ธุรกิจดำเนินงานมาหลายปี ทำไมขยายไม่ได้สักที โดย เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์

ในฐานะที่ปรึกษาด้านการวางแผนกลยุทธ์ การเงินธุรกิจ และการขยายสาขาในระบบแฟรนไชส์ ผมจะได้รับคำถามว่า

“ธุรกิจของเราจะสามารถขยายธุรกิจให้เติบโตได้อย่างไร” “จะขายแฟรนไชส์ได้หรือไม่”

ความตั้งใจเริ่มต้นของผู้ประกอบการธุรกิจเกือบทุกราย คือสร้างธุรกิจให้ดำเนินเติบโตทุกๆ ปี ทั้งจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น ยอดขายเติบโต กำไรมากขึ้น  ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลหรือได้รับอัตราผลตอบแทนมากขึ้น และธุรกิจมีขนาดสินทรัพย์ขยายมากขึ้น เช่น

จากร้านค้าขนาดเล็ก เติบโตเป็นร้านขนาดใหญ่

จากเครื่องจักร 1 เครื่อง กลายเป็นโรงงานขนาดใหญ่

จากพนักงาน 3 คน ขยายงานมีพนักงานจำนวน 300 คน

จากธุรกิจ 1 สาขา สามารถขยายหลายสาขาทั้งใน และต่างประเทศ

เพิ่มมูลค่าธุรกิจมากขึ้น ทั้งนี้ ให้พิจารณาการเติบโตจากธุรกิจหนึ่ง ไม่ใช่การขยายธุรกิจจากการควบรวมกิจการ หรือเข้าซื้อกิจการจากธุรกิจอื่นมารวม

ในฐานะที่ปรึกษาด้านการวางแผนกลยุทธ์ การเงินธุรกิจ และการขยายสาขาในระบบแฟรนไชส์ ผมจะได้รับคำถามว่า

“ธุรกิจของเราจะสามารถขยายธุรกิจให้เติบโตได้อย่างไร” “จะขายแฟรนไชส์ได้หรือไม่”

“ สินค้าและบริการมีคุณภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐาน แต่อัตราการเติบโตของลูกค้าและรายได้ช้ามาก จะก้าวกระโดดอย่างไร”

“จะต้องมีเงินลงทุนมหาศาล ถึงจะขยายธุรกิจได้ใช่หรือไม่” เป็นต้น

ผมขอสรุป 3 เหตุผลใหญ่ๆ ที่ธุรกิจไม่สามารถขยายธุรกิจได้ ดังนี้

  1. 1. รูปแบบธุรกิจ (Business Model) ไม่เอื้ออำนวยให้สามารถขยายได้ ยกตัวอย่างเช่น
  • มีตลาดหรือกลุ่มลูกค้าในวงแคบหรือเฉพาะกลุ่มเล็กๆ ฐานลูกค้าไม่สามารถโตไปมากกว่านี้
  • สินค้าและบริการไม่กระตุ้นให้มีการซื้อซ้ำหรือบอกต่อ
  • ธุรกิจต้องพึ่งพาสิ่งแวดล้อม รอฤดูกาลขายไม่ได้ทั้งปี ขายได้เฉพาะบางพื้นที่
  • ธุรกิจไม่มีความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น ไม่สามารถบริหารต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายให้ลดลงได้ ไม่มีความแตกต่างหรือโดดเด่นจากคู่แข่งขันรายอื่นๆ
  • ธุรกิจต้องพึ่งพาความเชี่ยวชาญ ความสามารถพิเศษ จากทีมงานที่หายาก
  • ธุรกิจไม่มีความพร้อมในการกระจายธุรกิจเพื่อเข้าถึงลูกค้า เช่นไม่มีเอเย่นต์ ไม่ตั้งตัวแทนจำหน่าย หรือไม่เตรียมระบบแฟรนไชส์
  • และอื่นๆ อีกมากมายที่จำกัดการพัฒนาตลาดให้ขยายวงกว้างออกไป เป็นต้น

อ่านมาถึงตรงนี้อย่าเพิ่งหมดอารมณ์ว่า ธุรกิจเราคงไปต่อมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว กรุณาอ่านให้จบจะพบหนทาง

