“CMART” อีคอมเมิร์ซสำหรับผู้ซื้อและผู้ขาย

ในส่วนของการสร้างธุรกิจต้องมีการลงทุน ลงทุนเยอะก็มีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนมาก แต่เป้าหมายของ CMART ไม่ใช่การขาย ทำมาเพื่อผู้บริโภคคนไทยได้ซื้อของในราคาที่เหมาะสม ได้รับบริการที่ดี มีความสะดวกสบาย

CMART เป็นหนึ่งผู้ให้บริการเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ซีดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ บีเจซีกรุ๊ป ผู้นำด้านค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศไทย และภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์

โดย คุณวรวุฒิ วาริการ ตำแหน่ง Senior Vice President E-Commerce อธิบายว่า CMART คือแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นการขายของให้กับลูกค้าคนไทยเป็นหลัก มีทั้งสินค้าของตัวเองที่จัดจำหน่าย และรูปแบบ E-Marketplace สำหรับฝากขาย เป็นอีคอมเมิร์ซเว็บไซต์เดียวที่มีทั้งสินค้าและเชื่อมโยงกับบริการต่างๆ ทั้งร้านอาหาร โรงแรม หรือสถานที่ท่องเที่ยว ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2557 ในชื่อ Cdiscount.co.th และเปลี่ยนชื่อเป็น CMART เมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองลูกค้าทั้งเรื่องสินค้าและการให้บริการจากกระแสความนิยมในการซื้อของผ่านทางออนไลน์ ด้วยการนำสินค้าต่างๆ ที่ผู้บริโภคให้ความสนใจขึ้นมาไว้บนเว็บไซต์ นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุน SME ที่นำสินค้ามาวางขายบนเว็บให้มีโอกาสได้เติบโต

เทงบ 100 ล้าน สร้างแหล่งช็อปออนไลน์เพื่อคนไทย

ในการเตรียมความพร้อมสำหรับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของ CMART เริ่มต้นมองจากปัญหาของลูกค้าในเรื่องของความสะดวกสบาย สามารถซื้อของที่ต้องการได้โดยที่ไม่ต้องก้าวออกจากบ้าน จากนั้นก็ประเมินความพร้อมของตัวเองว่ามีทุกสิ่งที่ลูกค้าต้องการหรือไม่ จึงมีรูปแบบของอีมาร์เก็ต เพลส แพลตฟอร์ม ขึ้นมา จากนั้นจึงเป็นการรวมกันของสามส่วน คือ ความต้องการของลูกค้า พาร์ตเนอร์ทางธุรกิจที่จะนำของมาขาย และแพลตฟอร์ม ซึ่งคือตัวเว็บไซต์ เป็นความพร้อมเบื้องต้นในการสร้าง CMART ขึ้นมา

จากนั้นจึงเป็นสร้างทีมทำงานขึ้นมาเพื่อดูแลในระบบ คือ ภาพพจน์เบื้องหน้าที่ลูกค้าเห็น รายการสินค้าต่างๆ ที่ขึ้นหน้าเว็บ และในส่วนของการเงินและการบัญชี การส่งสินค้า ตลอดจนการให้บริการ โดยใช้งบประมาณลงทุนเบื้องต้นที่ 100 ล้านบาท

“แน่นอนว่าในส่วนของการสร้างธุรกิจต้องมีการลงทุน ลงทุนเยอะก็มีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนมาก แต่เป้าหมายของ CMART ไม่ใช่การขาย ทำมาเพื่อผู้บริโภคคนไทยได้ซื้อของในราคาที่เหมาะสม ได้รับบริการที่ดี มีความสะดวกสบาย” คุณวรวุฒิกล่าว

มากมายด้วยสินค้าและบริการ / คอลคอมเมิร์ซ แชตคอมเมิร์ซ

จุดเด่นของ CMART คือให้บริการและเพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้าชาวไทย ในการเลือกซื้อสินค้าและบริการต่างๆ นับพันรายการ ผ่านทางธุรกรรมออนไลน์โดยอาศัยนวัตกรรมที่ทันสมัยที่สุด รับประกันราคาที่ถูก ตามแต่รสนิยมและความพึงพอใจของลูกค้า ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ต่อสัปดาห์ เพื่อให้ลูกได้รับประสบการณ์ช็อปปิ้งออนไลน์ที่ประทับใจตลอดการเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ออนไลน์

มีสินค้าที่ดีคุณภาพสูงนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเด็ก แฟชั่นสำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม นอกจากนั้นยังเพิ่มความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยด้วยบริการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต บัตรเดบิต บริการชำระเงินออนไลน์ผ่านธนาคาร บริการชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส บริการชำระเงินปลายทาง บริการเลือกรับสินค้าจากจุดรับสินค้าต่างๆ ที่ร่วมรายการ

