เผยวิธีสุดเจ๋งปั้นสตาร์ทอัพภายใน 7 วัน

ไขเคล็ดลับปั้นสตาร์ทอัพภายใน 7 วันจากประสบการณ์จริงของ Dan Norris ที่เคยเจ็บหนักจากการทำสตาร์ทอัพ จนเขาต้องลุกมาหาเงินให้ได้ภายใน 1 อาทิตย์!

Highlight

  • การทำสตาร์ทอัพหรือการเปิดตัวธุรกิจภายใน 7 วันสามารถทำได้จริงตามประสบการณ์ของ Dan Norris
  • วันที่ 1 สตาร์ทอัพควรคิดไอเดียที่ชอบ เหมาะสมกับตนเอง และเป็นความต้องการของตลาด
  • วันที่ 2 เข็นผลิตภัณฑ์ที่พอใช้การได้ออกมาก่อน
  • วันที่ 3 ตั้งชื่อธุรกิจ โดยคุณไม่ต้องซีเรียสกับชื่อมาก เพราะสามารถเปลี่ยนทีหลังได้
  • วันที่ 4 สร้างเว็บไซต์ เพื่อเป็นกระบอกเสียง
  • วันที่ 5 นำธุรกิจออกสู่ตลาด โดยการโปรโมท
  • วันที่ 6 ตั้งเป้า กำหนดตัวชี้วัดที่สำคัญในธุรกิจสตาร์ทอัพนั้น
  • วันที่ 7 เปิดตัว

สตาร์ทอัพ สร้างได้ภายใน 7 วันเป็นหนังสือที่เขียนโดย Dan Norris เจ้าของเว็บไซต์ wpcurve.com ที่ให้คำปรึกษาปัญหาการสร้างเว็บด้วย WordPress ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ก่อนเขาจะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ Dan Norris เคยล้มเหลวชนิดที่ว่ามีรายรับอยู่ที่ 476 ดอลลาร์ ขณะที่มีรายจ่ายต่อเดือนสูงถึง 2,000 ดอลลาร์ เขาจึงไม่รอช้า ปั้นสตาร์ทอัพขึ้นมาใหม่ภายใน 7 วัน โดยอาศัยวิธีดังต่อไปนี้

วันที่ 1สร้างไอเดีย Startup ที่ยอดเยี่ยม

ธุรกิจหรือ สตาร์ทอัพ ที่ประสบความสำเร็จนั้นล้วนเริ่มต้นมาจากไอเดียที่ดี แต่คุณไม่ควรหมกมุ่นอยู่กับมันเป็นอาทิตย์ ควรใช้เวลาแค่วันเดียว โดยหนังสือเล่มนี้ได้พูดถึงองค์ประกอบ 9 ข้อในการสร้างไอเดียที่ดี แต่ทางเราขอคัดมานำเสนอ 3 ข้อหลักๆ ดังนี้

  • เป็นงานประจำวันที่ทำแล้วสนุก แน่นอน! คงไม่มีใครอยากทำงานที่น่าเบื่อหรอก ซึ่งหากงานสตาร์ทอัพของคุณไม่สนุกแล้วล่ะก็ คุณอาจหมดแรงบันดาลใจและล้มเลิกมันในท้ายที่สุด
  • ผลิตภัณฑ์เหมาะสมกับผู้ประกอบการ คุณต้องรู้จริงในผลิตภัณฑ์หรือสินค้าทีคุณขาย ใครหลายคนอาจเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตลาด แต่เชื่อเถอะหากมันไม่เหมาะกับคุณ คุณจะเสียเวลาและรู้สึกแย่กับสินค้าตัวนั้นแน่ๆ
  • มีความต้องการของตลาดสูง เราได้บอกไปข้างต้นแล้วว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณทำนั้นต้องเหมาะสมกับตัวคุณ แต่นั่นยังไม่เพียงพอ มันต้องมีความต้องการของตลาดด้วย หากคุณชอบทำจริง เหมาะสมกับคุณจริง แต่ไม่มีใครอยากซื้อ คุณจะเอากำไรมาจากไหน จริงไหม?

วันที่ 2 – ใช้แนวคิด MVP

MVP ในที่นี้ย่อมาจาก Minimum Viable Product แปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า “ผลิตภัณฑ์ที่พอใช้การได้” ใช่แล้ว! คุณต้องเข็น MVP ออกมาก่อนในช่วงแรก แต่ยังไง สตาร์ทอัพ ก็ตามยังมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ MVP อยู่ เนื่องจากคนส่วนใหญ่จะโฟกัสไปที่ Minimum (น้อยที่สุด) มากกว่าเน้นไปที่ Viable (ใช้การได้) ทำให้พวกเขาสร้างผลิตภัณฑ์ที่แย่กว่าสินค้าที่มีอยู่แล้วในตลาดขึ้นมา หนักเขาอาจแย่มากจนใช้การไม่ได้ เพราะงั้นคุณควรสร้าง MVP ที่มอบประสบการณ์ให้ลูกค้าคล้ายกับผลิตภัณฑ์จริงมากที่สุด

