ชนะใจลูกค้าของโรงแรมด้วย Sensory Marketing

เดอะเทเลกราฟ วิเคราะห์แนวโน้มการสร้างโรงแรมจะหันเหไปที่โลเคชั่นเกิดใหม่มากขึ้น

Highlight:

  • ทฤษฎีพื้นฐานในการวิเคราะห์อย่าง SWOT Analysis, Porter’s Five Forces Model, PESTLE Analysis และการลงพื้นที่จริงสำรวจสภาพคู่แข่งในพื้นที่ก็สามารถนำมาใช้ได้
  • การสร้างโรงแรมจะหันเหไปที่โลเคชั่นเกิดใหม่มากขึ้น จากเดิมที่กระจุกตัวในเขตเมืองหรือเขตเศรษฐกิจ เราจะได้เห็นโรงแรมเกิดใหม่ตามชนบท หรือประเทศเกิดใหม่ เมืองเกิดใหม่ ที่ยังไม่มีโรงแรมแบบในเขตเจริญแล้ว
  • ภาคการโรงแรมที่การทำการตลาดแบบ Sensory Marketing และ Branding จะได้ผลต่อกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่มากกว่า

เจ้าของธุรกิจโรงแรมในไทยเกินครึ่งเป็น SME อย่างแน่นอน เราทราบดีว่าการจะแข่งขันกันเองก็แทบจะกระอักเลือดอยู่แล้ว หากคู่แข่งรายสำคัญยังเป็นโรงแรมรายใหญ่ที่การตลาดแข็งแกร่ง ก็ยิ่งยากที่จะต้านทานได้ การที่เราจะยืนหยัดให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยในหลายด้าน โดยเฉพาะใน SME รายย่อยที่เงินทุนในการทำการตลาดมีไม่มาก การแข่งขันกับรายใหญ่ได้นั้น อาจต้องใช้เทคนิคหลายด้าน โดยก่อนเริ่มต้นทำการตลาด SME จำเป็นต้องต้องวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นก่อนทำแผนการตลาด ซึ่งทฤษฎีพื้นฐานในการวิเคราะห์อย่าง SWOT Analysis, Porter’s Five Forces Model, PESTLE Analysis และการลงพื้นที่จริงสำรวจสภาพคู่แข่งในพื้นที่ก็สามารถนำมาใช้ได้

แต่สำหรับ SME ที่ต้องการตามเทรนด์ นาย Jade Conroy, deputy hotels editor วิเคราะห์แนวโน้มการตลาดสำหรับธุรกิจโรงแรมของโลกผ่านสำนักข่าวชื่อดังในสหราชอาณาจักรอย่างเดอะเทเลกราฟ (The Telegraph) ไว้ว่า การสร้างโรงแรมจะหันเหไปที่โลเคชั่นเกิดใหม่มากขึ้น จากเดิมที่กระจุกตัวในเขตเมืองหรือเขตเศรษฐกิจ เราจะได้เห็นโรงแรมเกิดใหม่ตามชนบท หรือประเทศเกิดใหม่ เมืองเกิดใหม่ ที่ยังไม่มีโรงแรมแบบในเขตเจริญแล้ว

รองบรรณาธิการสำนักข่าวคนดังยังวิเคราะห์ต่อว่า การเกิดขึ้นของโรงแรมจะถูกแบ่ง Target ออกอย่างชัดเจน เช่นกระแสโรงแรม 6 ดาว กับมหาเศรษฐีในประเทศเกิดใหม่ขยายตัว ขณะที่กลุ่มของ Millennials ที่นิยมการออกผจญภัยตามหาการใช้ชีวิต และชอบวิถี Backpack แบบ Hipster ก็กำลังมาในกลุ่มโรงแรมแบบมินิเทลจะขยายตัว การทำการตลาดจึงเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้กลุ่มดังกล่าวไม่ได้ตัดสินใจเลือกผ่านเรื่องราคาห้องพักอีกต่อไป แต่กลุ่มการตลาดเหล่านี้ถูกแบ่งออกตามสไตล์ของการท่องเที่ยว

 

เน้นสร้างประสบการณ์และทำ Branding

อย่างที่กล่าวไป พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งการแชร์เรื่องราวของใช้ราคาแพงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ไม่ได้ตอบโจทย์กลุ่มพวกนี้อีกแล้ว แต่การแชร์ภาพไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต รักษาสุขภาพ รูปภาพ บรรยากาศสวยๆ  จะสะท้อนเรื่องราวหรูหราได้ดีกว่าในสายตาคนรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับการทำการตลาดและบริการ โดยเฉพาะกับภาคการโรงแรมที่การทำการตลาดแบบ Sensory Marketing และ Branding จะได้ผลต่อกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่มากกว่า

Sensory Marketing ในธุรกิจโรงแรมจะได้ผลระยะยาวมากกว่าการทำการตลาดออนไลน์เพียงอย่างเดียว เพราะลูกค้าที่เข้ามาเพราะโลกออนไลน์แต่เมื่อมาสัมผัสบรรยากาศจริงแล้วพบว่า มันไม่ได้ดีแบบที่สร้างขึ้นก็อาจจะผลเสีย การสร้างบรรยากาศ Sensory Marketing ที่เน้นสร้างประสบการณ์รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ควบคู่ไปกับ Service Mind จะส่งผลถึงขนาดเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ทันที อาทิ โรงแรมในเครือ Hilton Hotel เมื่อมาถึงที่หน้า Lobby จะได้พบกับกลิ่นน้ำหอมเฉพาะของโรงแรมฮิลตัน ตามด้วย Service Mind ของพนักงานที่จะเข้ามาช่วยเราถือกระเป๋า ต้อนรับด้วย Welcome Drink และ ผ้าเย็น ขณะที่  Branding จะเกิดขึ้นหลังจากที่เราทำ Sensory Marketing และ Service Mind ทั้งหมดทั้งมวลที่สร้างประสบการณ์และทำให้ผู้บริโภครู้สึกมีความภาคภูมิใจและประสบการณ์ร่วมทุกครั้งที่มาใช้บริการ

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

 

1020 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น