ปี 58 ตลาดหลักทรัพย์ไทยจนลงกว่าปีที่ผ่านมา 12.1 %

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปี 58 ตลอด 11 เดือนที่ผ่านมา มีมูลหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ที่12,898.7 พันล้านบาท ลดลง 12.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา,ลดลง 2.5% เทียบกับเดือนที่ผ่านมา และ ลดลง 6.9% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

ดัชนี SET ในเดือนพฤศจิกายน 2558 มีความเคลื่อนไหวในช่วง 1,354.10 – 1,427.05 จุด และปิดที่ 1,359.70 จุด ลดลง 14.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ลดลง 2.5% เมื่อเดือนที่ผ่านมา และลดลง 9.2% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด อยู่ที่ 12,898.7 พันล้านบาท ลดลง 12.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา,ลดลง 2.5% เทียบกับเดือนที่ผ่านมา และ ลดลง 6.9% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน
ด้าน ดัชนี SET 100 มีความเคลื่อนไหวในช่วง 1,939.44 – 2,052.51 จุด และปิดที่ 1,939.44 จุด ลดลง 18.0% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา, ลดลง 3.3% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา และลดลง 12.3% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด อยู่ที่ 9,247.9 พันล้านบาท ลดลง 20.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา,ลดลง 3.3% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา และลดลง 15.1% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน
ด้านดัชนี SET50 มีความเคลื่อนไหวในช่วง 869.38 – 921.61 จุด และปิดที่ 869.38 จุด ลดลง 18.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา,ลดลง 3.4% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา และ 13.1% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ที่ 8,267.5 พันล้านบาท ลดลง 20.8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา,ลดลง 3.4% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา และ 15.6% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน
ด้านดัชนี MAI มีความเคลื่อนไหวในช่วง 562.87 – 612.13 จุด และปิดที่ 570.71 จุด ลดลง 21.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา,ลดลง 3.7% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา และ ลดลง18.5% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด อยู่ที่ 351.1 พันล้านบาท ลดลง 9.6% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา,ลดลง 2.1% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา และ ลดลง 8.4% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

จำนวนบริษัทหลักทรัพย์
บริษัทจดทะเบียนในตลาด SET มีจำนวน 516 เพิ่มขึ้นจาก 502 บริษัท ในเดือนธันวาคม 2557 แต่ลดลงจาก 517 บริษัทจากเดือนก่อน โดยมีบริษัทจดทะเบียนใหม่ จำนวน 1 บริษัท ได้แก่ บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง นอกจากนี้ มีบริษัทจดทะเบียนที่ถูกเพิกถอน จำนวน 2 บริษัท ด้วยกัน
บริษัทจดทะเบียนในตลาด MAI มีจำนวน 120 บริษัท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มี 111 และ 117 บริษัท ในเดือนธันวาคม 2557 และเดือนก่อนตามลำดับ โดยมีบริษัทจดทะเบียนใหม่ จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท สยามราช จำกัด (มหาชน) อยู่ในกลุ่มทรัพยากร,บริษัท ท่าเรือราขาเฟอร์รี่ จำกัด(มหาชน) และบริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) ซึ่งทั้งสองบริษัทอยู่ในกลุ่มบริการ

มูลค่าซื้อขายของ SET
  การซื้อขายของ SET พบว่ามีมูลค่า 761.6 พันล้านบาท ลดลง 27.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งลดลงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน และลดลง 11.4% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าเฉลี่ย 36.3 พันล้านบาทไทยต่อดอลลาร์สหรัฐ ลดลงถึง 30.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และ 11.4% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา
หากพิจารณา 11 เดือนของปี 2558 พบว่า การซื้อขายของ SET มีมูลค่า 9,197.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ค่าเฉลี่ยดังกล่าวสูงกว่าในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2548-2557 ที่มีมูลค่าเฉลี่ย 5,935.2 พันล้านบาท อยู่ 55.0% และสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 อยู่ 9.6%