วันที่ 3 – ตั้งชื่อธุรกิจ

มีหลายเหตุผลด้วยกันที่คุณไม่ควรใช้เวลานานในการตั้งชื่อ แต่เหตุผลหลักเลยก็คือ คุณสามารถเปลี่ยนชื่อทีหลังได้ ดูอย่าง Google สิ ก่อนหน้านี้ยังเคยชื่อ BackRub เลย นอกจากนี้ไม่ว่าคุณจะชื่ออะไรลูกค้าเขาก็สนใจผลิตภัณฑ์ของคุณมากกว่าอยู่ดี แต่ยังไงก็ตามข้างล่างนี้คือหลักการตั้งชื่อธุรกิจที่ดีซึ่งทำให้คุณได้ชื่อบริษัทภายใน 1 วัน

  • ถ้าเลือกชื่อที่ยังไม่มีใครใช้จะดีมาก
  • พยายามให้ชื่อนั้นสั้นกว่า 12 ตัวอักษร หรือสามารถย่อได้
  • ลูกค้าเรียกได้แบบคล่องปาก
  • ชื่อเข้ากับไอเดียของธุรกิจคุณ
  • ยิ่งกว้างยิ่งดี เผื่อคุณขยายผลิตภัณฑ์ไปสาขาอื่นๆ ในอนาคต
  • คุณต้องชอบชื่อนั้นด้วย

วันที่ 4 สร้างเว็บไซต์ให้เสร็จภายใน 1 วันด้วยงบไม่ถึง 100 ดอลลาร์

การสร้างเว็บไซต์มีจุดประสงค์หลักอยู่ 2 อย่าง นั่นคือ สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า และเป็นตัวช่วยในการขายสินค้า ซึ่งในหนังสือ สตาร์ทอัพสร้างได้ใน 7 วัน ได้แนะนำวิธีสร้างเว็บไซต์ด้วยงบ 100 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,300 บาท) ไว้ดังนี้

  • จดทะเบียนเว็บไซต์ที่ com (4 ดอลลาร์ – 5 นาที)
  • เช่า Server (4 ดอลลาร์/เดือน – 10 นาที)
  • ติดตั้ง WordPress (ฟรี – 15 นาที)
  • เลือก Theme ที่ใช้กับหน้าเว็บไซต์ (69 ดอลลาร์ – 1 ชั่วโมง)

วันที่ 5 – นำธุรกิจออกสู่ตลาด

ในหัวข้อนี้ Dan Norris ได้นำเสนอ 10 วิธีนำธุรกิจออกสู่ตลาด แต่โดยรวมแล้ว 10 วิธีดังกล่าวมีจุดประสงค์เดียว นั่นคือให้ลูกค้ารู้ว่าธุรกิจของคุณทำอะไร ไม่ว่าจะด้วยวิธีการสร้างคอนเทนต์บนเว็บไซต์ เข้าเว็บบอร์ดหรือชุมชมออนไลน์ จนไปถึงทำงานให้ชาวบ้านแบบฟรีๆ เพื่อให้เกิดการบอกต่อแบบปากต่อปาก

วันที่ 6ตั้งเป้า

คุณต้องกำหนดตัวชี้วัดเพื่อประเมินธุรกิจว่าควรไปในทิศทางไหน แต่ธุรกิจหนึ่งมีการทำงานตั้งหลายแบบ แล้วจะใช้ตัวชี้วัดไหนดีล่ะ? คำตอบก็คือคุณควรใช้ “ตัวชี้วัดเดียวที่สำคัญ” หากธุรกิจคุณได้กำไรจากผู้สมัครสมาชิกบนเว็บไซต์ คุณก็ควรเน้นไปที่จำนวนผู้สมัครสมาชิก โดยอาจพิจารณาจากต้นทุนต่อผู้สมัคร 1 คน นอกจากนั้นคุณอย่าลืมกำหนดด้วยว่าอยากได้กำไรต่อเดือนเท่าไร และพยายามทำให้ถึงยอดนั้น

วันที่ 7เปิดตัว

ขอบอกก่อนเลยว่าวันเปิดตัวก็เหมือนกับวันอื่นๆ นั่นแหละ เพราะฉะนั้น คุณอย่าพึ่งไปเครียดหากธุรกิจของคุณเปิดตัวไม่สวยเท่าไรในวันแรก คุณยังมีเวลาในการทำให้มันดีขึ้นอีกตั้งเยอะ

ครั้งหนึ่ง Dan Andrews แห่งรายการ The Tropical MBA เคยบอกเอาไว้ว่าเราต้องใช้เวลา 1,000 วันในการสร้างธุรกิจ แล้ววันเปิดตัวก็เป็นแค่ 1 วันของ 1,000 วันเท่านั้น

ทั้งนี้ นอกจากวิธีการที่ใช้ในแต่ละวันที่เรานำเสนอไปแล้ว หนังสือสตาร์ทอัพสร้างได้ใน 7 วันยังมีเนื้อหาอีกมากมายที่น่าสนใจ เช่น องค์ประกอบ 9 ข้อในการคิดไอเดีย (วันที่ 1) 10 วิธีนำธุรกิจออกสู่ตลาด (วันที่ 5) วิธีขัดเกลาโมเดลสตาร์ทอัพ (บทหลังจากวันที่ 7) ฯลฯ

ซึ่งหากใครสนใจ สตาร์อัพสร้างได้ใน 7 วัน ก็สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

 

แสดงความคิดเห็น