Topvalue.com ชูกลยุทธ์สุดคุ้ม! จับกลุ่มลูกค้าออนไลน์

อีคอมเมิร์ซระดับกลาง มีช่องว่างทางการตลาดที่มีโอกาสเติบโตและประสบความสำเร็จ คู่แข่งน้อย แก้ปัญหาพ่อค้าคนกลาง สร้างความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับลูกค้า เว็บขายของ B2C พร้อมการันตีคุณภาพสินค้าทุกชิ้น

บริษัท ท็อปแวลู คอร์ปอเรท จำกัด บริหารงานโดย คุณธนากร แซ่ลิ้ม เล่าถึงจุดเริ่มต้น ในการสร้างเว็บไซต์ www.topvalue.com ว่า มีแรงบันดาลใจจากก่อนหน้านี้ในตลาดการค้าขายออนไลน์ บริษัทอีคอมเมิร์ซทั่วๆ ไปจะมีแค่รายใหญ่ แต่บริษัทเล็กในลักษณะสตาร์ทอัพนั้นยังไม่มี จากจุดนี้จึงต้องการสร้างอีคอมเมิร์ซขนาดกลาง โดยชูจุดเด่นในเรื่องการดูแลลูกค้าในกลุ่มเฉพาะ ซึ่งมั่นใจว่าสามารถทำได้ดีกว่า      ผู้เล่นรายใหญ่ แก้ปัญหาพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกิดความคุ้มค่าที่สูงสุดสำหรับลูกค้า ด้วยรูปแบบที่มีลักษณะเหมือนห้างสรรพสินค้าออนไลน์ที่รวบรวมสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ มีสินค้ามากมายหลายรายการที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค โดยเน้นสัดส่วนไปที่สินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก

“หมดยุคของพ่อค้าคนกลางที่ได้ส่วนแบ่งถึง 40-50% โดยที่ผู้บริโภคต้องจ่าย 100 บาท สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าจริงแค่ 60 บาท เราต้องการให้ลูกค้าได้ของที่คุ้มค่าที่สุด นี่คือเหตุผลที่เราตัดพ่อค้าคนกลางทิ้งไป” คุณธนากรกล่าว

ทุ่มงบ 50 ล้าน เล็งช่องว่างการตลาดออนไลน์ระดับกลาง

ท็อปแวลู เปิดให้บริการเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2557 ด้วยทุนจดทะเบียนบริษัท 50 ล้านบาท ซึ่งในด้านการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดตัวแบรนด์ขึ้นมา  คุณธนากรเล่าว่า ได้ศึกษาในแง่ของตลาด แล้วมองโจทย์ให้ออกว่าเราจะขายให้ใคร มีความแตกต่างที่น่าสนใจตรงไหน และเพราะอะไรลูกค้าถึงต้องเลือกเรา รวมถึงได้เรียนรู้ศึกษาหาข้อมูลจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซในต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมานาน จนพบคำตอบว่า ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากพ่อค้าคนกลางที่ทำให้สินค้ามีต้นทุนสูงขึ้น ฉะนั้นหากตัดส่วนนี้ออกไป จะทำให้ลูกค้าได้สินค้าในราคาถูกลง และได้รับความคุ้มค่ามากขึ้น

จากนั้นได้วิเคราะห์ต่อในเรื่องความสะดวกสบาย ซึ่งคุณธนากรคิดว่าทุกอย่างมีต้นทุน เมื่อออกจากบ้านมาซื้อของตามห้างร้าน จึงสร้างอีคอมเมิร์ซที่จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ โดยวางแผนเรื่องบริการจัดส่งสินค้าให้เป็นส่วนสำคัญเพิ่มเติมจากจุดเด่นในเรื่องราคาสุดคุ้ม

คุณธนากร เผยด้วยว่า จากงบลงทุนประมาณ 50 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายหลักจะเป็นเรื่องระบบต่างๆ การสต็อกสินค้า ค่าการตลาดแบบ O2O และเงินเดือนของพนักงาน วางแผนจุดคืนทุนไว้ที่ 7 ปี  แม้ตลาดออนไลน์จะมีกระดูกเบอร์ใหญ่อย่าง  Lazada, 11 Street หรือรายเล็กที่ขายเองตามเฟซบุ๊กส่วนตัวซึ่งมีมากมายมหาศาล แต่ท็อปแวลูเป็นอีคอมเมิร์ซในระดับกลาง จึงไม่ได้แข่งขันกับทั้งสองกลุ่มนั้น เมื่อมีคู่แข่งน้อย จึงกลายเป็นช่องว่างทางการตลาดที่มีโอกาสเติบโตและประสบความสำเร็จได้

