เจ้าพ่อ เฟซบุ๊ก ยังบอกเองว่านี่คือยุคของ Social Commerce

เมื่อสื่อออนไลน์กลายเป็นมหาอำนาจทางการตลาด และเหล่า Social Media ที่พัฒนาตัวเองไปเป็น Marketplace

Highlight:

  • ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยจะเติบโตร้อยละ 15 ในปี 2017
  • ยิ่งเว็บไซต์ของคุณสามารถติดหน้าแรกของ Search Engine ได้ ก็จะมีโอกาสทำให้ผู้บริโภครู้จักและขายสินค้าได้ง่ายขึ้น
  • Forbes นิตยสารระดับโลกยังคาดการณ์มูลค่าตลาด e-Commerce ไทยว่าจะอยู่ที่ 2.1 ล้านล้านบาท นับว่ามีมูลค่าที่สูงมากเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศในอาเซียน
  • Social Media คือ Tool ตัวหนึ่งของ e-Commerce ขณะที่กระแส Social Commerce นั้นเป็นกระแสที่เกิดขึ้นจากผู้ประกอบการที่ต้องการทำการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนขยายไปเป็นการซื้อ – ขาย ที่ขนาดเจ้าพ่อสื่อสังคมออนไลน์เบอร์ 1 ของโลก Mark Zuckerberg ยังออกมาบอกเลยว่า ถ้าให้ผมเดานะ Social Commerce น่าจะปะทุขยายตัวมากขึ้นในอนาคต
ภาพรวมของอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซประเทศไทย

เชื่อได้เลยว่าเหล่าพนักงานออฟฟิศหลายคนต้องอยากได้รายได้เสริมนอกเวลาหรือกำลังมองหาธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งการเริ่มต้นทำธุรกิจจำเป็นต้องมีเงินลงทุนสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างหน้าร้าน ค่าพนักงาน ไฟฟ้า น้ำ สินค้า ฯลฯ รวมถึงต้นทุนความเสี่ยง เพราะใช่ว่าการลงทุนทำธุรกิจจะประสบความสำเร็จเสมอไป

e-Commerce เป็นธุรกิจที่ลงทุนน้อย แต่สามารถเปิดร้านได้ 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเงินค่าที่ เหมาะกับกลุ่มคนที่ยังไม่มีเวลาและมีทุนไม่มาก ประกอบกับสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดได้ แตกต่างจากวิธีการสื่อสารแบบเดิมที่ไม่อาจเจาะกลุ่มเป้าหมายเพื่อสื่อสารได้

ทำไมต้อง e-Commerce ?

ยุคนี้หากจะสร้างการรับรู้ช่องทางที่มีอิทธิพลมากที่สุดก็คือสื่อออนไลน์ นอกจากการโปรโมทที่สามารถเลือกเจาะกลุ่มเป้าหมายแล้ว พฤติกรรมของผู้บริโภคเวลาที่ซื้อสินค้าจะหาข้อมูลร้านค้า ราคา คุณสมบัติสินค้า จากอินเทอร์เน็ตก่อน ยิ่งเว็บไซต์ของคุณสามารถติดหน้าแรกของ Search Engine ได้  ก็จะมีโอกาสทำให้ผู้บริโภครู้จักและขายสินค้าได้ง่ายขึ้น

คุณวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารระดับสูงในเครือเซ็นทรัลออนไลน์ เปิดเผยข้อมูลกับสื่อไทยว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยจะเติบโตร้อยละ 15 ในปี 2017 เนื่องจากการขยายตัวของผู้บริโภคที่หันมาซื้อของออนไลน์มากขึ้น อีกอย่างประเทศไทยมีการพัฒนาระบบ e-Commerce อย่างธุรกรรมการเงินออนไลน์ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และระบบโลจิสติกส์ ที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ e-Commerce ไทยเติบโต ขณะที่นิตยสาร Forbes ระดับโลกยังคาดการณ์มูลค่าตลาด e-Commerce ไทยว่าจะอยู่ที่ 2.1 ล้านล้านบาท นับว่ามีมูลค่าที่สูงมากเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศในอาเซียน

