6 สตาร์ทอัพว่าที่ยูนิคอร์น CLMVT “ลาว เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม ไทย”

ที่ไหนมีปัญหา ที่นั่นเป็นโอกาสของ “สตาร์ทอัพ”

Highlight

  • ต้องเปลี่ยนวิธีคิดคนภายในประเทศของเราให้เลิกทำมากได้น้อย เป็นทำน้อยได้มากให้ได้ และทำสินค้าให้มี Value Added ทำสินค้าให้มีนวัตกรรม
  • ที่ไหนมีปัญหาที่นั่นมีโอกาส จงคิดอย่างนี้ไว้ สตาร์ทอัพจากมาเลเซียอย่าง Grab เขาเริ่มจากการแก้ปัญหาเรื่องรถแท็กซี่ภายในประเทศ จากนั้นระดมทุนโดยใช้เวลาไม่กี่ปี ขยายไป 7 ประเทศทั่วอาเซียน และขยายไปเมืองย่อยๆ อีก 50 กว่าเมือง

“สตาร์ทอัพ” แต่ละประเทศในอาเซียนเริ่มต้นธุรกิจจากปัญหา มีปัญหาแบบไหน ก็นำนวัตกรรมเข้าไปแก้ไข และเชื่อเถอะว่าแต่ละประเทศในอาเซียน มีปัญหาไม่เหมือนกัน

2 ปีที่แล้ว คำว่า Tech-startup โผล่ขึ้นมาในนโยบายของรัฐบาล ทำอย่างไรเราถึงจะหลุดออกจากประเทศกับดักรายได้ปานกลาง ทางหนึ่งคือเราต้องเปลี่ยนวิธีคิดคนภายในประเทศของเราให้เลิกทำมากได้น้อย เป็นทำน้อยได้มากให้ได้ และทำสินค้าให้มี Value Added ทำสินค้าให้มีนวัตกรรม

ทำให้คำว่านวัตกรรมถูกหยิบมาพูดมากขึ้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา พร้อมกับคำว่า Startup และหลังจากนั้น ตามหน้าสื่อไม่เคยว่างเว้นจากคำว่า Startup จนพักหนึ่งก็เป็นคำว่า 4.0 จนคำว่า อาเซียน AEC แผ่วไปเยอะ จนทุกวันนี้เป็นอาเซียน 4.0

ที่ไหนมีปัญหาที่นั่นมีโอกาสจงคิดอย่างนี้ไว้ สตาร์ทอัพจากมาเลเซียอย่าง Grab เขาเริ่มจากการแก้ปัญหาเรื่องรถแท็กซี่ภายในประเทศ จากนั้นระดมทุนมาใช้เวลาไม่กี่ปี ขยายไป 7 ประเทศทั่วอาเซียน และขยายไปเมืองย่อยๆ อีก 50 กว่าเมือง จากเดิมที่ต้องยืนโบกรถริมถนน เสี่ยงจากการเรียกรถที่คนขับจะไปหรือไม่ เป็นการเรียกผ่านสมาร์ทโฟน สิ่งนี้เรียกว่า Disruption หรือ Digital Transformation

“สตาร์ทอัพ” แต่ละประเทศในอาเซียนเริ่มต้นธุรกิจจากปัญหา มีปัญหาแบบไหน ก็นำนวัตกรรมเข้าไปแก้ไข และเชื่อเถอะว่าแต่ละประเทศในอาเซียน มีปัญหาไม่เหมือนกัน วันนี้เราจะพาไปพบกับเหล่าสตาร์ทอัพว่าที่ยูนิคอร์นตัวใหม่ของวงการจาก CLMVT ที่บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่นๆ นะจ๊ะ

Oway

เริ่มกันที่สตาร์ทอัพสัญชาติเมียนมา ทำ TravelTech ในวันที่เมียนมาบูมมากเรื่องโรงแรม เขาทำตัวเองเหมือน Agoda เติบโตจากธุรกิจ SME ที่ครอบครัวเคยทำธุรกิจท่องเที่ยว เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการส่งลูกไปทำงานใน Google ได้เรียนรู้วิธีคิดและการทำงานแบบ Startup เพื่อหนุนให้ธุรกิจขยายได้อย่างรวดเร็ว พลิกการทำงานเดิมจากธุรกิจทัวร์ครอบครัวมาเป็น Online Travel Agent

BookDelivery

 

Education หรือการศึกษานับเป็นจุดอ่อนที่ต้องยอมรับสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และสตาร์ทจากลาวรายนี้มองว่าปัญหาการศึกษาไม่ใช่ปัญหาของรัฐบาล แต่เป็นปัญหาที่ประเทศต้องร่วมกันแก้ไข โดยการรวบรวมหนังสือมือสอง (มีจากเมืองไทยด้วยที่ข้ามไปให้ชาวลาวใช้) ทำหน้าที่เป็น Marketplace ให้คนเอาหนังสือมาแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งมีนักลงทุน (Venture Capital: VC) มาสนับสนุนสตาร์ทอัพจากลาวผู้เข้ามาแก้ปัญหาวงการศึกษา

