“ชีวิตดีขึ้นได้ เพียงแค่ฉีกซอง” ธัญ ทายาท กิจบรรลือมัลติฟู้ด

Go inter case วันนี้จะพาไปรู้จักกับทายาทนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ จากกิจบรรลือมัลติฟู้ดฯ เจเนอเรชั่นที่ 2 ที่รับช่วงต่อธุรกิจด้านอุตสาหกรรมอาหารที่เรียกได้ว่าเป็นตำนาน

เนื่องจากเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่ส่งออกเครื่องแกงชนิดผง เครื่องดื่มสมุนไพรชนิดผง นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ช่วงหลังๆที่ออกมายังตอบโจทย์สไตล์คนเมืองภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า “ชีวิตดีขึ้นได้ เพียงแค่ฉีกซอง” กับ คุณธัญ ใจภักดีมั่น รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กิจบรรลือ มัลติฟู้ด จำกัด

จุดเริ่มต้นธุรกิจ
คุณธัญ เล่าว่ากิจบรรลือฟู้ดฯ เพิ่งก่อตั้งมาได้ 15 ปี ก่อนหน้านี้บริษัทของคุณพ่อเป็นอุตสาหกรรมอาหารโดยมีลูกค้ารายใหญ่ 5 รายเท่านั้น และ 2 ใน 5 ราย เป็นโรงบะหมี่รายใหญ่ที่มีชื่อเสียง แต่ในช่วงวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง โรงบะหมี่ 2 โรงงาน ใน 5 ราย นี้เจ๊ง ส่งผลให้รายได้ 50% ในบริษัทคุณพ่อหายไป มีหนี้ 200 ล้านบาท หากตอนนั้นขายกิจการมีคนตีราคามูลค่าธุรกิจเหลือเพียงแค่ 50 ล้านบาท จนคุณพ่อต้องเรียกลูก 3 คน แล้วไปดูที่ดินทั้งหมดที่ครอบครัวมี เพื่อขายใช้หนี้และนั่นคือจุดเริ่มต้น

“ในวันนั้นทำให้ผมคิดว่า คงถึงเวลาแล้วที่ตนเองต้องกลับมาทำอะไรสักอย่างและเริ่มเข้ามาช่วยงานในโรงงาน จนมาถึงวันนี้ จากลูกค้า 5 ราย เพิ่มขึ้นมาในระดับประเทศไทย 40 ราย ในต่างประเทศอีก 50 รายในทั่วโลก โดยเน้นการส่งออกที่ตลาดเอเชียเป็นหลัก สิงคโปร์ ฮ่องกง อินโดนีเซีย จีน ไต้หวัน มาเลเซีย” คุณธัญกล่าว

ตลาดในประเทศเน้นเจาะตลาด High End
สำหรับสินค้าที่จำหน่ายในประเทศไทยเป็นกลุ่มเครื่องเทศและผงเครื่องดื่ม คุณธัญกล่าวว่าทุกคนในประเทศต้องเคยรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมจากผลิตภัณฑ์ของกิจบรรลือฯอย่างแน่นอน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2 ยี่ห้อ ดังในประเทศไทย ใช้ผงปรุงรสของกิจบรรลือฯ ถั่วปรุงรส2 – 3 แบรนด์ดังในไทยใช้เครื่องปรุงรสมาจากบริษัทกิจบรรลือฯ ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์สัญชาติญี่ปุ่น ร้านสุกี้ชื่อดัง น้ำซุปมาจากบริษัทกิจบรรลือฯ รวมถึงเครื่องดื่มในร้านกาแฟแบรนด์ดังหรือตามร้านอาหาร เช่น น้ำมะนาว น้ำตะไคร้ น้ำใบเตย ฯลฯ ก็มาจากสินค้าของบริษัทกิจบรรลือฯ

สินค้าจากแบรนด์โรงงานใช้ชื่อว่า รำวง ทางบริษัทไม่ได้เน้นแบรนด์การทำตลาดของตัวเอง แต่สินค้าสำเร็จที่ทำขึ้นมานั้น ทำขึ้นเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อลูกค้ากลุ่มภาคกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต วิธีการวางจำหน่ายคือเลือกวางในห้างสรรพสินค้า โดยตำแหน่งการวางสินค้าในห้างสรรพค้านั้นเลือกจุดที่วางแล้วผู้บริโภคต้องคิดขึ้นมาในใจทันทีว่า บริษัทที่ผลิตสินค้านี้ต้องสุดยอดอย่างมาก ห้างสรรพสินค้าที่วางจำหน่ายสินค้านั้นเลือกกลุ่มเป้าหมายระดับสูง คือ ZEN Isetan, Emporium, Siam Paragonและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งยอดขายในสนามบินสูงมาก

