ผลวิจัยระบุ ผู้ก่อตั้ง Startup ไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาทางด้านธุรกิจ

จากการศึกษาสตาร์ทอัพ 33 บริษัทในประเทศไทยและผู้ก่อตั้งจำนวน 66 คน (ข้อมูลการศึกษามีเพียง 50 คน) พบว่าผู้ก่อตั้งชาวไทย 15 คนจบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในปัจจุบันข่าวเกี่ยวกับผู้ที่ประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจ มีเงินเป็นพันๆ ล้าน หรือทิปส์การสร้างรายได้ร้อยล้านตั้งแต่อายุยังน้อยถูกประโคมใส่ผู้เสพย์สื่อทุกทิศทาง หากข่าวถูกเสพย์ในเชิงบวกมักเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เสพย์ข่าวนำไปพัฒนาตัวเองต่อไป หากแต่ว่าคนไทยยังติดความเชื่อที่ว่าถ้าหากจะประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจก็ต้องมีความรู้ทางด้านธุรกิจหรือเทคโนโลยี และที่สำคัญต้องจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยระดับประเทศหรือระดับโลก

พวกเขามักถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้ “ฉันไม่ได้จบปริญญาด้านธุรกิจ ฉันจะเริ่มก่อตั้งธุรกิจของฉันอย่างไร ? ” “ฉันจะประสบความสำเร็จได้เหรอ ถ้าหากฉันแค่ปริญญาตรี ? ” “ความรู้จากมหาวิทยาลัยเล็กๆ จะช่วยให้ฉันประสบความสำเร็จได้หรอ ? ” คำถามเหล่านี้ฝังลึกในจิตใจของคนไทย

บริษัท iPrice หนึ่งในบริษัทสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จและทำตลาดใน 7 ประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยความร่วมมือกับบริษัท DMP ซึ่งเป็นบริษัทด้านการลงทุน ทำการวิจัยเกี่ยวกับความเชื่อดังกล่าว ผ่านการสำรวจประวัติการศึกษาของเหล่าผู้ก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จและพบผลการศึกษาดังต่อไปนี้

จากการศึกษาสตาร์ทอัพ 33 บริษัทในประเทศไทยและผู้ก่อตั้งจำนวน 66 คน (ข้อมูลการศึกษามีเพียง 50 คน) พบว่าผู้ก่อตั้งชาวไทย 15 คนจบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (5 คนจากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์), 6 คนจากการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 4 คนจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 3 คนจากการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ 2 คนจากการศึกษาจาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณลาดกระบัง

นอกจากผู้ก่อตั้งชาวไทยแล้ว ประเทศไทยยังมีผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพชาวต่างชาติที่เข้ามาสร้างบริษัทสตาร์ทอัพกว่า 19 คน ซึ่งมาจากหลายประเทศทั่วโลกและจบจากมหาวิทยาลัยและสาขาวิชาที่ต่างกัน

จำแนกตามสาขาวิชาที่เหล่าผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพจบการศึกษา 7 คนจบการศึกษาจากสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์, 9 คนจบการศึกษาจากสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจและการจัดการ, 13 คนจบการศึกษาจากสาขาวิชาวิศวกรรม, 14 คนจบการศึกษาจากสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ และ 6 คนที่จบการศึกษาจากสาขาวิชาอื่น ๆ

นอกจากความเชื่อข้างต้นแล้ว คนไทยบางกลุ่มเชื่อว่าการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นไป (ปริญญาโทและ MBA) นั้นจะช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและที่สำคัญสามารถนำความรู้ที่ได้เรียนมามาต่อยอดสำหรับธุรกิจต่อไป จากการศึกษาพบว่ามีผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ 21 คนที่เข้าศึกษาในระดับปริญญาโทขึ้นไป กล่าวคือจำนวนกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพในประเทศไทยนั้นสามารถนำการศึกษาในชั้นปริญญาตรีมาปรับใช้ให้ธุรกิจของพวกเขาประสบความสำเร็จ

ตัวเลขที่ปรากฏในการศึกษาครั้งนี้ไม่ใช่เครื่องการันตีความสำเร็จแต่อย่างใด ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นใคร จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยใด หรือจบการศึกษาจากคณะสาขาวิชาอะไร ทุกคนล้วนแต่สามารถประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจได้ไม่ต่างกัน ผู้ก่อตั้งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่นำวิชาความรู้ที่พวกเขาได้ร่ำเรียนมามาปรับใช้และเปิดเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ต่อผู้บริโภคในอุตสาหกรรมที่พวกเขาสนใจ

นาทีนี้คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ไม่ว่าจะเรียนจบสาขาอะไร ก็สามารถนำความรู้มาต่อยอดเป็นธุรกิจได้ทั้งนั้น เพียงแต่ต้องมองหาโอกาสทางธุรกิจหรือพยายามแก้ปัญหาของผู้บริโภคที่ยังไม่มีธุรกิจใดเข้ามาตอบโจทย์

1737 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น