“Cakewalk” เบเกอรี่ส่งออก พลิกโอกาสขยายธุรกิจด้วย Niche Market

“Cakewalk” สร้างสรรค์สินค้าเบเกอรี่มีมิติ เพิ่มรสชาติหลากหลายในเค้กดีไซน์พิเศษแบบลิมิเต็ด อิดิชั่น เจาะโอกาสตลาดต่างประเทศ เน้นเอเชียและสหรัฐอเมริกา พลิกกลยุทธ์การขายด้วยออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง

บริษัท เค้กวอล์ค ฟู้ด จำกัด บริหารงานโดยคุณ ชรินทิพย์ พรธิติ เปิดเผยว่า จากที่ได้เริ่มต้นธุรกิจเมื่อปี 2548 ด้วยการเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ในย่านถนนทองหล่อ ซอย 13 ขายเครื่องดื่มอย่างกาแฟ และขนมเค้กที่เน้นวัตถุดิบที่ดี มีคุณภาพระดับพรีเมียมเพื่อให้ได้ขนมอบและขนมเค้กที่สร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าได้อย่างสูงสุด ร้านเค้กวอล์ค (Cakewalk) มีจุดขายตรงที่ไม่ได้เป็นเพียงขนมที่รสชาติอร่อยในบรรยากาศร้านที่สวย ทันสมัยเท่านั้น แต่ที่ร้านยังมีบริการรับออกแบบเค้กดีไซน์พิเศษ ในรูปแบบ 3 มิติ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ที่ใหม่มากในยุคนั้น ทำให้ร้านเค้กวอล์ก มีชื่อเสียง จนกลายเป็นร้านเบเกอรี่เบอร์ต้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว

จุดเด่นของสินค้าจะอยู่ที่ดีไซน์ได้ตามสั่ง ความสวยงามของรูปลักษณ์ รวมถึงรสชาติหลากหลายแปลกใหม่ มีหลายรสชาติให้ลูกค้าเลือกได้ตามชอบใจ ซึ่งธุรกิจถือว่ามีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนในปี 2558 บริษัทเค้กวอล์ค ฟู้ด จำกัด และ โรงงานจึงได้ถือกำเนิดขึ้น ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 1000 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และจากสถาบันชั้นนำต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ การันตีได้ถึงขั้นตอนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ เน้นเรื่องความสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานในระดับสากล

คุณชรินทิพย์ เผยกับ Bangkokbanksme ว่า “มีความรักและชื่นชอบในการทำอาหารและขนมอบ พอทำมาประมาณ 12 ปี หลังจากที่เริ่มธุรกิจได้ระยะหนึ่ง มีกลุ่มลูกค้าร้านอาหารร้านกาแฟให้ความสนใจมาก จึงปรับเปลี่ยนมาทำการขายส่ง เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าร้านเบเกอรี่ที่ต้องการความสะดวกและลดขั้นตอนการทำงาน ต่อมาได้มีการขยายตลาดเข้าสู่ห้างโมเดิร์นเทรดใหญ่เจ้าหนึ่ง ภายใต้แบรนด์ Happy Cake House นอกจากนี้ยังมีโดนัทที่ทำตลาดในส่วนของฝากสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยว รวมทั้งสินค้าใหม่คือ Chocolate Spread ผลไม้ไทย 4 รส ที่เตรียมจำหน่ายทั้งในไทยและส่งออก”

บุกตลาดส่งออก

“เค้กวอล์ค” คิดโจทย์การพัฒนาแบรนด์สินค้า จากสิ่งที่ทำอยู่ อาศัยความชำนาญในเรื่องการทำขนมเค้ก เบเกอรี่ ขยายธุรกิจโดยมองตลาดที่ไม่ซ้ำกับผู้อื่น โดยเลือกตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ทำให้โอกาสในตลาดเปิดกว้าง ซึ่งคุณชรินทิพย์ ให้รายละเอียดว่าสำหรับสินค้าเบเกอรี่ที่จะพัฒนาในตลาดแมสนั้นยังไม่เยอะมาก ขณะที่แบรนด์เล็งเห็นโอกาสในตลาดต่างประเทศ ซึ่งข้อดีคือมีเป้นตลาดใหญ่ มีกำลังซื้อมาก ยิ่งหากมีตัวแทนจำหน่ายที่ดี เข้าไปเปิดตลาดได้จะสามารถไปได้อีกไกล

