สูตรเด็ด 5 เคล็ดลับการเป็นหัวหน้าที่ดีจนลูกน้องรัก

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! ในงานสัมมนาแห่งหนึ่งที่จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับคนที่จะเลื่อนตำแหน่งเป็น “หัวหน้า” ได้ถามผู้เข้าร่วมหลังจากฟังการบรรยายว่าหัวหน้าต้องทำอะไร (และต้องเจอกับอะไรบ้าง) ว่ามีใครยังอยากเป็นหัวหน้าอยู่ไหม!? เกือบ 20% ในห้องนั้นขอถอนตัว

พวกเขารู้ดีว่าการใส่หัวโขน “หัวหน้า” นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งต้องเจอกับภาระงานที่มากขึ้นและภาระคนที่คอยมากวนใจ แต่เชื่อเถอะไม่วันใดวันหนึ่งคุณต้องได้รับหน้าที่อันหนักอึ้งนี้ ทาง  Bangkok Bank SME จึงได้นำ 5 เคล็ดลับการเป็นหัวหน้าที่ดีจากหนังสือ The First-Time Manager มาให้คุณได้อ่านกันเพื่อเตรียมความพร้อมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ

Highlight

  • เมื่อคุณได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้า อย่าเพิ่งเปลี่ยนวิธีการทำงานของคนในทีม เพราะนั่นจะเกิดการต่อต้านได้
  • ยิ่งคุณใช้อำนาจน้อยเท่าไร คุณก็จะเหลือไว้ใช้ยามจำเป็นมากเท่านั้น
  • การชวนลูกทีมคุย ครั้งแรกนั้นควรเป็นการคุยเพื่อปูทางสื่อสารกับพวกเขา
  • คุณควรนัดประชุมลูกทีมอาทิตย์ละครั้งเพื่อให้พวกเขาพูดในสิ่งที่อยากจะพูด
  • การยอมรับว่าคุณอารมณ์ไม่ดีนั้นทำให้เกิดผลดีกับคนในทีมได้
  1. การปรับตัวให้เข้าที่เข้าทาง

เมื่อคุณได้รับตำแหน่งมาใหม่ๆ สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ อย่าเพิ่งเปลี่ยนวิธีการทำงานของคนในทีม การเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันจะทำให้คนอื่นๆ เกิดความกลัวและต่อต้านคุณได้ ซึ่งแน่นอนมันไม่เป็นผลดีกับคุณเลย

แต่ถ้าคุณได้รับมอบหมายจากเบื้องบนมาว่าให้เปลี่ยนการทำงานแล้วล่ะก็ คุณควรบอกลูกทีมของคุณแบบตรงไปตรงมาให้พวกเขาเข้าใจที่มาที่ไปว่าทำไมถึงต้องเปลี่ยน และที่สำคัญสุดคือ คุณต้องอดทนเข้าไว้ เพราะอย่างที่เราบอกไปการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดการต่อต้านได้ ถึงแม้วิธีนี้จะลดความรุนแรงได้บ้างก็ตาม

  1. การใช้อำนาจที่เข้ามาใหม่

จริงๆ แล้วคุณไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจด้วยซ้ำ เชื่อสิ! ลูกทีมของคุณรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นหัวหน้า เราไม่ได้ห้ามไม่ให้คุณใช้อำนาจหรอกนะ แต่คุณควรจำไว้ว่าอำนาจของคุณนั้นเป็นเหมือนสินค้าในโกดังที่มีอยู่อย่างจำกัด ยิ่งคุณใช้อำนาจน้อยเท่าไร คุณก็เหลือไว้ใช้ในยามจำเป็นมากเท่านั้น ในทางกลับกันหากคุณใช้มันมากเกินไป อำนาจที่คุณมีก็จะเสื่อมมนต์ขลังจนกลายเป็นจอมเผด็จในสายตาลูกน้อง