 

Social Media คือ Tool ตัวหนึ่งของ e-Commerce

สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นเครื่องมือ (Tool) ที่สำคัญไปแล้วสำหรับการทำ e-Commerce ในภาคธุรกิจ เพื่อเพิ่มยอดขายและทำการตลาด โดยเฉพาะในฝั่งค้าปลีก ขณะที่กระแส Social Commerce นั้นเป็นกระแสที่เกิดขึ้นจากผู้ประกอบการที่ต้องการทำการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนขยายไปเป็นการซื้อ – ขาย ที่ขนาดเจ้าพ่อสื่อสังคมออนไลน์เบอร์ 1 ของโลก Mark Zuckerberg ยังออกมาบอกเลยว่า ถ้าให้ผมเดานะ Social Commerce น่าจะปะทุขยายตัวมากขึ้นในอนาคต

ความเดาของ Mark Zuckerberg ไม่ใช่การเดาเล่นๆ แน่ๆ เพราะหลังจากที่เจ้าตัวออกมาเดาได้ไม่นาน ก็ได้ปรับ Algorithm ของ Facebook ใหม่ทั้งหมด จนเรียกได้ว่า Page ที่ขายของใน Facebook ที่เมื่อก่อนขายกันอย่างฟรีๆ ก็ต้องจ่ายเงินค่าโฆษณา โดยสามารถระบุได้ว่าอยากให้ Post ต่างๆ เข้าถึงคนกลุ่มใด จนกลายเป็นสื่อโฆษณาที่ทรงอิทธิพลอย่างมากถึงปัจจุบัน

มาถึงตรงนี้ใครยังงงความต่างของ e-Commerce และ Social Commerce อยู่บ้าง?

e-Commerce เป็นเว็บไซต์ที่ขายของออนไลน์ โดยวางระบบให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านหน้าเว็บไซต์ได้อย่างสะดวก พร้อมระบบชำระเงิน และระบบจัดส่งสินค้า ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่สามารถมีเว็บไซต์ e-Commerce เป็นของตัวเองได้ ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะมีเหล่าบริษัทไม่น้อยที่เห็นโอกาสทางการตลาดดังกล่าวจึงออกแบบสิ่งที่เรียกว่า Marketplace ขึ้นมา เพื่อรองรับพ่อค้าแม่ค้าที่ไม่สามารถทำเว็บไซต์ e-Commerce ได้เอง โดย Marketplace ที่เป็นที่รู้จักก็ได้แก่ Alibaba Amazon Tmall WeLoveShopping Lnwshop เป็นต้น

ขณะที่ Social Commerce หมายถึงการทำธุรกรรมซื้อ – ขาย ผ่าน Social Media โดยอาศัยการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ผนวกกับการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งานใน Social Media ระหว่างผู้ซื้อ – ขาย โดยมี Social Media Platform เป็นสื่อกลางในการนำเสนอสินค้า เนื้อหาความรู้ และการทำการตลาด จนเกิดการซื้อ – ขาย ผ่าน Inbox ใน Facebook  Line@ Instagram ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ภูมิทัศน์ด้านสื่อดิจิทัลเองก็มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะกระแสในต่างประเทศที่หลายแบรนด์เริ่มหันเหจาก Instagram Twitter และ Facebook สู่ SnapChat มากขึ้น เพราะว่าตัวเลขและความนิยมของผู้ใช้งานสูงขึ้น และอยู่ในกลุ่มอายุที่มีความต้องการสินค้าและบริการ ซึ่งตอนนี้ทั้งจาก Instagram Twitter Facebook หรือแม้แต่ Google เอง ก็มีความพยายามที่จะเพิ่มฟีเจอร์เรื่องของ Commerce และเป็น Social Marketplace มากขึ้น

 

2399 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น