สาเหตุที่จำเป็นต้องเจาะกลุ่มการตลาดระดับนั้นเนื่องจาก บริษัทเดิมเป็นเจ้าการตลาดด้านการผลิตมาโดยตลอดและในการสร้างแบรนด์แน่นอนว่าเป็นสิ่งสำคัญในอนาคต แต่งบประมาณในการสร้างแบรนด์ต่อปีนั้นไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งยังไม่มีงบประมาณในส่วนนั้น ผลก็คือการสร้างแบรนด์ในรูปแบบที่ต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อลูกค้ากลุ่มภาคโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต แม้ว่าความน่าเชื่อถือของแบรนด์ระดับลูกภาคอุตสาหกรรมการผลิตนั้นอยู่ในระดับที่ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าหากลูกค้าได้มาเห็นสินค้าของกิจบรรลือฯ ที่เมื่อ 2 – 3 วัน ก่อนลูกค้าได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมโรงงาน ได้เห็นผลิตภัณฑ์ เห็นการนำเสนอ แล้วเมื่อเดินทางได้เห็นสินค้าจากทางบริษัทวางอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิหรือเมื่อเดินห้างสรรพสินค้าระดับ High end แล้วสินค้าจากกิจบรรลือฯ วางอยู่บนชั้นขาย ความน่าเชื่อถือของแบรนด์กิจบรรลือฯในระดับลูกค้ากลุ่มภาคอุตสาหกรรมการผลิตจะพุ่งสูงระดับที่คาดไม่ถึง

ตลาดส่งออกเน้นขายอาหารไทยให้คนต่างชาติบริโภค
เริ่มต้นจากมีโอกาสได้ออกงานแฟร์ที่ญี่ปุ่น บังเอิญมีพนักงานขายของคล้ายกับมินิมาร์ทบ้านเราเข้ามาชิมสินค้า และหยิบตัวอย่างกลับไป 1 ห่อ วางไว้บนโต๊ะที่บริษัท ปรากฏว่าผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ – นำเข้า มาเห็นสินค้าที่ลูกน้องมาวางไว้ที่โต๊ะ สินค้าสีสันแปลกตา ฉีกซองรับประทานและชอบคอนเซ็ปต์ เพราะน่าสนใจ ในช่วง 15 ปี ก่อนนั้นเครื่องแกงไทยคือสินค้าเปียกๆ กรรมวิธีทำอาหารไทยยุ่งยาก แต่สินค้าของทางบริษัทฉีกซองเติมน้ำใส่ผักเนื้อสัตว์ เข้าไมโครเวฟหรือตั้งเตาแก๊ซ ทานได้ทันที ผลปรากฏว่าคนญี่ปุ่นชอบมาก จึงได้เกิดการเรียนรู้ว่า ประเทศที่เคยไป ทั้งฮ่องกง เยอรมัน ฝรั่งเศส ผิดพลาดหมดที่เคยบุกตลาดคนไทย เพราะกลุ่มลูกค้าที่ขายได้คือกลุ่มคนท้องถิ่นที่อยากรับประทานอาหารไทย แต่ทำอาหารไทยไม่เป็น

ในปีถัดมาได้พัฒนาสินค้าให้มีเนื้อสัตว์และผักอบแห้งลงไปในสินค้า เนื่องจากได้รับโจทย์จากลูกค้ามา ที่สำคัญสินเค้ากิจบรรลือฯ ไม่ใช่สินค้าแบบแช่แข็ง(Frozen) เป็นสินค้าแบบของแห้ง ฉีกซอง เข้าไมโครเวฟ พร้อมรับประทาน ซึ่งในช่วงนั้นข้าวราดแกงเป็นสินค้าแช่แข็ง(Frozen) ทั้งหมดและต้นทุนสูงมากเพราะต้องแช่แข็งต้องมีห้องเย็น ใน 3 ปี ถัดมากิจบรรลือฯ ได้ออกสินค้าที่เป็นข้าวราดแกงแบบเข้าไมโครเวฟทานได้ทันทีโดยไม่ใช่การ Frozen แต่เป็นสินค้าของแห้ง และราคาถูกลงมากจากสินค้าแช่แข็ง 50%

อาหารไทยไปต่างประเทศต้องพลิกแพลง
เมื่อ 5 ปีที่แล้วมีคนบอกว่าทำสินค้าทุเรียนที่เมืองจีนขายได้หมด ทางบริษัทได้ออกสินค้าข้าวเหนียวทุเรียน เป็นของแห้งไม่ใช่Frozen บริษัททำสินค้าทุกอย่างเป็นของแห้งหมดไม่มีของแช่แข็ง สามารถเติมน้ำเข้าไมโครเวฟ 4 นาที ทานได้ทันที ปรากฏว่าขายไม่ได้ คนจีนไม่เข้าใจกินผลไม้กับข้าว ของแบบนี้ขายได้ในไทยแต่ไม่ใช่ในต่างประเทศ เราแก้ไขโดยลองเปลี่ยนเป็นทำ สาคูทุเรียน ต่อมาผลิตขายได้จำนวนมาก แต่คนไทยไม่เข้าใจทำไมกิจบรรลือฯ ทำสาคูทุเรียน

“สินค้าที่ขายได้ในบ้านเราบางทีมันขายไม่ได้ในต่างประเทศ สินค้าที่ขายได้ในต่างประเทศขายไม่ได้ในบ้านเรา คนไทยเข้าใจได้ทำไมกิจบรรลือฯ ทำน้ำนมข้าวโพด แต่สงสัยว่าทำไมกิจบรรลือฯ ทำน้ำนมมะม่วง ทำน้ำนมทุเรียน ทำสาคูทุเรียน ทำสาคูมะม่วง ต้องบอกเลยว่าเพราะของบางอย่างคนไทยเก็ท คนต่างประเทศไม่เก็ท”

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

info_BBL_222 sme

1355 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น