ถอดสูตรวิถีคิดองค์กรแบบ Google

กระตุ้นความท้าทายใหม่ๆ ลดช่องว่างระหว่างพนักงานและผู้บริหารระดับสูง

“บางคนบอกว่า Google เป็นพระเจ้า ขณะที่คนอื่นๆ บอกว่า Google คือซาตาน เพราะพวกเขาคิดว่า Google คือพลังอำนาจที่มหาศาล” เซอร์เก บริน หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Google เคยกล่าวไว้ และตลอดหลายทศวรรษ Google ก็พิสูจน์ไว้ในหลายครั้งว่า Search Engines ของพวกเขาแทบจะเป็นทุกอย่างไปแล้วของมนุษย์ชาติ

หลายคนอาจไม่คุ้นหูกับ ‘Alphabet’ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ปัจจุบัน ‘Alphabet’ ก้าวเข้าสู่บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก แซงหน้าบริษัทสมาร์ทโฟนที่ทรงอิทธิพลอย่าง  Apple ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดถึง 558 ล้านเหรียญ และสามารถทำกำไร 19.478 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2016 เพิ่มขึ้น 19.1% จากปี 2015 ที่ทำได้ 16.348 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีพนักงานถึง 72,053 คนในปี 2017 โดยขับเคลื่อนผ่าน CEO ผู้ก่อตั้ง Google คนสำคัญอย่าง ลอว์เรนซ์ แลร์รี เพจ และเซอร์เกร์ บริน สองผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ search engines ชื่อดังสมัยที่กำลังศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

‘Alphabet’ ขับเคลื่อนผ่านผู้ถือหุ้นสำคัญที่ประกอบด้วย แลร์รี เพจ, เซอร์เก บริน และ เอริค ชมิดช์ ซึ่งเป็นสามผู้ก่อตั้ง Alphabet และ ซุนดาร์ พิชัย CEO รายล่าสุดผู้มีบทบาทในการพัฒนาระบบ Chrome โดยเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Google คนปัจจุบัน

พลิกมุม SME คิดแบบ Google

ด้วยความที่ Google มีข้อมูลจำนวนมหาศาลอยู่ในมือ ทั้งพฤติกรรมการซื้อขายสินค้าออนไลน์ และการบริการ จึงเป็นเรื่องไม่ยากที่ Google จะใช้ประโยชน์จากข้อมูลกลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างกำไรจากสื่อโฆษณาดิจิทัล

ส่วนแบ่งทางการตลาดจากรายได้ทางโฆษณาดิจิทัลทั่วโลก 2016

ความสำเร็จของ Google กว่าร้อยละ 70 จึงมาจากการสร้างนวัตกรรมขึ้นมาตอบโจทย์ความต้องการตลาดในมือที่ตนถือครองอยู่ ซึ่งเป็นวิธีที่ SME หลายรายมองข้าม เพราะส่วนมากมักสร้างนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเพื่อมาตอบโจทย์ตลาดใหม่มากกว่า ซึ่งหาก SME จะลองนำวิธีของ Google มาใช้ อาจเริ่มที่การวิเคราะห์การตลาดจากฐานลูกค้าเดิมที่เราครอบครองส่วนแบ่งอยู่ แล้วพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์ จะส่งเสริมให้ลดอัตราการล้มเหลวและมีโอกาสในการประสบความสำเร็จมากขึ้น

ไอเดียของ Google  นับว่าสนใจไม่น้อย เพราะเมื่อกลับมาคิดว่า หาก SME กำลังผลิตสินค้าผลไม้แปรรูป เพื่อส่งออกอาเซียน และมีแผนที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งหากนำวิธีคิดแบบ Google มาใช้ จากเดิมที่มีแนวคิดแตกไลน์ส่งออกเนื้อสัตว์ก็หันไปพัฒนาสูตรแปรรูปผลไม้เพิ่มเติม จากเดิมอยู่ในน้ำเชื่อม ก็อาจเพิ่มเป็นอบแห้ง ฟรีซไดร์ หรือทำเป็นน้ำผลไม้ น้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว หรือแม้กระทั่งจับเทรนด์รักษ์สุขภาพด้วยการออกผลิตภัณฑ์สินค้าผลไม้แปรรูปออแกนิกส์ ซึ่งสามารถใช้พื้นฐานความรู้เดิมนี้ได้จนเกิดสินค้าใหม่ และอาจเจาะตลาดใหม่ได้มากขึ้น โดยยังมีกลุ่มตลาดเดิมที่รองรับอยู่เช่นกัน

“แต่ทั้งหมดทั้งมวล กลยุทธ์ที่หลอมวัฒนธรรมองค์กร Google มาจากการให้ความสำคัญกับคนเป็นหลัก”

Google สามารถกระตุ้นความท้าทายให้กล้าทำสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และสิ่งประดิษฐ์ของ Google นั้นมาจากการมองเห็นคุณค่าของคน (Human Value) เป็นหลักให้อยู่ใน DNA ของพนักงาน Google มากกว่า ที่จะให้ความสำคัญกับ Human Brian และระบบอาวุโสแบบในวัฒนธรรมองค์กรของชาวเอเชีย

นอกจากนี้ แลร์รี เพจ CEO Alphabet (Google) ยังได้ปรับโครงสร้างการทำงาน โดยลดกระบวนการอันซ้ำซากล่าช้าลง และเปิดโอกาสให้กับผู้บริหารทุกฝ่ายได้ทดลองความคิดเห็นใหม่ อีกทั้งยังเรียนรู้ที่จะรับให้ได้กับความล้มเหลว หรือการปรับวิธีการประชุมของ Google โดยกำหนดให้ต้องมีการตัดสินใจภายในการประชุมแต่ละครั้ง ป้องกันการประชุมที่ไร้ความหมาย หรือการให้คณะทำงานและคณะบริหารระดับสูงมาทำงานร่วมกันในพื้นที่กว้างเปิดโล่ง

การทำงานของ Google สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด โดยบุคคลากรจะเป็นผู้กำหนดการขับเคลื่อนให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าและเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร และสามารถเติบโตไปพร้อมบริษัทอย่างยั่งยืนอีกด้วย

1032 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น