แข่งขันกับคนนับแสนได้แบบสบายๆ สุดยอดเคล็ดลับ ดันธุรกิจร้านอาหารให้ปัง ตั้งแต่วันแรก!

อย่าใช้เงินเป็นแรงผลักดันเลยครับ ธุรกิจนี้มันตอบโจทย์เราไม่ได้หรอก ใช้ใจรักที่จะทำมันดีกว่า

ธุรกิจร้านอาหารที่ใครๆ ต่างก็ใฝ่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของ จริงๆ แล้วไม่ใช่ธุรกิจที่ทำได้ง่ายๆ เลยนะครับ  เพราะมันต้องการปัจจัยมากมายถึงจะทำให้ประสบความสำเร็จได้

Highlight :

  • อย่าใช้เงินเป็นแรงผลักดันเลยครับ ธุรกิจนี้มันตอบโจทย์เราไม่ได้หรอก ใช้ใจรักที่จะทำมันดีกว่า อย่างน้อยเจอปัญหาอะไร เราก็จะได้ไม่ล้มเลิกไปซะก่อน
  • ต้องมีการวางแผนให้เรียบร้อยว่าต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง และต้องใช้ทุนเท่าไหร่
  • คนส่วนใหญ่ชอบเข้าใจผิดว่า ถ้าไปขายของแบบไม่มีคู่แข่งเลยคงจะได้กำไรไปเต็ม ๆ แต่ในความเป็นจริงคือ ร้านอาหารถ้าเราไปตั้งเดี่ยวๆ นั่นแสดงว่าทะเลนั้นอาจไม่เป็นที่น่าสนใจ คนน้อย ซึ่งถ้าจะให้ดีควรไปตั้งตามที่มีร้านอาหารเยอะๆ เพราะจะมีลูกค้ามากหน้าหลายตามากกว่า
  • ควรเลือกเปิดร้านที่มีขนาดเล็กก่อน ช่วยให้ประหยัดทั้งค่าโต๊ะ ค่าอุปกรณ์ ค่าจ้างคนงานไปได้เยอะ แล้วถ้าในอนาคตเราเห็นว่ามันขายได้จริง คนเริ่มแน่นร้าน ก็ค่อยขยับขยายทีหลังก็ยังไม่สาย
  • การที่จะทำให้คนติดใจในร้านเรามันก็ต้องใช้เวลา อย่างน้อยๆ ก็ 6 เดือนนู่นแหละ

 

ธุรกิจร้านอาหารนี่ดูเหมือนจะเป็นขวัญใจธุรกิจติดอันดับของคนไทยพอๆ กับร้านกาแฟเลยนะครับ เพราะความคิดพื้นฐานของคนส่วนใหญ่ก็คือ “ยังไงคนเราก็ต้องกินข้าว มันต้องขายได้อยู่แล้ว” นี่แหละ แต่เพราะคนที่พูดประโยคนี้ออกมาเค้าไม่รู้ว่า ร้านอาหารกว่า 60% จะล้มหายตายจากไปตั้งแต่ 3 ปีแรก นั่นหมายความว่าโอกาสประสบความสำเร็จของธุรกิจนี้มันยากมากนั่นเอง เพราะคู่แข่งเยอะมาก ดังนั้นถ้าไม่อยากเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ต้องปิดตัวลงล่ะก็ 6 คำแนะนำเหล่านี้ช่วยได้ครับ

 

  1. เอาใจรักเป็นที่ตั้ง อย่าใช้กำไรเป็นแรงผลักดัน

หลายๆ คนชอบมองธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จและคิดว่าเค้าต้องได้กำไรเยอะแน่ๆ จากธุรกิจร้านอาหารตรงนี้ เราเอาบ้างดีกว่า นี่แหละครับที่ทำให้หลายๆ คน พลาดท่าตั้งแต่ยังไม่ขึ้นขี่ม้าด้วยซ้ำ เพราะช่วงแรกของธุรกิจร้านอาหารนั้นลงทุนสูงมาก อาจต้องใช้เวลาเกือบปีกว่าจะคืนทุนได้ อย่างน้อยๆ ก็ต้อง 6 เดือนถึงจะเริ่มมีกำไร กว่าจะคืนทุนได้ก็สัก 2-3 ปี ซึ่งถ้าเราหวังจะรวยตั้งแต่วันแรกล่ะก็ อาจพบเข้ากับความผิดหวังจนทำให้ท้อใจและล้มเลิกได้เลย เพราะฉะนั้นอย่าใช้เงินเป็นแรงผลักดันเลยครับ ธุรกิจนี้มันตอบโจทย์เราไม่ได้หรอก ใช้ใจรักที่จะทำมันดีกว่า อย่างน้อยเจอปัญหาอะไร เราก็จะได้ไม่ล้มเลิกไปซะก่อน

