IG แชร์รูป Storylog แชร์เรื่อง

มีสถานที่มากมายให้เราได้เลือกฝากและเก็บความทรงจำเอาไว้ แต่จะมีที่ไหนเหมาะสำหรับเหล่าผู้ที่รักการเขียนและมีประสบการณ์ในชีวิตที่อยากแชร์ ให้พวกเขาได้เก็บความทรงจำของพวกเขาไว้บ้าง คุณปิ๊ปโป้ เปรมวิชช์ สีห์ชาติวงษ์ ผู้ที่มองเห็นถึงสิ่งที่ขาดหาย จึงได้เริ่มต้น Startup ภายใต้ชื่อ Storylog พื้นที่ออนไลน์สำหรับนักคิด นักเขียน และนักอ่านขึ้นมา

โดย Storylog นั้นเกิดขึ้นจากการที่คุณปิ๊ปโป้ เปรมวิชช์ สีห์ชาติวงษ์ อายุ 29 ปี จากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยากที่จะมีพื้นที่เล็กๆสักหนึ่งที่เอาไว้ให้เหล่าผู้ที่มีเรื่องราวดีๆได้เข้ามาขีดเขียน เก็บมันเหล่านั้นไว้เป็นความทรงจำ หรือเป็นพื้นที่แชร์ให้คนอื่นๆได้เข้ามาอ่าน แบ่งปันประสบการณ์และความรู้ให้แก่กันและกัน เริ่มจากการที่ตนเองนั้นรักการอ่านและชื่นชอบในเรื่องเทคโนโลยีอยู่แล้ว ได้ไปเจอกับหนังสือสตาร์ทอัพก็รู้สึกว่ามันสนุก เลยลองศึกษาดู ทำให้ได้รู้ว่า ในประเทศไทยสตาร์ทอัพเริ่มมา คนเริ่มสนใจ จึงรวมตัวกันกับคนที่รู้จัก บวกกับการที่จบสายนิเทศมา ทำให้ได้พบเจอเรื่องราวดีๆของคนอื่นๆมากมาย บางคนก็เล่าเรื่องราวลง Facebook ซึ่งคุณปิ๊ปโป้ก็ได้ไปเห็น แต่เรื่องราวเหล่านั้นก็อยู่หน้านิวฟีดได้ไม่นาน แค่วันสองวันก็หายไป จึงทำให้คิดว่ามันน่าจะมีสถานที่ไว้เล่าเรื่องราวต่างๆบ้าง เลยได้ทำ Storylog ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาในจุดนั้น

ซึ่ง Storylog นี้ก็คือแพลตฟอร์ม Social Writing เป็นเหมือนพื้นที่ที่ให้ผู้คนได้เข้ามาแชร์ แบ่งปันเรื่องราว ประสบการณ์ของกันและกัน ซึ่งมีนิยามว่า “Storylog, a place to connect everyone with stories and ideas” สำหรับคนที่สนใจอยากจะเข้ามาเขียนก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่มี Account Facebook และทำการ Log in เข้าในระบบ ก็สามารถเขียนและแชร์เรื่องราวดีๆได้อย่างไม่มีสะดุด โดยคุณปิ๊ปโป้ได้ให้ความเห็นไว้ว่า “เพราะ Community นั้นสำคัญ อาจจะมีพวกเกรียนเข้ามาป่วน ทำให้สังคมของเราไม่น่าอยู่ได้ จึงต้องขอ verify ตัวตนผ่านทาง Facebook จะได้รู้ว่าใครเป็นใคร ตรงนี้ก็จะช่วยตัดปัญหาข้างต้นไปได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันก็แทบจะไม่มีพวกเกรียนให้เห็นเลย” ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งในการคัดกรองบุคคลในพื้นที่ของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดงบ ประหยัดแรง และเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะกับ Startup เป็นที่สุด

และจากที่ปัจจุบันนั้นผู้คนเริ่มขยับเข้ามาอ่านอีบุ๊คมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ส่งผลให้ Storylog จึงเป็นอีกสื่อหนึ่งที่เขาเลือกได้ ซึ่งจนกระทั่งถึงปี 2015 นี้ เรื่องราวบน Storylog ได้มาไกลจนถึง 20,000 เรื่อง มีคนเขียนทั้งสิ้นกว่า 5,000 คน มีผู้คนเข้ามาใช้บริการในแต่ละเดือนถึง 300,000 คน และมีการอ่านเกิน 1,000,000 ครั้งต่อเดือน ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ และนับเป็นอีกหนึ่ง Startup ที่ประสบความสำเร็จอย่างสุดๆเลยก็ว่าได้

