมออนไลน์ทั้ง Facebook และ YouTube จาก Google กำลังเปิดศึกแย่งผู้ชมกันอย่างดุเดือดโดยเฉพาะในส่วนของ Live Streaming ที่จะเข้ามาแทนที่โทรทัศน์ในอนาคต ขณะที่ Twitter และ Instagram ต่างปรับปรุงเพิ่มความสำคัญในส่วนที่เป็น Video ให้รองรับได้และเพิ่มความยาวของ Video ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ หน้า Feed บน Facebook ยังถูกปรับ Algorithm ให้มีการแสดงผล Video มากกว่า Content ที่เป็น Text หรือ Link ที่ถูก Shared มาบนหน้า Feed โดยการปรับ Algorithm ดังกล่าว ทำให้นักการตลาดออนไลน์ต้องอัดเงินมากขึ้นหากเป็น Content ที่ไม่ใช่ Video เพื่อให้สามารถแสดงผลต่อกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งใครที่จับทางทันก็อาจปรับรูปแบบให้เป็น Video Content มากขึ้น

อย่างไรก็ตามการที่ Video Content เป็นกำลังเป็นที่แพร่หลาย และทุกคนหันทำ Video Content ย่อมส่งผลทำให้การแข่งขันและการสร้างสรรค์งานจะมีความยากขึ้นตาม เพราะฉะนั้นโจทย์ใหญ่ที่ตามมาสำหรับนักการตลาดและทีม Content คือต้องสร้างสรรค์ และหาความแตกต่างของ Video อย่างไร เพื่อตอบสนองกับกลุ่ม Audience มากที่สุด การจับทิศทางและเข้าใจธรรมชาติของผู้บริโภคนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างเลี่ยงไม่ได้ และไม่ใช่เฉพาะ Video Content เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกแบบแคมเปญทางการตลาดและ Content Marketing อื่นๆ อีกด้วย

 

1015 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น