ยุคทอง e-Commerce ใน AEC

แนวโน้มอาเซียนกระโดดสู่ตลาด e-Commerce เบอร์ 3 ของโลก ด้านค้าปลีกท้องถิ่นจะขยับตัวเองกลายเป็นผู้เล่นหลักในการค้าออนไลน์กับคู่แข่งระดับโลก

Highlight:

  • อาเซียนก็กำลังเกิดสิ่งที่เรียกว่า ยุคทอง (Golden Age) สำหรับ e-Commerce
  • อาเซียนมีประชากว่า 600 ล้านคน มากกว่าประชากรในสหรัฐฯ ถึง 2 เท่าตัว ส่งผลให้อาเซียนมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นตลาด e-Commerce ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและอินเดียเท่านั้น (และยังเรียกได้ว่าใหญ่กว่าสหรัฐฯ)
  • ผู้เล่นอาเซียนในตลาด e-Commerce ท้องถิ่นจะกลายเป็นผู้เล่นลำดับสำคัญของโลกมากขึ้น

ท่ามกลางกระแสอีคอมเมิร์ซที่เกิดขึ้นทั่วโลกทั้งในสหรัฐฯ และจีน สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนก็กำลังเกิดสิ่งที่เรียกว่า ยุคทอง (Golden Age) สำหรับ e-Commerce เช่นกัน ด้วยการซื้อของออนไลน์ที่ขยับขึ้นร้อยละ 1 สำหรับค้าปลีกต่อ 1 บัญชีผู้ใช้งาน ทำให้อาเซียนมีโอกาสที่จะแตะตัวเลข 2 หลักตามจีนมาติดๆ ในอีก 4 – 5 ปี ต่อจากนี้ จากการเปิดเผยข้อมูลของ entrepreneur

โดยตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจอีกอย่างก็คืออาเซียนมีประชากรมากกว่า 600 ล้านคน มากกว่าประชากรในสหรัฐฯ ถึง 2 เท่าตัว ส่งผลให้อาเซียนมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นตลาด e-Commerce ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและอินเดียเท่านั้น (และยังเรียกได้ว่าใหญ่กว่าสหรัฐฯ)

SME ในอาเซียนจะก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นลำดับสำคัญของโลกมากขึ้น

ในอนาคตทั่วโลกจะได้เห็นก้าวสำคัญของ SME ในอาเซียนที่จะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของตลาด e-Commerce มากขึ้น โดยเฉพาะการขยายตัวเพิ่มขึ้นของ e-Commerce ในอินโดนีเซีย โดยเฉพาะการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของ MatahariMall.com เมื่อปี 2016 โดยอาศัยต้นทุนเดิมที่มีความพร้อมทั้งโลจิสติกส์ ศูนย์กระจายและพักสินค้า และห้างสรรพสินค้า อีกทั้งยังมีเครือข่ายที่ดีจากเหล่าผู้ค้าปลีกรายย่อย ทำให้ MatahariMall จะกลายเป็นผู้เล่นหลักในอาเซียนที่จะก้าวเข้ามาเป็นผู้แข่งรายสำคัญของ Lazada

“ผู้เล่นอาเซียนในตลาด e-Commerce ท้องถิ่นจะกลายเป็นผู้เล่นลำดับสำคัญของโลกมากขึ้น”

สำหรับ Lazada เองได้กลับเข้ามาในอาเซียนอีกครั้งโดยการดึงตัว Magnus Ekbom ที่เคย CEO Lazada ในอินโดนีเซียกลับมารับตำแหน่งใหม่อีกครั้ง เนื่องจากในปี 2015 – 2016 ที่ผ่านมายอดสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ในอินโดนีเซียเติบโตแซงหน้าประเทศไทยไปเป็นที่เรียบร้อย และไม่ได้มีแต่ Lazada เท่านั้น เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์ Marketplace คู่แข่งเบอร์ 1 ของ Alibaba จากจีนอย่าง JD ย่องแอบเข้าไปเปิดตัวเว็บไซต์ JD.id ที่เป็นโดเมนเนมในประเทศอินโดนีเซียเรียบร้อย

ความสำคัญของตลาด e-Commerce ในอินโดนีเซียยังเป็นที่น่าจับตามองอีกครั้ง เพราะเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากที่ปล่อยให้คู่แข่งคนสำคัญอย่าง JD บุกอินโดนีเซียได้ไม่นาน Alibaba ก็ได้ฤกษ์ เปิดตัว Data Center จาก Alibaba Cloud ในประเทศอินโดนีเซีย

ซึ่งในปี 2016 ที่ผ่านมา เราได้เห็นแบรนด์ออฟไลน์ หันเข้าสู่การแข่งขันออนไลน์มากขึ้น เช่นเดียวกับบรรดาผู้ให้บริการด้าน Marketplace ที่มีการเปิดตัวด้านบริการที่ครบวงจรด้าน e-Commerce มากขึ้น

อาเซียนจะก้าวเข้าสู่ยุคทองของ e-Commerce ผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดที่มีวิธีจัดการกับขนส่งได้ดีที่สุด

หากคุณเป็น SME ที่ทำรูปแบบ B2C (Business to Customers) และกำลังเข้าสู่ e-Commerce นอกจากต้องมีระบบการชำเงินที่สะดวกสบายและตอบโจทย์ลูกค้าทุกช่องทางแล้ว การจัดการระบบโลจิสติกส์ที่สมบูรณ์แบบและรวดเร็วจะส่งเสริมจุดแข็งได้มากกว่ารายอื่น ตัวอย่างที่สำคัญสำหรับในอาเซียนคือ ค้าปลีกเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในเวียดนามแบรนด์  Nguyen Kim (ถูกซื้อโดยกลุ่มเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป) สามารถจัดส่งสินค้าได้ภายใน 1 วัน และเร็วที่สุดคือภายใน 4 ชั่วโมง เนื่องจากความพร้อมของห้างสรรพสินค้าขายปลีกที่มีอยู่แล้ว

SME ที่สามารถจัดการระบบขนส่งได้ดีและเร็วที่สุดจะส่งเสริมจุดแข็งได้มากกว่ารายอื่น”

แต่อุปสรรคที่อาเซียนกำลังเผชิญก็คือโลจิสติกส์ เนื่องจาก e-Commerce เป็นรูปแบบที่การค้าที่ต้องพัฒนาไปพร้อมกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน และโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม แต่ในภูมิประเทศอย่างอินโดนีเซียที่เป็นลักษณะเกาะ หรือพื้นที่บางแห่งในเมียนมา ลาว และกัมพูชา ที่ยังไม่มีความพร้อมด้านถนน หรือไม่สามารถขนส่งสินค้าผ่านพื้นที่บางแห่งได้ จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในอนาคต จนทำให้ e-Commerce ในอาเซียนจากภาพรวมที่มองว่ามีศักยภาพประชากรมากกว่าสหรัฐฯ ถึง 2 เท่า จะสามารถลงทุนได้แต่ในประเทศที่มีความพร้อมอย่าง เวียดนาม มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย โดยอินโดนีเซียจะติดเรื่องคอสของโลจิสติกส์ที่เป็นเกาะ หากจะส่งข้ามโซนกันอาจจะต้องเจอกับลักษณะขนส่ง เรือ-รถยนต์-เรือ-รถยนต์ หรือถ้าเป็นเครื่องบินก็จะลดต้นทุนได้ยากขึ้น

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: [email protected] สายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น