100 คนรัก ดีกว่า 1,000,000 คนชอบ

โดยเริ่มแรก topvalue มีรูปแบบของมาร์เก็ตเพลส แต่เจอกับปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพ เพราะเป็นตลาดกลางที่นำสินค้าของผู้อื่นมาวางจำหน่าย จึงตัดทิ้ง ยกเลิกลักษณะมาร์เก็ตเพลส หันมาสร้างเว็บไซต์ขายของ B2C ที่เจ้าของแบรนด์ขายเอง สินค้าทุกชิ้นผ่านการตรวจสอบคุณภาพก่อนนำเข้าสต็อกสินค้า ก่อนจัดส่งถึงมือลูกค้าด้วยทีมของ topvalue เอง

“เราคัดสินค้าเข้ามาจำหน่ายจากเจ้าของผู้ผลิตแบรนด์โดยตรง สินค้าผ่านการตรวจสอบ ทุกชิ้นมีการการันตี มีรถจัดส่งเองที่ใส่ใจความปลอดภัยของสินค้า ซึ่งแตกต่างจากเจ้าอื่นที่ใช้บริการของบริษัทโลจิสติกส์”

นอกจากนี้ topvalue ยังมีแนวคิดทางการตลาดที่น่าสนใจ โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันกับเจ้าใหญ่ เนื่องจากไม่สามารถสู้ได้ทั้งในเรื่องของเงินทุนและประสบการณ์ จึงไม่เน้นการทำโฆษณามาก แต่เลือกจะใช้ยุทธศาสตร์  “100 คนรัก ดีกว่า 1,000,000 คนชอบ” เพราะหากมีคนที่รู้จักเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีความประทับใจ ก็ไม่มีการซื้อสินค้า เราใช้วิธีจับกลุ่มลูกค้าไม่มาก แต่ดูแลและบริการให้เต็มที่ที่สุด เป็นทางออกที่ทำให้แบรนด์ topvalue ประสบความสำเร็จ

เดินหน้าพัฒนา พร้อมสำหรับเทรนด์แห่งอนาคต

ตลอด 2 ปีครึ่งที่ผ่านมาในการดำเนินธุรกิจ ผู้บริหารหนุ่มกล่าวว่า ท็อปแวลูเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ช่วงปีแรกยอมรับว่ามีความผิดพลาดในการทำงาน แต่พร้อมแก้ไขและเรียนรู้ไปเรื่อยๆ โดยยึดเป้าหมายคือ ลูกค้าต้องได้สิ่งที่ดีที่สุด จึงทำให้มีกลุ่มลูกค้าประจำที่มีการซื้อซ้ำสูงถึงประมาณ 60% ซึ่งกลุ่มนี้เองที่คุณธนากร เน้นว่าต้องให้ความสำคัญมากที่สุดเนื่องจากจะเป็นการรักษาฐานการตลาดที่สำคัญที่จะนำไปสู่การบอกต่อ

ส่วนอนาคตตั้งเป้าการพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น เก็บรายละเอียดการบริการ โฆษณาให้แม่นยำตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อตอบสนองเทรนด์แห่งอนาคตในเรื่องอีคอมเมิร์ซซึ่งคาดว่าจะเติบโตได้อีกอย่างมหาศาล นอกจากนี้ ในอนาคตผู้บริโภคจะใช้เงินสดน้อยลง ลูกค้าทุกคนจะอยู่ในสมาร์ทโฟนเป็นส่วนใหญ่  จึงเน้นที่สินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก ด้านเป้าหมายคือแบรนด์ ต้องการเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าออนไลน์ของประเทศ

สุดท้าย นักธุรกิจหนุ่มได้แนะนำว่า อีคอมเมิร์ซเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจ ซึ่งความจริงแล้วเป็นเพียงเครื่องมือ แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องมองถึงประโยชน์ให้ออกแล้วใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง อย่ามองเรื่องกระแสอย่างเดียวมากเกินไปจึงจะทำให้แบรนด์เติบโตได้อย่างยืนยาว

“ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้รากฐานต้องมาจากสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ เริ่มจากประเมินให้ออกว่าตนเองทำหน้าที่อะไร เป็นผู้ขายหรือผู้ผลิต แล้วนำเครื่องมือมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินธุรกิจ” คุณธนากรกล่าวทิ้งท้าย

 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก  หรือสายด่วน 1333

 

 

736 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น