Ooca บริการ “ปรึกษาจิตแพทย์” ผ่านช่องทางออนไลน์

เริ่มแรก เราต้องการทำให้คนที่ไม่กล้าไปหาหมอ ไม่กล้าไปปรึกษา มีช่องทางที่สามารถเข้าไปปรึกษาได้อย่างง่ายๆ ทำให้ลดปัญหาสังคมที่อาจจะเกิดขึ้นจากความเครียดสะสม

เทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นทำให้คนเราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ที่แต่ละคนล้วนโชว์ในสิ่งที่เป็นด้านดีของตัวเอง ยิ่งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือโซเชียลมีเดีย ได้รับความนิยมมากขึ้น บางครั้งอาจจะมีอิทธิพลที่ส่งผลต่อความรู้สึกให้ผู้คนบนสังคมออนไลน์รู้สึกว่าชีวิตตัวเองด้อยกว่าทุกคน ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าขึ้น

คนไทยหลายคน อาจจะเคยมีความเครียดสะสม รู้สึกจิตใจเหนื่อยล้าแต่ไม่กล้าไปหาหมอ ไปพบจิตแพทย์ เพราะมีความเชื่อว่า ต้องเป็นโรค หรือ มีอาการทางประสาทเท่านั้นถึงจะต้องไปพบจิตแพทย์ ซึ่งในความเป็นจริงจะเป็นแบบนั้นหรือไม่ วันนี้ คุณกัญจน์ภัสสร สุริยาแสงเพ็ชร์ ผู้ก่อตั้ง Ooca จะมาไขคำตอบให้ได้ทราบกัน

 

Ooca ปรึกษานักจิตวิทยา ผ่านวิดีโอคอล

โดย Ooca เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเชื่อมต่อระหว่าง นักจิตวิทยากับจิตแพทย์ผ่าน ระบบ Face to Face Video Call โดยสตาร์ทอัพตัวนี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตคนไทยได้อย่างไร คุณกัญจน์ภัสสร สุริยาแสงเพ็ชร์ ผู้ก่อตั้ง Ooca  เปิดเผยว่า เริ่มแรก เราต้องการทำให้คนที่ไม่กล้าไปหาหมอ ไม่กล้าไปปรึกษา มีช่องทางที่สามารถเข้าไปปรึกษาได้อย่างง่ายๆ ทำให้ลดปัญหาสังคมที่อาจจะเกิดขึ้นจากความเครียดสะสม รวมไปถึงปัญหาทางด้านสุขภาพจิตอื่นๆ อีกด้วย

ซึ่งที่มาของ Ooca เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวของเราเอง สมัยไปใช้ทุนที่ต่างจังหวัดค่ะ ตอนนั้นตัวเองมีความเครียดและต้องการไปปรึกษากับอาจารย์ที่เป็นจิตแพทย์ เพราะว่าเราลองทำทุกอย่างแล้วทั้งปรึกษาเพื่อน ไปวัดฟังธรรม ไปหาหมอดู มันก็ไม่สามารถช่วยเราจัดการปัญหาของเราได้ รวมไปถึงเราอยากให้เรื่องของเราเป็นความลับ บวกกับในต่างจังหวัดมีผู้ให้บริการอยู่น้อยมาก เราเลยต้องเดินทางเข้ากรุงเทพ เพื่อไปพบอาจารย์และเข้ารับการปรึกษา ซึ่งทำให้เรารู้สึกประทับใจว่าการที่เราเข้าปรึกษาเฉยๆ ก็สามารถช่วยทำให้ความรู้สึกของเราดีขึ้นได้มาก รวมไปถึงคงจะมีคนไม่น้อยที่มีปัญหาแบบเรา แต่ว่าไม่มีทางออก หาทางออกไม่ได้ เราเลยอยากจะแก้ปัญหาตรงนี้ ลดช่องว่างของการเข้าถึงผู้ให้บริการทางแพทย์ลดลง”

 

ทุกการเริ่มต้น ย่อมมีอุปสรรคเสมอ

หลังจากที่ใช้เวลาในการหาข้อมูล และเริ่มลงมือทำแบบจริง ๆ จัง ๆ มาประมาณ 1 ปี และปล่อยให้บริการแบบ Close Beta มาเป็นระยะเวลา 2 เดือน ทำให้คุณกัญจน์ภัสสร รู้ซึ้งถึงอุปสรรคที่เข้ามาทุกช่วงเวลาของการทำธุรกิจ

“อุปสรรคที่เข้ามามันมีหลายอย่างมาก ทั้งเรื่องการทำงาน การหาทีม การริเริ่ม เงินทุน การพยายามให้ความรู้กับกลุ่มเป้าหมาย เพราะธุรกิจสตาร์ทอัพแบบเราเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องทำให้สังคมเข้าใจ แต่หลังจากที่เราเริ่มเปิดให้บริการไป ก็เริ่มรู้สึกขึ้นมาแล้วว่า มันคุ้มค่าที่เราได้ลงมือทำ Ooca ขึ้นมา เพราะมีลูกค้าหลายท่านเข้ามาขอบคุณหลังไมค์เยอะมาก ส่วนใหญ่จะบอกว่าขอบคุณมากที่เราสามารถช่วยเค้าได้ ซึ่งนี่แหล่ะที่เป็นกำลังใจที่ดี ที่ทำให้เราสามารถพัฒนาตัวเองต่อไป ถึงแม้อุปสรรคมันจะมากมายแค่ไหนก็ตาม”