เมื่อตัดสินใจบุกตลาดต่างประเทศ คุณชรินทิพย์เล่าว่า มีการเตรียมความพร้อมอย่างมาก ทั้งการทำวิจัยและพัฒนาในเรื่องการยืดอายุของสินค้า ที่จะต้องอยู่ได้นานอย่างน้อยหกเดือนถึงหนึ่งปี พัฒนาในส่วนของการแช่แข็ง รวมถึงระบบต่างๆ และที่สำคัญคือขั้นตอนการรับรองมาตรฐาน ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปีในการทดลองและตรวจสอบสินค้าจนเป็นที่พอใจของลูกค้า

สำหรับตลาดต่างประเทศที่มองไว้และคิดว่าเหมาะสมกับสินค้า เจ้าของธุรกิจสาวกล่าวว่า เป็นกลุ่มเอเชียเป็นหลัก จากที่ได้ออกบูธโชว์สินค้าในงาน THAIFEX-World of Food Asia ที่มีผู้ประกอบการต่างชาติ และผู้ที่สนใจโดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าจากจีน เกาหลี อินเดีย ที่ให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ โดยคุณชรินทิพย์วิเคราะห์ว่า น่าจะมาจากรสชาติซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวเอเชีย และนอกเหนือจากเอเชียแล้วอีกกลุ่มตลาดที่ให้ความสนใจตัวสินค้าคือสหรัฐอเมริกา

“สินค้าที่ลูกค้าสนใจเป็นพิเศษคือขนมเค้กแช่แข็ง ส่งออกไปอเมริกา และโดนัทที่มีลูกค้าชาวจีนชื่นชอบสนใจ นอกจากสินค้าแช่แข็งก็จะมีประเภทคุกกี้อบแห้งที่มีอายุนาน”

ส่วนในเรื่องของการลงทุน คุณชรินทิพย์เปิดเผยว่า ในการผลิตสินค้าที่มี Volume ใหญ่นั้น ต้องใช้เงินทุนเริ่มต้นค่อนข้างสูง เพราะนอกจากจะเป็นต้นทุนของวัตถุดิบแล้วยังมีในส่วนของค่าใบรับรองมาตรฐาน ซึ่งเจ้าของธุรกิจสาวย้ำว่ามีความจำเป็นมากเนื่องจากเป็นการรับประกันถึงคุณภาพของเบเกอรี่  ส่วนการบริหารความเสี่ยงของการลงทุนในจุดนี้นั้น ได้ใช้วิธีดึงตลาดที่ขายในประเทศมาเป็นท่อน้ำเลี้ยง

“ตลาดต่างประเทศจะสั่งเป็นล็อตใหญ่ ตู้คอนเทนเนอร์ และจ่ายเป็นเงินสด เราก็ทำการผลิตสินค้าให้ได้ตามจำนวนและภายในระยะเวลา ซึ่งแม้จะเน้นต่างประเทศ แต่ก็มีตลาดภายในประเทศคอยรองรับ”

ใช้มาร์เก็ตติ้งออนไลน์

คุณชรินทิพย์กล่าวเพิ่มเติมว่า การตลาดเป็นสิ่งสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือการปรับตัวตามกระแสที่เปลี่ยนไป จากยุคก่อนที่เป็นการประชาสัมพันธ์ทางแมกกาซีนหรือรายการทีวี ปัจจุบันต้องเน้นการใช้โซเชียลมีเดียต่างๆ เป็นหลัก เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายไม่มากและสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้คนได้ในวงกว้าง

“ก่อนหน้านี้ อาจต้องมีหน้าร้านคนถึงจะเชื่อถือ แต่เดี๋ยวนี้ต้องใช้ทุกช่องทางออนไลน์ Facebook, Instagram, YouTube, Line@ เป้นเครื่องมือ ทำธุรกิจหยุดไม่ได้ ต้องอัพเดตตัวเองตลอดเวลาตามกระแสที่เปลี่ยนไป”

สุดท้าย คุณชรินทิพย์ ได้คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีว่า หากสนใจในการทำธุรกิจ ควรเริ่มต้นธุรกิจจากความถนัดและเชี่ยวชาญ

“ต้องหาเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในด้านที่เป็นของตัวเอง เพราะจะเกิดความประณีต ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นที่สร้างสินค้าในรูปแบบเดียวกัน คล้ายคลึงกันตามกระแสแฟชั่น การมีตัวตนที่ชัดเจนและมีคุณภาพที่ดีจะทำให้ธุรกิจอยู่ได้อย่างยั่งยืน”

Cakewalk โทรศัพท์ 09-2634-8726

BangkokBank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

INFO

1849 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น