  1. วางแผนธุรกิจให้รอบด้าน

ถ้าปุบปับคิดอยากทำร้านอาหารแล้วลงมือทำเลย เราจะเจอกับปัญหาอุปกรณ์ขาดแคลนในทันที คือเราไม่สามารถนึกออกได้หมดในครั้งเดียวหรอกครับว่าเราต้องใช้อะไรบ้าง ของแบบนี้ ต้องมีการวางแผนให้เรียบร้อย ทั้งตู้แช่แข็ง โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องครัว ผ้าคลุมโต๊ะ ของแต่ละอย่างใช้ต้นทุนเท่าไหร่ ต้องลิสต์มาให้พร้อม อาจจะไปลองเช็กดูก็ได้ว่าร้านอาหารสักร้านหนึ่งเค้าต้องใช้อะไรบ้าง โดยการตระเวนไปตามร้านอาหารต่างๆ หรือสอบถามกับเจ้าของร้านโดยตรงได้เลย

 

  1. ทำเลที่ดีคือ “ทำเลที่มีคู่แข่ง”

คนส่วนใหญ่ชอบเข้าใจผิดว่า ถ้าไปขายของแบบไม่มีคู่แข่งเลยคงจะได้กำไรไปเต็มๆ แต่ในความเป็นจริงคือ ในธุรกิจร้านอาหารถ้าเราไปตั้งเดี่ยวๆ นั่นแสดงว่าทะเลนั้นอาจไม่เป็นที่น่าสนใจ คนน้อย ซึ่งถ้าจะให้ดีควรไปตั้งตามที่มีร้านอาหารเยอะๆ เพราะจะมีลูกค้ามากหน้าหลายตาพากันมาบริเวณนั้นมาก ซึ่งส่งผลถึงโอกาสในการขายของเราด้วย พอตัดเรื่องจำนวนลูกค้าหน้าร้านไป ก็จะเหลือแค่เรื่องจุดเด่นของร้านเราแล้วล่ะครับ เราต้องมีเอกลักษณ์และ   กลยุทธ์ที่แตกต่างจากร้านอื่นๆ และที่สำคัญ อย่าลืมเรื่องที่จอดรถไว้รับรองลูกค้าด้วยนะ

 

  1. เริ่มจากร้านเล็ก แล้วค่อยขยับสู่ระดับภัตตาคาร

อย่างที่บอกไปว่าร้านอาหารนั้นต้องใช้เงินลงทุนมาก  ถ้าจะให้ดีควรเลือกร้านที่มีขนาดเล็กก่อน คล้ายๆ กับการทำ Startup ที่เราค่อยๆ ปล่อยฟีเจอร์บางตัวมาลองตลาดอะไรประมาณนั้น อาจจะแค่ 2-3 โต๊ะก็ได้ครับ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ประหยัดทั้งค่าโต๊ะ ค่าอุปกรณ์ ค่าคนงานไปได้เยอะเลย แล้วถ้าในอนาคตเราเห็นว่ามันขายได้จริง คนเริ่มแน่นร้าน ก็ค่อยขยับขยายทีหลังก็ยังไม่สาย

 

  1. เตรียมเงินให้พร้อมสำหรับ 6 เดือนแรก

จำไว้ให้ขึ้นใจเลยนะครับ ธุรกิจร้านอาหารไม่ใช่ว่า “เปิดปุ๊บคืนทุนปั๊บ” แบบธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เพราะมันมีทั้งค่าสินค้า ค่าวัตถุดิบ ค่าสถานที่ ค่าอะไรต่างๆ เยอะมาก และการที่จะทำให้คนติดใจในร้านเรามันก็ต้องใช้เวลา อย่างน้อยๆ ก็ 6 เดือนนู่นแหละ ซึ่งระหว่างนี้เราต้องมั่นใจด้วยว่าเราจะสามารถมีรายได้พอประทังชีวิตและใช้จ่ายในค่าวัตถุดิบต่อไป ถึงแม้ลูกค้าจะยังใช้บริการกันแบบไม่เต็มร้านก็ตาม

 

1772 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น