ชี้อาเซียนต้องยกระดับภาคบริการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค

นักเศรษฐศาสตร์ชี้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) สมาชิกต้องไปให้ไกลกว่าการเปิดการค้าเสรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานภาคการบริการจะเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ผลิตทั่วโลก เฉกเช่นประเทศจีนที่จะขยับเข้าหาผู้บริโภคและด้านบริการมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

จากการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ด้วยการสร้างตลาดให้เป็นตลาดเดียวรวมถึงการสร้างให้เป็นฐานการผลิตพื้นฐานในภูมิภาค

โจเซฟ อินคาลคาเทอร์ร่า นักเศรษฐศาสตร์ของ HSBC เผยว่า การบูรณาการจะเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาค ขณะที่อุปสรรคการค้าในภูมิภาคไม่ใช่กฎระเบียบด้านภาษี และกฎระเบียบด้านการค้าแบบปิด

“การค้าบริการและการลงทุนเป็นเรื่องยากที่จะเปิดเสรี ขณะที่กรอบการค้า AEC ต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาในปีนี้ (เพื่อหลุดจากอุปสรรคด้านภาษี)”

ขณะเดียวกัน ฉั่ว ฮัค บิน นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารอเมริกาเมอร์ริล ลีนช์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรของจีนนำไปสู่ความมั่งคั่ง ซึ่งจะขับเคลื่อนด้านโครงสร้างบริการในเศรษฐกิจโลก

สำหรับตัวเลขการเจริญเติบโตด้านบริการนั้นมีการระบุว่า อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และไทย ที่เป็นกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเติบโตสูงสุดเฉลี่ย 5.2% ต่อปี โดยที่ใน 3 ไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา ก็มีความเจริญเติบโตด้านการผลิต 2.7%

อย่างไรก็ตาม งานภาคส่วนที่สร้างงานและรายได้ที่คิดเป็นสัดส่วนการค้าลดลง รวมถึงกำไรจากการผลิตลดลงนั้น ดร.ฉั่ว ได้เปิดเผยผลวิจัยว่า “รูปแบบการเจริญเติบโตแบบเก่าในอาเซียนนั้นมีฐานมาจากด้านการผลิตและการส่งออก ซึ่งส่วนนี้จะต้องกลับมาทบทวนถึงการปลุกกระแสโลกด้วยการยกระดับบริการ และการปรับสมดุลของจีน”

ดังนั้น 10 ประเทศสมาชิก AEC จะได้รับประโยชน์ในระยะยาว หากเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจภาพรวมในภูมิภาคเพื่อนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจให้กับกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ เพราะจะหมายถึงการมีศักยภาพในด้านฐานการผลิตและมีตลาดที่ใหญ่มาก

“มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอาเซียน ในการพัฒนาปรับปรุงโดยการลดค่าใช้จ่ายด้านการค้าเพื่อลงแข่งขันกับจีนและอินเดีย ซึ่งอาเซียนก็มีศักยภาพมากพอที่จะขึ้นไปถึงระดับการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจดังเช่นสหภาพยุโรป และจะสร้างช่องทางมากมายให้เกิดขึ้นได้”  นักเศรษฐศาสตร์ของ HSBC ปิดท้าย

387 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น