“นอกจากนี้ยังบริการคอลคอมเมิร์ซ แชตคอมเมิร์ซ สำหรับผู้ที่ไม่รู้จักอีคอมเมิร์ซ สามารถใช้บริการได้ง่ายๆ ด้วยการโทร.  หรือแชตเข้ามา ซึ่งทาง CMART ก็พร้อมอำนวยความสะดวกในการให้บริการ”

การตลาดบนพื้นที่โซเชียล / เก็บข้อมูลลูกค้า

เนื่องจากเป็นอีคอมเมิร์ซ CMART จึงทำการตลาดหลักบนพื้นที่โซเชียลมีเดีย Facebook Google และร่วมมือกลุ่มกับคู่ค้าแบรนด์ต่างๆ ในโชเชียลแพลตฟอร์ม โดยอยู่ในช่วงเฝ้ามองกระแสตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเพื่อเตรียมความพร้อมของการทำการตลาดใหญ่แบบเต็มตัว

นอกจากนี้ CMART ยังให้ความสำคัญในการเก็บข้อมูลลูกค้า ซึ่งต้องรู้ว่าลูกค้ามาจากช่องทางไหน เช่นจากทาง Facebook หรือใช้เสิร์จเอนจิ้นหาของแล้วเข้ามา เพราะหากรู้ช่องทางที่มาจะทำให้ง่ายในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า อีกทั้งยังต้องเก็บข้อมูลเชิงลึกในขั้นตอนหลังจากการเป็นสมาชิก ว่าเข้ามาเป็นกี่วันแล้วจึงตัดสินใจซื้อสินค้า เป็นการเก็บข้อมูลเพื่อเรียนรู้ลูกค้าสำหรับแรงจูงใจในการซื้อสินค้าชิ้นต่อไปหรือขายสินค้าให้กับลูกค้าคนอื่นที่อยู่ในกลุ่มที่สนใจสินค้าลักษณะเดียวกัน

“คือเหตุผลที่ต้องให้ลูกค้ากรอกข้อมูลสมาชิก เพื่อที่จะได้ทราบว่าลูกค้าเป็นคนกลุ่มไหน สนใจอะไร เพื่อกำหนดเป้าหมายให้ตรงกับสิ่งที่พวกเขาต้องการ”

E-Commerce กับโอกาสเติบโตที่สดใส

คุณวรวุฒิกล่าวว่าภาพรวมของธุรกิจตลอด 8 เดือนที่ผ่านมาได้รับการตอบรับดีจากลูกค้า เติบโตมากขึ้นจากตอนที่เป็น Cdiscount เดิม เริ่มมีรายได้เข้ามาเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งมองต่อถึงแนวโน้มของธุรกิจประเมินว่าดีมากและมีโอกาสเติบได้อีก เนื่องจากกลุ่มลูกค้าคนไทยปัจจุบันชื่นชอบการใช้โซเชียล ซึ่งส่งผลให้การทำการตลาดและการหาลูกค้าผ่านช่องทางนี้เป็นไปได้ง่าย

“เทรนด์ในอีก 5 ปีข้างหน้าตลาดอีคอมเมิร์ซน่าจะเติบโตอีกมาก สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างแรกคือยอดขายและลูกค้าใหม่ๆ ส่วนอย่างที่สองนั้นคือการรักษายอดขายไม่ให้ตกลงจากเดิม”

ส่วนคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผู้บริหาร CMART ให้ข้อคิดว่าต้องมีความฝันและความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จ มีแผนการทำธุรกิจที่ชัดเจน ห้ามคิดเพียงว่าทำธุรกิจบนโลกออนไลน์แล้วทุกอย่างจะลงตัว ต้องมีความสนใจใคร่รู้ สำรวจคู่แข่ง ศึกษาเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคว่าเป็นอย่างไร คิดเร็วทำเร็วอย่างรอบคอบ ส่วนข้อควรระวังสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซนั้นต้องคำนึงถึงความเสี่ยงในลักษณะที่เหมือนดาบสองคม เนื่องจากสื่อออนไลน์เป็นสิ่งที่เข้าถึงผู้คนได้รวดเร็วและเป็นวงกว้าง

“ต้องระวังเรื่องความผิดพลาด เพราะบนอีคอมเมิร์ซคำตำหนิจะส่งเสียงดัง หากทำได้ดีก็ส่งผลบวกอย่างยอดเยี่ยม แต่ในทางกลับกันหากผิดพลาดก็ส่งผลเสียหายได้เร็วเช่นกัน” คุณวรวุฒิกล่าวทิ้งท้าย

www.cmart.co.th 0-2655-0666

1133 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น