เจาะข้อมูล GrabTaxi สตาร์ทอัพพันล้านแห่งยุคดิจิทัล

แนวคิดการทำธุรกิจและจุดเริ่มต้นของ GrabTaxi แล้ว ในหนังสือ 9 Startups ปฏิวัติแนวคิด พลิกธุรกิจสตาร์ทอัพ

Highlight

  • GrabTaxi เคยใช้ชื่อว่า MyTeksi มาก่อน
  • GrabTaxi เริ่มต้นเมื่อมีคนบ่นถึงความแย่ของแท็กซี่มาเลเซียให้ Anthony Tan ฟัง
  • หลังจากตั้งบริษัทที่มาเลเซีย Anthony Tan จึงได้วางแผนขยายมายังไทย
  • GrabTaxi เจาะกลุ่มคนขับแท็กซี่โดยการเข้าหาสมาคมแท็กซี่ในแต่ละแห่ง
  • การผสมผสานระหว่างการบริการและเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ GrabTaxi ประสบความสำเร็จ

หากพูดถึงธุรกิจสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จ เชื่อว่า “GrabTaxi” ต้องมาเป็นอันดับต้นๆ แน่ ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน GrabTaxi ได้ทุนสนับสนุนจาก China Investment Corp (CIC) มากถึง 440 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว ๆ 1,400 ล้านบาท ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสตาร์ทอัพหน้าใหม่หลายต่อหลายแห่งถึงยึด GrabTaxi เป็นต้นแบบ ซึ่งวันนี้เราจะมาเจาะข้อมูลกันว่า GrabTaxi สตาร์ทอัพสุด HOT แห่งยุคนี้มีที่มาที่ไปยังไง และอะไรที่ให้ GrabTaxi ประสบความสำเร็จ

เพราะเพื่อนบ่นจึงกลายเป็นธุรกิจพันล้าน

GrabTaxi มีจุดเริ่มต้นมาจากนักศึกษา Harvard Business School ที่ชื่อ Anthony Tan และ Hooi Ling Tan เมื่อเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนหนึ่งได้ไปหา Anthony Tan ที่บ้านในประเทศมาเลเซีย แต่เพื่อนคนนั้นประสบปัญหาในการเรียกแท็กซี่ (คล้ายกับที่เมืองไทย) เมื่อถึงจุดหมายเขาจึงเล่าปัญหาแท็กซี่มาเลเซียให้ Anthony Tan ฟังตั้งแต่เรียกแล้วไม่รับ ไปจนถึงการบริการที่ไม่ประทับใจ ทำให้ Anthony อยากเปลี่ยนระบบขนส่งแท็กซี่ให้ดีขึ้น เขาจึงร่วมมือกับ Hooi Ling Tan เพื่อนร่วมชั้นชาวมาเลเซียอีกคนคิดค้นแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า MyTeksi (ก่อนเปลี่ยนเป็น Grab ในภายหลัง) เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารและคนขับรถ

แล้ว MyTeksi หรือ GrabTaxi เข้าไทยได้ยังไง!?

หลังจาก Anthony Tan ได้นำแผนธุรกิจ MyTeksi ไปประกวดจนได้เงินทุนมาจำนวนหนึ่งแล้ว เขาจึงเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2012 ภายใต้ชื่อ MyTeksi และมีแผนขยายกิจการไปทั่วอาเซียนรวมถึงประเทศไทย

ในด้าน จุฑาศรี คูวินิชกุล เพื่อนจาก Harvard Business School อีกคนของ Anthony Tan เห็นเป็นโอกาสอันดีที่จะนำ MyTeksi มาเปิดที่เมืองไทย เพราะนอกจากความปลอดภัยของผู้โดยสารแล้วยังช่วยยกระดับแท็กซี่ในเมืองไทยได้อีกด้วย จึงก่อตั้ง บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ Anthony Tan ในปี 2013 โดยจุฑาศรีได้ลงความเห็นที่ใช้ชื่อ GrabTaxi ว่าเป็นเพราะชื่อนี้เป็นคำกริยา จำง่าย และมีความหมาย

ปัจจัยที่ทำให้ GrabTaxi ประสบความสำเร็จ

ในช่วงแรกที่ GrabTaxi เข้าไทย จุฑาศรีได้ติดต่อไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อให้คนขับแท็กซี่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันได้ และยังขยายฐานคนขับแท็กซี่อย่างรวดเร็วโดยเจาะไปยังสมาคมแท็กซี่ต่างๆ เช่น สหกรณ์สุวรรณภูมิ

“หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ประสบผลสำเร็จ คือ การผสมผสานระหว่างบริการกับเทคโนโลยีในเวลาที่เหมาะสม เพราะเป็นยุคที่ก้าวเข้าสู่ Internet of Things (การนำอินเตอร์เน็ตเข้าไปสู่เครื่องใช้หรืออุปกรณ์ต่างๆ) จึงกลายเป็นการปฏิวัติบริการแท็กซี่อย่างสิ้นเชิง” จุฑาศรีกล่าว

นอกจากนั้นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ GrabTaxi ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ได้ ก็เป็นเพราะเงินทุนจากครอบครัว เนื่องจากทั้งจุฑาศรี และ Anthony Tan ต่างมีธุรกิจครอบครัวเป็นของตนเองทั้งนั้น จุฑาศรีมีบริษัทอลูมิเนียม ส่วนครอบครัว Anthony เป็นผู้ผลิตรถยนต์จัดจำหน่าย Nissan

“พวกเราเป็นสตาร์ทอัพที่มีแบ็คอัพเป็นธุรกิจครอบครัว สิ่งที่เรามี เช่น การเงิน บุคลากร ระบบการบริหาร สายสัมพันธ์กับบริษัทต่างๆ และหน่วยงานภาครัฐในแต่ละประเทศ“

ทั้งนี้นอกจากแนวคิดการทำธุรกิจและจุดเริ่มต้นของ GrabTaxi แล้ว ในหนังสือ 9 Startups ปฏิวัติแนวคิด พลิกธุรกิจสตาร์ทอัพ ยังมีเรื่องราวของสตาร์ทอัพอีก 8 ธุรกิจมาให้คุณได้อ่านกัน เช่น เรื่องราวของ Ookbee หนอนหนังสือแห่งยุคดิจิทัล Builk.com ที่พลิกโฉมวงการรับเหมาก่อสร้าง HUBBA พื้นที่ Co-Working Space ในเมืองไทย ฯลฯ

620 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น