มูลค่าซื้อขายของ MAI
  การซื้อขายของ MAI พบว่ามีมูลค่า 42.3 พันล้านบาท ลดลงถึง 77.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ลดลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน และลดลง 12.1% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าเฉลี่ย 2.0 พันล้านไทยต่อดอลลาร์สหรัฐ ลดลงถึง 78.3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และลดลง 12.1% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา
หากพิจารณา 11 เดือนของปี 2558 พบว่าการซื้อขายของ MAI มีมูลค่า 734.6 พันล้านบาท ลดลง 13.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ค่าเฉลี่ยดังกล่าวสูงกว่าในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2548 – 2557 ที่มีมูลค่าเฉลี่ย 212.4 พันล้านบาท อยู่ 245.8% และสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 อยู่ 44.2%
ทั้งนี้ นักลงทุน 4 กลุ่ม ได้แก่ สถาบันในประเทศ,บัญชีบริษัทหลักทรัพย์,นักลงทุนต่างประเทศ และนักลงทุนทั่วไปในประเทศ โดยในเดือนพฤศจิกายน 2558 มีมูลค่าซื้อหลักทรัพย์ คิดเป็น 9.6%,10.9%,23.4% และ 56.1% ตามลำดับ ส่วนมูลค่าขายหลักทรัพย์ คิดเป็น 8.6%,10.8%,25.4% และ 55.2% ตามลำดับ
หากพิจารณา 11 เดือนของปี 2558 มูลค่าซื้อหลักทรัพย์ ของสถาบันในประเทศ คิดเป็น 10.3%,บัญชีบริหารหลักทรัพย์ คิดเป็น 9.9%, นักลงทุนต่างประเทศ คิดเป็น 22.9% และนักลงทุนทั่วไปในประเทศ คิดเป็น 56.9% ของมูลค่าซื้อทั้งหมด ส่วนมูลค่าขายหลักทรัพย์ คิดเป็น 9.7%,9.9%,24.2% และ 56.2 ของมูลค่าขายทั้งหมด ตามลำดับ

สถาบันในประเทศ
  สถาบันในประเทศ มีการซื้อสุทธิ มูลค่า 7.7 พันล้านบาท โดยซื้อมีมูลค่า 73.5 พันล้านบาท ลดลง 8.3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ย 3.5พันล้านบาทไทยต่อดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 12.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ ขาย มีมูลค่า 65.8 พันล้านบาท ลดลง 14.0% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และ 23.3% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ย 3.1 พันล้านบาทไทยต่อดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 18.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และ 23.3% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา
หากพิจารณา 11 เดือนแรกของปี 2558 สถาบันในประเทศ มีการซื้อสุทธิ มีมูลค่า 59.7 พันล้านบาท โดย ซื้อ มูลค่า 952.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา มีมูลค่าเฉลี่ย 4.3 พันล้านบาทไทยต่อดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ ขาย มีมูลค่า 892.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ย 4.0 พันล้านบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.0% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

บัญชีบริษัทหลักทรัพย์
  บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ มีการซื้อสุทธิ มูลค่า 0.5 พันล้านบาท โดย ซื้อ มีมูลค่า 83.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ลดลง 6.9% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ย 4.0 พันล้านบาทไทยต่อดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 3.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และลดลง 6.9% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ ขาย มีมูลค่า 82.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ย 3.9 พันล้านบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.6% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา
หากพิจารณา 11 เดือนแรกของปี 2558 บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ มีการขายสุทธิ มูลค่า 1.8 พันล้านบาท โดย ซื้อ มีมูลค่า 908.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ย 4.1 พันล้านบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.0% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ ขาย มีมูลค่า 910.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่า 4.1 พันล้านบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

นักลงทุนต่างประเทศ
  นักลงทุนต่างประเทศ มีการขายสุทธิ มูลค่า 14.9 พันล้านบาท โดย ซื้อ มีมูลค่า 178.6 พันล้านบาท ลดลง 6.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และลดลง 9.0% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ย 8.5 พันล้านบาทไทยต่อดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 10.9% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และลดลง 9.0% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ ขาย มีมูลค่า 193.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ลดลง 1.2% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ย 9.2 พันล้านบาทไทยต่อดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ลดลง 1.2% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา
หากพิจารณา 11 เดือนแรกของปี 2558 นักลงทุนต่างประเทศ มีการขายสุทธิ มูลค่า 122.3 พันล้านบาท โดย ซื้อ มีมูลค่า 2,102.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ย 9.4 พันล้านบาทไทยต่อดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ย 10.0 พันล้านบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

นักลงทุนทั่วไปในประเทศ
   นักลงทุนทั่วไปมีการซื้อสุทธิ มีมูลค่า 6.8 พันล้านบาท โดย ซื้อ มีมูลค่า 427.7 พันล้านบาท ลดลง 38.3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และลดลง 13.3% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา  ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ย 20.4 พันล้านบาทไทยต่อดอลลาร์สหรัฐ ลดลงถึง 41.3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และลดลง 13.3% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ ขาย มีมูลค่า 420.9 พันล้านบาท ลดลง 41.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และลดลง 15.4% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ย 20.0 พันล้านบาทไทยต่อดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 44.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และลดลง 15.4% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา
หากพิจารณา 11 เดือนแรกของปี 2558 นักลงทุนทั่วไปในประเทศมีการซื้อสุทธิ มูลค่า 64.4 พันล้านบาท โดย ซื้อ มีมูลค่า 5,235.3 พันล้านบาท ลดลง 2.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ย 23.5 พันล้านบาทไทยต่อดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 1.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ ขาย มีมูลค่า 5,170.9 พันล้านบาท ลดลง 4.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ย 23.2 พันล้านบาทไทยต่อดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 3.9% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

410 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น