โอกาสทองของธุรกิจ SME ปีนี้ถึงปีหน้า HoReCa มาแน่!!

ภาพรวมธุรกิจโฮเรก้าปี 2560 น่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 9% เนื่องมาจากแผนการกระตุ้นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในกลุ่มที่มีศักยภาพสูงของรัฐบาล ส่งผลทำให้ธุรกิจโรงแรม สร้างรายได้มากถึง 5.74 แสนล้านบาท

Highlight  :

  • HoReCa หรือ กลุ่มธุรกิจที่ประกอบไปด้วย ธุรกิจโรงแรม (Hotel) ร้านอาหาร (Restaurant) และจัดเลี้ยง (Café and Catering) มีมูลค่าตลาด 1 ล้านล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 10-20% ในช่วง 3-5 ปี
  • การท่องเที่ยวเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยส่งเสริมให้ HoReCa  ขยายตัวได้ดี
  • HoReCa ส่งผลดีต่อธุรกิจเอสเอ็มอี โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 11,945 ราย หรือ 99.72%
  • รัฐบาลส่งเสริมให้เชื่อมโยงHeReCa กับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 สร้างนวัตกรรม

 

ธุรกิจ HoReCa หรือ กลุ่มธุรกิจที่ประกอบไปด้วย ธุรกิจโรงแรม (Hotel) ร้านอาหาร (Restaurant) และจัดเลี้ยง (Café and Catering) ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา เติบโตไม่น้อยกว่าปีละ 10-20% มีมูลค่าตลาดรวมมากกว่าปีละ 1 ล้านล้านบาท ถือเป็นอีกธุรกิจที่สร้างกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ สร้างสีสันให้การท่องเที่ยวอยู่ไม่น้อย แต่เจ้าตลาดส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มทุนเดิมรายใหญ่ สายป่านยาว

การเติบโตของธุรกิจ HoReCa ชัดเจนมากขึ้น พร้อมๆ กับการเติบโตของรายได้จากการท่องเที่ยว น่าจะพูดได้ว่า ยิ่งมีแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว การสื่อสารให้ทั้งนักท่องเที่ยวไทย และต่างประเทศ รู้ว่าเมืองไทยมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่รอให้ทุกคนไปสัมผัส ทั้งเมืองหลัก เมืองรอง ส่งผลให้ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ผุดขึ้นทุกถนน โรงแรมที่พัก หรือแทบทุกเมือง  เราจึงเห็น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟหน้าใหม่หลากสไตล์เกิดขึ้นราวดอกเห็ด

ก่อนหน้านี้ คุณลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ เอเชีย โฮเรก้า ระบุถึงภาพรวมธุรกิจโฮเรก้าปี 2560 น่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 9% เนื่องมาจากแผนการกระตุ้นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในกลุ่มที่มีศักยภาพสูงของรัฐบาล ส่งผลทำให้ธุรกิจโรงแรม สร้างรายได้มากถึง 5.74 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มโรงแรมระดับสี่ดาว โรงแรมบูติค หรือ โรงแรมแบบธีม (Theme Hotel) น่าจะได้รับอานิสงค์มากเป็นพิเศษ ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านไอศกรีม และรับจัดเลี้ยง น่าจะเติบโตถึง 77,423 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบกลุ่มนี้ที่จดทะเบียนถูกต้องทั้งสิ้น 11,945 ราย ที่น่าสนใจคือ กว่า 99.72% เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)

 

@HoReCa กระตุ้นรากหญ้า

ขณะที่เหล่าบรรดาผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมต่างออกมาแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

 

ไม่ต่างอะไรกับ คุณละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ภาคเหนือ กล่าวว่า หากเทียบปัจจุบันกับช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา พบได้ว่า มีโรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ธุรกิจจัดเลี้ยง เกิดใหม่เกิดขึ้นมากมายในเชียงใหม่ เมืองที่มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 9.5 ล้านคนต่อปี รวมถึงประชากรท้องถิ่นอีก 1 ล้านคน ทำให้แต่ละพื้นที่รอบเมืองเชียงใหม่ต่างเต็มไปด้วยอาหารที่นักท่องเที่ยวสรรหามารับประทานได้ตลอดเวลา สะท้อนถึงมีผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และต่างต้องการไอเดียใหม่ๆ ที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอด และเมื่อธุรกิจโฮเรก้าเติบโต ล้วนต่างส่งผลดีกับภาคการเกษตรในพื้นที่ไปด้วย เพราะโอกาสที่เกษตรกรจะสามารถขายสินค้าให้กับโรงแรม ร้านอาหารต่างๆ ก็มีมากขึ้น

 

