ยอดจัดตั้งธุรกิจ ส.ค. 60 เพิ่มขึ้นกว่า 1,000 ราย

ธุรกิจที่มีการประกอบธุรกิจใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 621 ราย รองลงมาเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 394 ราย

ยอดจัดตั้งธุรกิจ ส.ค. 60 เพิ่มขึ้นกว่า 1,000 ราย

ยอดจดทะเบียนธุรกิจและบริการเดือนสิงหาคม 2560  พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น 1,180 รายเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม ที่มีจำนวน 5,979 ราย คิดเป็นมูลค่าทุนจดทะเบียน 47,354 ล้านบาท ธุรกิจที่จัดตั้งใหม่สูงสุด คือ ก่อสร้าง ตามมาด้วย อสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร ภัตตาคาร ธุรกิจขนส่ง และธุรกิจให้คำปรึกษา

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงยอดจดทะเบียนธุรกิจและผลการให้บริการประจำเดือน สิงหาคม 2560 พบว่ามีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท จำกัด มีจำนวน 7,159 ราย เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2560 ซึ่งมีจำนวน 5,979 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 1,180 ราย คิดเป็น 20% และเมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2559 ซึ่งมีจำนวน 6,200 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 959 ราย คิดเป็น 15%

“ธุรกิจที่มีการประกอบธุรกิจใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 621 ราย รองลงมาเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 394 ราย ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 218 ราย ธุรกิจการขนส่งสินค้ารวมถึงคนโดยสาร จำนวน 142 ราย และธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการจัดการ จำนวน 138 ราย” นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าว

ห้างหุ้นส่วนบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 ส.ค.60) จำนวน 1,409,392 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 21.58 ล้านล้านบาท โดยมีห้างหุ้นส่วนบริษัทที่ดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศจำนวน 670,513 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียน 16.73 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น บริษัทจำกัด 487,891 ราย บริษัทมหาชนจำกัด 1,176 ราย และห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 181,446 ราย

นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าวต่อว่า การสนับสนุนจากภาครัฐ ด้านภาษี ไม่ว่าจะเป็นมาตรการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มาตรการภาษีสนับสนุนการจัดทำบัญชีของ SME สามารถส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการประกอบกิจการและสนับสนุนให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชน

“โครงการลงทุน Mega Project ของภาครัฐเพื่อพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ เกิดการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้การบริโภคภาคเอกชนเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวได้ดีในปีนี้” นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าว

แสดงความคิดเห็น