  1. มีความเป็นกันเอง

ใครๆ ก็ชอบความเป็นกันเองทั้งนั้น แต่คุณก็ไม่ควรไปตีซี้ลูกทีมในทันทีเพราะนั่นจะทำให้พวกเขาอึดอัดหรือรู้สึกว่าโดนคุกคามได้ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว (คุณจะรู้ได้ด้วยตัวเอง) ให้คุณชวนพวกเขาคุยเรื่องสบายๆ เพื่อหาช่องทางการสื่อสาร ไม่ใช่เพื่อเปิดใจ แต่ถ้าถลำลึกไปเป็นเรื่องส่วนตัวแล้วคุณเลี่ยงที่จะให้คำแนะนำไม่ได้ ให้คุณท่องเอาไว้ว่าแค่เป็นผู้ฟังที่ดีก็พอ เพราะบางทีลูกทีมคุณก็แค่อยากระบายให้ใครสักคนฟังเฉยๆ ก็ได้

  1. การวางโครงสร้างการจัดการ

เมื่อถึงเวลาอันควร คุณจะรู้สึกว่าต้องจัดการอะไรสักอย่างกับโครงสร้างการทำงาน ทางหนังสือเล่มนี้ก็ได้ให้คำแนะเอาไว้ว่าคุณควรเริ่มจัดโครงสร้างเล็กๆ น้อยๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเสียก่อน นอกจากนี้คุณควรนัดลูกทีมของคุณคุยกันทุกสัปดาห์อีกด้วย เพราะในยุคที่ข้อมูลมากมายแบบนี้พวกเขามีเรื่องจะมานำเสนอคุณแน่ๆ และการมีนัดคุยทุกสัปดาห์จะทำให้พวกเขาเก็บเรื่องที่อยากนำเสนอนี้ไปคุยทีเดียวตอนวันนัด ซึ่งนั่นจะแก้ปัญหาลูกน้องดักเจอระหว่างทาง หน้าห้อง หรือหน้าลิฟต์ได้ และยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อีกด้วย

  1. การจัดการกับอารมณ์

คุณอาจเคยได้ยินประโยคสุดฮิตว่าคุณควรทิ้งอารมณ์ไว้หน้าประตูออฟฟิศหรือหน้าบ้านจนเอือมและเกิดคำถามขึ้นว่า “จะทำได้ยังไง!?” ดีใจด้วย! หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ให้คำแนะนำแบบนั้น แต่กลับให้คำแนะนำว่าเมื่อคุณอารมณ์ไม่ดีจากสิ่งใดก็ตาม คุณต้องยอมรับให้ได้ก่อนว่ามีอะไรสักอย่างมากวนใจคุณอยู่ และนั่นอาจส่งผลกระทบกับคนรอบตัวคุณ เช่น ลูกทีม ซึ่งการคิดแบบนี้จะช่วยควบคุมความเสียหายได้ในระดับหนึ่ง

แต่ถ้าคุณอารมณ์ไม่ดีแล้วยังมีเรื่องงานที่ต้องสะสางร่วมกับลูกทีม ให้คุณยอมรับไปตรง ๆ เลยว่า “วันนี้ผมอารมณ์ไม่ค่อยดีนะ ถ้าดูหงุดหงิดไปบ้างอย่าถือสากันเลย” เพราะนั่นจะทำให้ลูกน้องรู้สึกดีขึ้น พวกเขาไม่ต้องมาคอยเป็นกังวลว่าที่หัวหน้าหงุดหงิดเป็นเพราะตัวเขาเองหรือเปล่า นอกจากนี้ให้คุณจำไว้เลยว่าเวลาที่คุณหงุดหงิดคนรอบข้างเขาดูคุณออกอยู่แล้ว

ทั้งนี้ นอกจากเคล็ดลับ 5 ข้อในการเป็นหัวหน้าที่ดีที่เราพึ่งนำเสนอไปข้างบน ทางหนังสือ The First-Time Manager หรือ ยินดีด้วยครับคุณได้เลื่อนเป็นหัวหน้าแล้ว ยังมีกลเม็ดการเป็นหัวหน้าอีกมากมายที่เป็นเสมือนคัมภีร์ How-To เลยก็ว่าได้

ซึ่งหากใครสนใจก็สามารถหาซื้อ The First-Time Manager ได้แล้ววันนี้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

1841 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น