ธุรกิจ HoReCa เติบโตชัดเจน โดยผู้เล่นคือธุรกิจเอสเอ็มอี กระจายตัวลงไปทุกพื้นที่ ทุกแหล่งท่องเที่ยว ภาคเกษตรกรสามารถมีช่องทางใหม่ๆ ในการขายสินค้า โดยไม่จำเป็นต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ก็ยิ่งทำให้โอกาสในการสร้างรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรย่อมมีสูงขึ้น นโยบายการส่งเสริมดังกล่าวจากรัฐบาล นอกจากส่งผลดีต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยวและบริการ ยังทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ไปด้วย

 

ในแง่ของผู้ประกอบการจากเดิมที่ทำธุรกิจเชิงรุกอยู่แล้ว แต่พอรัฐบาลหนุนการท่องเที่ยว ก็จะเห็นการทำธุรกิจที่สื่อสารตรงถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น แต่สิ่งที่อยากเสนอรัฐบาล คือ เมื่อเกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายสินค้าถึงผู้ประกอบการท้องถิ่น อย่างที่ผ่านมา มีสับปะรดจากลำปาง หรือปัจจุบันก็เป็นลำไย แต่หากหน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเกษตรกรพัฒนาสินค้า ช่วยหาทางเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สูงขึ้น รวมถึงพัฒนาบุคลากรให้มีมุมมองความคิด เพื่อพัฒนาสินค้า และแนวทางการทำตลาดระยาว ตรงนี้ นอกจากจะเป็นผลดีกับภาคการท่องเที่ยว ยังช่วยเกษตรกรอย่างจริงจัง ซึ่งในปีนี้ธุรกิจโฮเรก้าในภาคเหนือก็น่าจะโตต่อเนื่อง ช่วยเกษตรกรได้มากขึ้น

 

ด้านนายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมทีเอชเอ ภาคตะวันตก ระบุไม่ต่างกันว่า ตั้งแต่รัฐบาลส่งเสริมนโยบายดังกล่าว ทำให้เห็นว่า ธุรกิจโฮเรก้าเติบโตเพิ่มสูงขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ จะทำอย่างไรให้เป็นการดำเนินการแบบถาวร ไม่ใช่เพียงแค่เติบโตเป็นแค่ชั่วคราว ตามแนวนโยบายรัฐบาลเท่านั้น ดังนั้น สิ่งสำคัญ คือ ต้องส่งเสริมไปยังต้นทาง คือ ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง นำสินค้ามาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อส่งต่อให้กับผู้ประกอบการ ซึ่ง 5 หน่วยงานต้องร่วมมือกัน ทั้งรัฐบาล จังหวัด เอกชน องค์การปกครองท้องถิ่น และชุมชนในพื้นที่ โดยภาครัฐต้องให้การศึกษา วิธีการ (Knowhow) ควบคู่กับการพัฒนา เพื่อเกิดการต่อยอด มีความยั่งยืนระยะยาว

 

เช่นเดียวกับนายสรรเพชร ศุภบวรเสถียร นายกสมาคมทีเอชเอ ภาคตะวันออก กล่าวว่า แนวโน้มโฮเรก้าเติบโตแน่นอน แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องทำให้ยั่งยืน รวมถึงขยายฐานต่อเนื่อง เหมือนกับการทำธุรกิจ หากไม่มีมองการณ์ไกลแบบธุรกิจ ก็จะไม่เกิดการขยายวงการ และการช่วยเหลือเกษตรกรจากต้นทาง ก็เป็นแค่ช่วงนโยบายเพียงเท่านั้น

 

@ รัฐหนุน HoReCa เชื่อมโยงไทยแลนด์ 4.0

อย่างไรก็ตาม นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ธุรกิจ HoReCa น่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง  ภายใต้ยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ประเทศไทย 4.0 ประยุกต์ใช้กับภาคการท่องเที่ยว เพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เกิดนวัตกรรม นำแนวความคิดที่สร้างสรรค์มาต่อยอดธุรกิจ รวมถึงสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงต่างๆ ซึ่งเชื่อว่า การทำตลาดจับการกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน สามารถเชื่อมโยงแหล่งผลิตสินค้าเกษตร ที่จะป้อนโดยตรงไปถึงธุรกิจ HoReCa ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ ส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศให้ยั่งยืน

 

สุดท้ายแล้ว นโยบายส่งเสริมรายได้ภาคการท่องเที่ยว ผ่านการจับนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม โดยมุ่งเน้นการทำตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความสามารถใช้จ่ายสูง ด้วยการมุ่งนำธุรกิจโฮเรก้า มาเป็นตัวชูโรง จะสามารถตอบโจทย์ และเกิดความยั่งยืนต่อภาคการท่องเที่ยวและชุมชนมากน้อยแค่ไหน คงต้องจับตามองกันต่อไป

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก (http://lendingonlineregister.bangkokbanksme.com/) หรือสายด่วน 1333

 

 

 

1078 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น