คิดแบบ Startup ทำแบบ SME มีโอกาสรวย โดย อ.วีระยุทธ เชื้อไทย

ธุรกิจ Startup สร้างธุรกิจด้วยเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต ธุรกิจ SME Startup สร้างธุรกิจด้วยนวัตกรรมการผลิตสินค้าหรือบริการ

ก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจกับคำว่า Startup  กันก่อน ว่าปัจจุบันกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีออนไลน์ เข้ามาสร้างเป็นธุรกิจ เพื่อตอบสนองความต้องการหรือขจัดอุปสรรคในการดำเนินชีวิตประจำวันให้กับผู้บริโภค เช่น เจ้าของแอปพลิเคชั่นสื่อสาร Line หรือ แอปพลิเคชั่นนิตยสารออนไลน์อย่าง Ookbee หรือแม้แต่ Facebook ที่เรารู้จักกันในฐานะเว็บประเภท Social Media เราเรียกนักธุรกิจกลุ่มนี้ว่า กลุ่มนักธุรกิจ Startup

 

นอกจากนี้ นักธุรกิจกลุ่มนี้มีความหวังในการสร้างธุรกิจเพื่อ “ขายให้นักลงทุน” เป็นเป้าหมายหลัก ไม่ใช่การขายให้ผู้ใช้ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า “ผู้ใช้จริง” คือส่วนสำคัญในการสร้างความน่าสนใจให้  นักลงทุน เพื่อทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ การสร้างกลุ่มผู้ใช้จริงจำนวนมากจึงกลายมาเป็นโจทย์ใหญ่มากๆ สำหรับนักธุรกิจ Startup

 

ส่วนนักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่มองเรื่อง “การผลิตสินค้าหรือบริการ” ให้ความสำคัญกับ เรื่องนวัตกรรมในการผลิต จนได้ผลิตภัณฑ์ หรือ บริการมาตอบโจทย์การผลิตสินค้าให้มีคุณภาพพร้อมนำออกสู่ตลาด พร้อมนำออกให้บริการ เช่นผลิตครีมบำรุงผิว ผลิตสมุนไพรอาหารเสริมสุขภาพ ผลิตเครื่องมือหรืออุปกรณ์ช่วยเสริมประสิทธิภาพการผลิต เมื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ เราก็มักเรียกนักธุรกิจกลุ่มนี้ว่า SME Startup หรืออาจจำกัดความว่าเป็น “การเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่”  นักธุรกิจกลุ่มนี้ มักมองการผลิต คุณภาพการผลิต ก่อนที่จะให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยี บางรายให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยี แต่ก็เป็นเพียงเทคโนโลยีที่มาช่วยการผลิตมากกว่า ที่จะเผยแพร่ทั่วไปให้ผู้อื่นให้ใช้งานเทคโนโลยีนั้นร่วมกัน  ธุรกิจยังมุ่งสร้างกำไรจากยอดขาย มากกว่าการสร้างรายได้จากการร่วมลงทุน


โจทย์ใหญ่ คือทำอย่างไรให้ธุรกิจเติบโตและมั่นคง  คำตอบคือ กลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างเฉพาะของแต่ละธุรกิจ  Startup ต้องการฐานลูกค้าหรือผู้ใช้จำนวนมากก่อน โดยมีรายได้น้อย แต่หวังผล การร่วมลงทุนในอนาคต

ส่วน SME Startup ต้องการสร้างฐานลูกค้าแบบค่อยเป็นค่อยไป ต้องการลูกค้าแบบธุรกิจก่อน (ค้าส่ง) ก่อนเพื่อสร้างฐานจำนวนลูกค้าในอนาคต  ไม่มีเป้าหมายเรื่องการร่วมลงทุน ถ้าเรานำหลักคิดของทั้งสองรูปแบบธุรกิจมาสร้าง กลยุทธ์ทางการตลาด เราจะพบว่า สามารถสร้าง Road map ให้ธุรกิจเดินทางสู่ความสำเร็จได้ไม่ยาก ด้วยการนำจุดแข็งของแต่ละแบบมาใช้ในการกำหนด วิธีการจัดการธุรกิจ

ค้นพบ 3 ขั้นนำสู่ความสำเร็จในธุรกิจ

  1. ค้นให้เจอ “กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย” ตอบให้ได้ว่าสินค้าหรือบริการที่เราคิดนั้นมันควรจะมี ผู้ใช้ กลุ่มใดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ใช้บริการมากที่สุด เขาเป็นใคร อายุเท่าไหร่ มีพฤติกรรมการใช้ชีวิต กิน อยู่ หลับนอน เที่ยวแบบไหน ชอบอะไร ข้อมูลเหล่านี้เพียงแต่เราตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนเฉพาะเจาะจง เราจะค้นหาได้ไม่ยาก กิจกรรมเหล่านี้เป็นต้นทางของการสร้างกิจกรรมการตลาด และการพัฒนารูปแบบสินค้า การสร้างภาพลักษณ์สินค้า
  2. ค้นให้เจอ “ปัญหาหรือความต้องการร่วมของพวกเขาคืออะไร” คิดแบบ Start up ที่มักคิดเรื่องปัญหาในสังคมที่ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันยังไม่สะดวก และจะทำอย่างไรให้เกิดความสะดวก เป็นที่มาของการคิดแอปพลิเคชั่นมากมายออกมาตอบสนองหรือแก้ปัญหาของผู้ใช้ ด้วยแนวคิดการค้นหาปัญหาหรือความต้องการนี้ เป็นข้อมูลที่จะทำให้การพัฒนาสินค้าตรงความต้องการผู้บริโภค หรือผู้ใช้อย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยให้แผนการตลาดหรือการกำหนดกลยุทธ์การตลาดต่างๆ ได้ผลมากยิ่งขึ้น
  3. ค้นให้เจอ “ลำดับความสำคัญ” หรือ Core Business ธุรกิจมีเป้าหมายสร้างกำไร จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้ว่าที่มาของกำไรว่ามีที่มาจากผู้ใช้งานเป็นหลัก แม้จะเป็นกลุ่มธุรกิจ Startup ก็ตาม เพราะหากมีจำนวนผู้ใช้แอปพลิเคชั่นน้อย ผู้ร่วมลงทุนก็จะไม่สนใจ เพราะรายได้หลักจะมาจากผู้ใช้งาน ไม่ใช่รายได้จากผู้ร่วมทุนนั่นเอง เช่นกัน รายได้หลักของ SME ก็มาจากการที่มีลูกค้าผู้ใช้จำนวนมาก งานหลักจึงจำเป็นต้องทุ่มเทกับการสร้างกิจกรรมการตลาดให้มากเป็นอันดับแรก

 

2728 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น