BookMeBus

 

BookMeBus หนึ่งใน TravelTech จากกัมพูชา เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องการเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางด้วยรถบัสระหว่าง ปอยเปต-เสียมเรียบ-พนมเปญ มีระยะทางที่ไกลมาก มีวิธีจ่ายเงินที่หลายแบบ ยุ่งยาก และเป็นปัญหาของประชาชนในประเทศ BookMeBus จึงเริ่มเข้ามาแก้ปัญหาด้วยการให้บริการการวางแผนท่องเที่ยวระหว่างประเทศกัมพูชา ลาว เวียดนาม และไทย ด้วยตารางเวลาเดินรถบัสทุกสาย รวมทั้งเรือและแท็กซี่ส่วนตัว เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับนักเดินทาง

Recult

Recult สตาร์ทอัพสัญชาติไทย Social Enterprise จบปริญญาโทวิศวกรรม และบริหารจัดการจากเอ็มไอที (Massachusetts Institute of Technology: MIT) เคยทำงานเป็นที่ปรึกษาอยู่ที่แอ็คเซ็นเจอร์ ที่สำนักงาน บอสตัน และ เป็นวิศวกรด้านซอฟแวร์ ที่ซิสโก ซิลิคอน วัลเล่ย์ คุณอุกฤษ อุณหเลขกะ (เอิร์น) และไม่ได้มีแค่คุณเอิร์นเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยบัณฑิตและมหาบัณฑิตที่จบจาก MIT ผู้ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม และแมชชีนเลิร์นนิ่ง มาช่วยพัฒนาเพิ่มคุณภาพผลผลิตให้เกษตรกรไทย

ความน่าสนใจของสตาร์ทอัพไทยรายนี้คือ เขามองว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาเปลี่ยนวงการเกษตรได้ โดยใช้เทคโนโลยีที่ไม่ไกลตัวอย่างดาวเทียมที่บินมากมายอยู่รอบโลก และขอให้ถ่ายรูป แปลงพืชผัก ด้วยความละเอียดสูง ขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์ จากอัลกอลิทึ่มที่สร้างขึ้น กลายเป็น Big Data ของวงการเกษตร เพื่อนำข้อมูลไปบอกลูกค้าและธนาคารว่าเกษตรกรมีศักยภาพในการชำระหนี้หรือผลผลิตสามารถขายได้ในราคาดีหรือไม่ โดยไม่ต้องใช้เกษตรอำเภอลงไป Survey เอง

Omise

ว่าที่ยูนิคอร์นอีก   1 ตัวของไทย จากการที่เพิ่งระดมได้ 45 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวพันกว่าล้านบาท เป็นสตาร์ทอัพที่ก่อตั้งมาไม่มีกี่ปี แต่มีเงินทุนพันกว่าล้านบาทอยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ ผ่านการระดมทุนแบบใหม่ที่เขาคิดขึ้นเองว่า ICO (Initial Coin Offering) วิธีระดมทุนเติบโตแบบขีดสุดของยุคฟินเทค ICO หมายถึงการขายเหรียญ (Coin) หรือ Token เพื่อระดมเงินมาใช้เริ่มต้นโปรเจ็คต์ ขายให้คนทั่วโลก

วิธีที่ Omise ทำแทบจะเรียกได้ว่าท้าทายตลาดหลักทรัพย์ เพราะเขาขายหุ้นโดยไม่ผ่าน กลต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) แต่มีคนซื้อ และกลายเป็นสกุลเงินที่มีคุณค่ามากที่สุด ติด Top 20 ของโลกไปแล้ว มีการเทรดเงินและหุ้นทุกวินาที เปิด 7 วัน ตลอด 24 ชั่วโมง

VNG Corporation

 

มาถึงยูนิคอร์นที่ใหญ่ที่สุดใน CLMVT ซึ่งเป็นยูนิคอร์นตัวเดียวและตัวแรกอีกด้วย VNG Corporation เป็นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นของเวียดนาม มูลค่าทุนที่ระดมได้มากกว่า 3 หมื่นล้านบาท หากนึกไม่ออกละก็ สตาร์ทอัพรายนี้ทำธุรกิจไม่กี่ปี แต่มูลค่าบริษัทใหญ่กว่าทุนของ Workpoint ที่ทำธุรกิจมา 20 ปี VNG Corporation ทำเรื่องเกมและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ในเวียดนาม จนล่าสุดประกาศว่ากำลังจะเข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ

นี่คือธุรกิจที่คิดแบบดิจิทัล และบอกได้เลยว่า CLMVT และอาเซียนกำลังจะเกิด Digital Transformation ขึ้นแน่ๆ และใช้เวลาอันสั้น แต่สำเร็จอย่างรวดเร็ว หากธุรกิจที่คิดแบบอะนาล็อกยังตามไม่ทัน รับรองว่า คุณกำลังจะโดนแซงอย่างไม่ต้องสงสัย

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

3205 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น