  1. 2. ความกังวลในต้นทุนการขยายกิจการ ผู้ประกอบการมักเข้าใจว่า ธุรกิจจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิต เพิ่มโอกาสทางการตลาด มีสินทรัพย์มากขึ้น จะต้องอาศัยเงินทุนจากแหล่งเงินทุนภายนอกกิจการเสมอเท่านั้น เช่นเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินหรือเงินกู้ยืมจากคนอื่น และเงินลงทุนเพิ่มจากผู้ถือหุ้น ซึ่งความเข้าใจผิดเช่นนี้ ทำให้ธุรกิจไม่อยากจะเพิ่มภาระผูกพัน ไม่ต้องการรับความกดดันจากภายนอก กลัวความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้

อย่างไรก็ดี ในการบริหารธุรกิจ แหล่งเงินทุนจากภายในกิจการ (Self-Funding) เป็นปัจจัยสำคัญแสดงความแข็งแกร่งของธุรกิจ และสะท้อนว่ารูปแบบธุรกิจนั้น Business Model สามารถบริหารธุรกิจให้มีกำไร บริหารเงินสดรับ เงินสดจ่ายได้ โดยธุรกิจจะมีเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานเป็นบวก บริหารเงินทุนหมุนเวียนให้มีสภาพคล่อง  มีการวางแผนเงินลงทุนไปขยายกิจการ ซื้อสินทรัพย์เพิ่ม

  1. 3. ทัศนคติในแง่ลบของผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจ หยุดการเติบโตของกิจการเอง

ในขณะที่รูปแบบธุรกิจมีคุณสมบัติพร้อมในข้อ (1) แล้ว ผู้ประกอบการกลับบอกว่า ทำธุรกิจมาได้หนึ่งสาขานี้ต้องเผชิญกับปัญหา ถ้าต้องขยายกิจการอีก ปัญหาจะบวกเข้ามา ทำให้ยิ่งปวดหัวขึ้นไปอีก ขอดูแลของเราแบบนี้ไปเรื่อยๆ ดีกว่าต้องท้าทายอะไรอีก ทิ้งความตั้งใจตอนแรกในการเปิดธุรกิจว่าจะเติบโตไปอย่างไร ความกลัวความล้มเหลว ความระแวงกับความเสี่ยงต่างๆ ไม่กล้าจะก้าวออกจากความสุขสบาย ยอมจะแก้ปัญหาเดิมๆ ดีกว่าจะต้องเผชิญกับปัญหาใหม่ที่ไม่รู้จัก จนละทิ้งโอกาสที่จะเติบโตและประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

ท่านเชื่อหรือไม่ว่า การพยายามรักษาความสำเร็จของธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีแผนการจะขยายกิจการ ความท้าทายจะพอๆ กับการวางแผนการขยายกิจการอีก เนื่องจากความสำเร็จในอดีตไม่สามารถการันตีว่าจะทำได้อีกในปัจจุบัน การดำเนินงานแบบเดิมๆ ไม่สามารถแก้ปัญหาเดิมๆ ได้อีกต่อไป เมื่อสภาวะการตลาด พฤติกรรมของลูกค้า ปัจจัยการดำเนินกิจการเปลี่ยนไป และการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มขึ้น หากไม่เปลี่ยนหรือไม่ทำอะไร เท่ากับการเตรียมปิดกิจการ   มีคำภาษาอังกฤษบอกว่า “Do or Die” ทำหรือจะรอวันตาย

ธุรกิจที่มีเป้าหมายจะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผู้บริหารจะต้องสร้างธุรกิจให้เติบโตตามเกณฑ์คุณสมบัติเช่น หากต้องการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต้องมีฐานะทางการเงิน ทุนจดทะเบียนชำระแล้วมากกว่าหรือเท่ากับ 300 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 2 ปีย้อนหลัง ปีละไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท เป็นต้น

ดังนั้นเมื่อผู้ประกอบการมีความตั้งใจแน่วแน่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว การดำเนินงานและการวางแผนจะตามมาเอง การดัดแปลง หรือการออกแบบรูปแบบธุรกิจที่สามารถขยายกิจการจะถูกพัฒนา และส่งต่อให้โครงสร้างการบริหารปฏิบัติงานอย่างมีทิศทาง

ผมมั่นใจว่าทุกธุรกิจสามารถเติบโตได้ เมื่อผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการต้องการ และมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบธุรกิจเดิม และพร้อมจะยอมรับกับปัญหาและความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา และเมื่อยอมรับจะมีแผนกลยุทธ์  บวกกับแผนการปฏิบัติงานสอดประสานให้ธุรกิจสามารถขยายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“การเดินทางอันแสนจะลำบาก มักจะนำไปสู่จุดหมายปลายทางที่สวยงามเสมอ”

 

4219 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น