“จริงๆคนไทยไม่ได้อ่านน้อยนะ เราฟังมากันอย่างนั้นตั้งแต่เด็ก คนไทยอ่าน 8 บรรทัดต่อปี ฟังกันมาตั้งแต่พระเจ้าเหา ทุกวันนี้ก็ยังพูดว่า 8 บรรทัดต่อปีกันอยู่ เอาสถิติมาจากไหนกันก็ไม่รู้ ไม่มีการอัพเดทกันเลย เอาง่ายๆเลยงานหนังสือคนนี่เยอะมาก เผลอๆเยอะกว่ามอเตอร์โชว์ซะอีก“ เปรมวิชช์ สีห์ชาติวงษ์ (ปิ๊ปโป้) กล่าว

Startup Idol_Storylog (1) SME

แต่ทุกการเดินทางย่อมมีอุปสรรคเสมอ สำหรับปัญหาที่เจอหลักๆในช่วงแรกที่เริ่ม Startup นั้นก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องเงินลงทุนและเรื่องทีมที่ดี โดยที่ทั้ง 2 สิ่งนี้เป็นเรื่องหลักที่เหล่า Startup ต้องเจอเลยก็ว่าได้ ซึ่งแนวทางการแก้ไขของคุณปิ๊ปโป้ ก็คืออาศัยการเสี่ยงดวง งมหาหนทาง ลองผิดลองถูกอยู่เกือบหนึ่งปีเต็ม ถึงแม้จะดูนานจนอาจทำให้ใครหลายคนถอดใจ แต่ด้วยความที่ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาและอุปสรรคเหล่านั้น เขาอดทนคอยรับงานการแสดง สมัครเข้าโครงการต่างๆ เพื่อหาเงินทุนมาค้ำจุน Storylog และสุดท้ายก็ได้เงินลงทุน พร้อมกับระหว่างทางนั้นก็ทำให้เขาได้เพื่อนร่วมทีมที่มีอุดมการณ์และความสามารถตรงกันเข้ามาร่วมงาน จนกระทั่งทำให้ผ่านพ้นอุปสรรคทุกอย่างไปได้นั่นเอง

แต่ถ้าหยุดเพียงสเกลเท่านั้นก็คงไม่ใช่ Startup ซึ่งเป้าหมายในอนาคตต่อไปของ Storylog ก็คือการเป็นพาร์ทเนอร์กับ Ookbee โดยคุณปิ๊ปโป้จะทำให้ Storylog นั้นเป็นแพลตฟอร์มสำหรับนักเขียนมากขึ้น ซึ่งแต่ก่อนถ้าใครอยากออกหนังสือนั้นมันก็จะยุ่งยากอย่างมากกว่าจะออกได้แต่ละเล่ม ขั้นตอนเยอะแต่ผลตอบแทนน้อย แต่ในอนาคตต่อไปพวกเขาสามารถเขียนลงใน Storylog และรวมเล่ม ตีพิมพ์ผ่าน Ookbee ได้เลยทั้ง E-book และหนังสือจริง ซึ่งนับว่าเป็นข่าวดีอย่างมากสำหรับผู้ที่มีความสามารถและรักในการเขียนทั้งหลาย

โดยท้ายสุดของการสัมภาษณ์ คุณปิ๊ปโป้ได้เตือนสติ และชี้ให้เห็นถึงสิ่งสำคัญที่ Startup ต้องเจอ โดยฝากข้อคิดทั้งหมดไว้ว่า “ตอนนี้หลายคนอาจจะมองว่าสตาร์ทอัพนั้นเป็นโอกาส แต่มันก็คือธุรกิจอย่างหนึ่งที่มันก็ต้องมีเงินทุน ซึ่งมีแค่ไฟและความรู้สึกนั้นมันไม่พอ เช่นถ้าเราอยากทำอะไรสักอย่าง เราก็ต้องอยู่กับโลกความเป็นจริงที่ว่า มันต้องใช้เวลา อาจจะ 3 เดือนเสร็จ โปรโมทอีกสักหน่อย รวมๆแล้วก็สัก 8 เดือน เราต้องอยู่ให้ได้ใน 8 เดือนนั้น ทำโปรดักท์ จูนให้นิ่ง ให้เริ่มมีคนใช้ พอถึงจุดนั้นเราอาจจะพอหาทุนได้ แต่ 8 เดือนแห่งการรอคอยเพื่อที่จะเริ่มต้นได้นั้น เราจะอยู่อย่างไร ทีมจะอยู่อย่างไร ถ้ามีเงินก้อนมันก็ดีไป แต่ถ้าจบ 8 เดือนแล้วมันเฟล ก็คือเฟล คุณก็ต้องยอมรับมัน แค่นั้นเอง แต่ไม่ใช่ไม่มีอะไรเลยแล้วบอกว่า เรามีไฟ เรามาลุยกัน แค่นั้นมันไม่พอ”

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

BBL_Startup-Idol_Quote_6 SME

754 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น