 

เปิดตัวแรง ดึงความสนใจของคนไทยทั้งประเทศ

ปัญหาใหญ่ของการไปพบจิตแพทย์ในสมัยก่อนก็คือ การเดินทางที่ยากลำบาก สถานที่รักษาที่น้อย รวมถึงความคิดของคนไทยที่ชอบคิดกันไปเองว่า ต้องเป็นคนสติไม่ดีเท่านั้น ถึงจะต้องไปพบจิตแพทย์ แต่ตอนนี้เริ่มมีสื่อออนไลน์ดังๆ หลายแห่งให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรคซึมเศร้า เรื่องปัญหาความเครียด และการปรึกษาจิตแพทย์ไว้มากมาย ทำให้คนไทยเปิดใจมากขึ้น โดยเฉพาะกับเด็กวัยรุ่นยุคใหม่ที่นิยมหาข้อมูลบนโลกออนไลน์เป็นหลัก ทำให้รู้สึกถึงความใกล้ตัวของปัญหานี้

ซึ่งการที่ Ooca เข้ามาช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา ทำให้มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาใช้บริการกันอย่างแพร่หลาย ในระยะเวลา 2 เดือนที่เริ่มทำการทดลอง มีคนเข้ามาลงทะเบียนในระบบมากถึง 1,400 คน และมีจำนวน Complete Call ที่โทรเข้ามาขอคำปรึกษาไปแล้วมากกว่า 300 ครั้ง เรียกได้ว่าเป็นการเปิดตัวที่ได้ผลตอบรับกลับมาอย่างท่วมท้นเลยก็ว่าได้

“วิธีการดึงลูกค้าเข้ามา เราก็อาศัยการทำ Content Facebook เป็นหลักค่ะ และที่เหลือก็ได้รับความกรุณาและได้รับความสนใจจากสื่อต่างๆ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์เข้ามาทำประชาสัมพันธ์ ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ช่วยบริหารจัดการการทำงานและการสื่อสารภายในทีมมากมาย โดยเรายึดสิ่งที่สำคัญคือการจัด Priority ในการทำงาน เพราะสิ่งที่ต้องทำมีเยอะมากแต่ว่าจำนวนบุคลากรมีจำกัด เราต้องจัดการเรื่องที่เฉพาะหน้าและเร่งด่วนให้ได้ก่อน”

 

โมเดลธุรกิจแบบนี้ หลาย ๆ คนย่อมสงสัยว่าเป็นธุรกิจแรกในประเทศไทยเลยรึเปล่า

ด้วยความที่โมเดลธุรกิจของ Ooca เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่แหวกกฎวิสัยทัศน์ของคนไทยมาก ถึงแม้จะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่รู้สึกเช่นนี้อยู่ แต่ก็อาจจะดูเหมือนเป็นส่วนน้อย ทำให้ไม่มีใครกล้าริเริ่มจับตลาดตรงนี้ ซึ่งในเรื่องของคู่แข่งนั้น คุณกัญจน์ภัสสร ได้เล่าให้ฟังว่า

“คู่แข่งเราก็มีบ้างค่ะ แต่จุดเด่นที่ทำให้ Ooca เหนือกว่าคู่แข่งก็คือ เราแก้ปัญหาโดยตรงของเรื่องปมการเปิดเผยตัวตนของ ผู้ป่วย ความแข็งแรงของ Branding ในเรื่องการปรึกษาทางจิตวิทยา การออกแบบแพลตฟอร์มสำหรับการปรึกษาทางจิตวิทยาโดยเฉพาะ รวมถึงจำนวนของผู้ให้บริการทางจิตวิทยาและนักจิตวิทยาที่มีเยอะที่สุดค่ะ”

 

ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่ Ooca จะพัฒนาต่อไปในอนาคต

หลังจากได้ยินถึงจุดเด่นของ Ooca กันไปก็ทำให้หลาย ๆ คนเริ่มเกิดความสนใจแล้วใช่มั้ยล่ะครับ เพราะไม่ต้องเปิดเผยตัวตนออกไปให้ใครรู้ก็สามารถ ปรึกษาจิตแพทย์ออนไลน์ เพื่อสอบถามอาการ ความเครียด และความแปรปรวนของอารมณ์ตัวเองได้เลย เรียกได้ว่า Ooca ศึกษาตลาด และพฤติกรรมของคนไทยมาเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

และแน่นอนว่าในอนาคต Ooca จะไม่หยุดตัวเองอยู่เพียงเท่านี้ แต่มุ่งมั่นจะพัฒนาต่อไปในส่วนของการทำ Mobile Application

“ปัจจุบัน Ooca ยังเป็น Web-Based Application อยู่ ตอนนี้เรากำลังเร่งพัฒนาส่วนที่เป็น Mobile Application เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และขยายการให้บริการไปยังสาขาอื่นๆ ต่อไปค่ะ” คุณกัญจน์ภัสสร ทิ้งท้าย

 

แสดงความคิดเห็น