Content Series : จดบริษัทคนเดียว ไม่ยากอย่างที่คิด

การจัดตั้งบริษัทจำกัดคนเดียว เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ และส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ SME  เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจภายในประเทศส่วนหนึ่งเกิดจากการขับเคลื่อนแบบกระจายตัวของผู้ประกอบการ SME

สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจหรือทำธุรกิจมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว มีผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจ อยากเข้าสู่ระบบเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ และได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากนโยบายหรือมาตรการของรัฐที่ช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการ SME โดยเฉพาะสามารถเข้าสู่ระบบด้วยการจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบ “บริษัทจำกัดคนเดียว” ได้แล้ว ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจของท่านสามารถเติบโตได้อย่างที่ต้องการ

การจัดตั้งบริษัทจำกัดคนเดียว เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ และส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ SME  เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจภายในประเทศส่วนหนึ่งเกิดจากการขับเคลื่อนแบบกระจายตัวของผู้ประกอบการ SME เป็นการเอื้อให้คนคนเดียวสามารถตั้งธุรกิจได้ จากเดิมที่ต้องเป็นลูกจ้างก่อน หรืออยู่นอกระบบ กฎหมายเปิดโอกาสให้เข้ามาสู่ระบบได้สะดวก ง่าย และได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น

บริษัทจำกัดคนเดียว “บริษัทจำกัด” หมายถึง บริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ “เจ้าของบริษัท” หมายถึง บุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของเงินหรือทรัพย์สินที่นำมาลงทุนในบริษัท  การตั้งบริษัทจำกัดคนเดียวจะทำให้การจดทะเบียนเพื่อประกอบธุรกิจง่ายขึ้น ทำให้ธุรกิจที่ดำเนินการอยู่เข้าสู่ระบบเกิดความน่าเชื่อถือ และได้รับประโยชน์จากมาตรการด้านภาษีต่างๆ  ซึ่งขณะนี้มีหลายหน่วยงานที่ปรับลดภาษีให้นิติบุคคลที่เข้ามาในระบบ เช่น กรมสรรพากร กรมที่ดิน และยังช่วยให้ SME เข้าถึงสิทธิประโยชน์ที่ภาครัฐส่งเสริม ทั้งเรื่องการเงิน สภาพคล่อง และการอบรมให้ความรู้ต่อยอดธุรกิจต่างๆ โดยอัตราค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนบริษัทจำกัดคนเดียวอยู่ที่ 2,000 บาท

สำหรับบริษัทจำกัดคนเดียวมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การตั้งชื่อบริษัทต้องมีคำว่า “บริษัท….จำกัด (คนเดียว)” การจัดตั้งบริษัท บุคคลหนึ่งอาจขอตั้งบริษัทได้ 1 บริษัท เจ้าของบริษัทรับผิดเท่ากับจำนวนทุนที่ลงไปในบริษัท และมีหน้าที่ที่จะต้องชำระทุนเต็มจำนวน ส่วนการบริหารจัดการ เจ้าของบริษัทอาจแต่งตั้งตนเองหรือบุคคลอื่นตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป เข้ามาเป็นกรรมการบริษัท บริษัทมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีสำหรับการประกอบธุรกิจ และให้มี สารวัตรใหญ่บัญชีและสารวัตรบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีมีอำนาจตามกฎหมายกับบริษัท

ส่วนการจ่ายเงินปันผล ห้ามไม่ให้จ่ายเงินปันผลจากเงินประเภทอื่นนอกจากการจ่ายเงินปันผลจากเงินกำไรเท่านั้น กรณีบริษัทมียอดขาดทุนสะสมห้ามไม่ให้จ่ายเงินปันผล และบริษัทต้องจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีส่วนหนึ่งไว้เป็นทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ส่วนการเพิ่มทุนและการลดทุน บริษัทอาจเพิ่มทุนหรือลดทุนของบริษัทจากจำนวนที่จดทะเบียนไว้แล้วได้ด้วยความเห็นชอบของเจ้าของบริษัทแต่ทุนของบริษัทจะลดลงไปให้ต่ำกว่าจำนวน 1 ใน 4 ของทุนทั้งหมดไม่ได้

การแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด บริษัทจำกัดคนเดียว อาจปรับโครงสร้างการลงทุนโดยการแปรสภาพเป็น บริษัทจำกัดได้ ด้วยการจัดหาผู้ร่วมลงทุนหรือผู้ถือหุ้นให้ครบเป็นองค์ประกอบและปฏิบัติตามขั้นตอน กำหนดจำนวนหุ้นสามัญ-หุ้นบุริมสิทธิ รวมทั้งกำหนดสภาพและบุริมสิทธิของหุ้นซึ่งจะออกการจัดสรรหุ้นของบริษัทที่แปรสภาพให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัดโดยทุนของบริษัทจำกัดจะต้องมีทุนไม่น้อยกว่าทุนชำระแล้วของบริษัทที่แปรสภาพ

ส่วนการเลิกบริษัท ให้นำความมาจดทะเบียนเลิกบริษัทภายใน 14 วันนับจากวันที่มีเหตุ และจะต้องมีการตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อมาจัดการทรัพย์สิน บัญชี เอกสารต่างๆ  นอกจากนี้ การถอนทะเบียนบริษัทร้าง เมื่อปรากฏแก่นายทะเบียนว่า บริษัทไม่ได้ทำการค้าขาย ประกอบการงาน หรือไม่มีตัวตนจากพฤติการณ์ไม่ส่งงบการเงินนับแต่ปีปัจจุบันย้อนหลังไป 3 ปีติดต่อกัน หรือบริษัทอยู่ระหว่างชำระบัญชี แต่ผู้ชำระบัญชีมิได้รายงานการชำระบัญชีหรือไม่ยื่นจดทะเบียนการชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นภายใน 3 ปี หรือนายทะเบียนส่งหนังสือทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังบริษัท/ผู้ชำระบัญชีภายใน 180 วันนับจากวันที่ส่งหนังสือนายทะเบียนจะขีดชื่อบริษัทออกจากทะเบียน (บริษัทสิ้นสภาพความเป็นนิติบุคคล)

สำหรับประโยชน์ของการจดบริษัทคนเดียวนั้น เริ่มจากความสะดวกสบายในการลงทุนจัดตั้งธุรกิจ เข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น ลดปัญหาการทะเลาะและข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้นด้วยกันเอง รวมทั้งจะช่วยให้ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น มีอำนาจในการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างเต็มที่ เพิ่มความรวดเร็วในการทำธุรกิจ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจดทะเบียนและจัดตั้งธุรกิจต่ำ เพิ่มความน่าเชื่อถือ และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับ SME

และที่สำคัญ คือ เรื่องของสิทธิประโยชน์ทางภาษี และค่าธรรมเนียมต่างๆ การจดบริษัทคนเดียวจะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เงินได้พึงประเมินสุทธิ เสียภาษีสูงสุดที่ 35% แต่อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้นอยู่ในอัตรา 20% ของกำไรสุทธิ

และหากธุรกิจขาดทุน ผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลสามารถนำผลขาดทุนนั้นไปใช้เป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีถัดไปได้ถึง 5 รอบระยะเวลาบัญชี นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิพิเศษยกเว้นหรือลด ทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคล ค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ และอื่นๆ จากมาตรการของรัฐต่างๆ ที่ประกาศออกมาในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบธุรกิจ SME ได้อีกด้วย

20655 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น