มองศักยภาพเวียดนามก่อนลงทุน

เวียดนาม เป็น 1 ประเทศในกลุ่ม CLMV ซึ่งประกอบไปด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมาร์และเวียดนาม ทั้ง 4 ประเทศ เพิ่งได้เข้ามาเป็นสมาชิก AEC แต่แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวในตำแหน่งที่ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่น่าสนใจมาก เศรษฐกิจของ CLMV ที่ขยายตัวดีส่งผลให้สามารถดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศเวียดนามที่มีความพร้อมในด้านต่างๆมากกว่าประเทศอื่นๆด้วยกันในกลุ่ม CLMV

ก่อนจะเริ่มการลงทุนในประเทศเวียดนามหรือแม้แต่ประเทศอื่นๆในกลุ่ม AEC เริ่มแรกควรศึกษาว่าได้ผลประโยชน์อย่างไรต่อการค้าและการลงทุนในกรอบข้อตกลงความร่วมมือกันระหว่างชาติอาเซียน ผลประโยชน์การรวมตัวกันในกลุ่มอาเซียนนั้น เพื่อทำให้ตลาดและฐานการผลิตเป็นฐานเดียว ส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันทางการค้ากับภูมิภาคอื่น ขณะเดียวกันในกลุ่มของอาเซียนเองก็มีการรวมตัวกันในกลุ่มของเศรษฐกิจ เพื่อทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนกับภูมิภาคอื่น เช่น อาเซียน-อียู อาเซียน-ไชน่า อาเซียน-เจแปน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ผู้ที่ต้องการลงทุนจำเป็นต้องศึกษา เพราะกรอบความร่วมมือต่างๆนี้ ตัวผู้ลงทุนจำเป็นต้องนำประโยชน์จากข้อตกลงนั้นมาใช้ทางเศรษฐกิจ

กรอบข้อตกลงความร่วมมือในการรวมกลุ่มนั้นจะมีการให้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ซึ่งเรียกว่าสิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร สำหรับนักลงทุนที่อยากทำการค้ากับอาเซียนเรียกว่า เขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area: AFTA) สามารถดูได้ว่ามีการให้สิทธิประโยชน์อย่างไร ส่วนนักลงทุนที่ต้องการลงทุนที่สหรัฐฯ อาจต้องศึกษาสิทธิประโยชน์ เขตการค้าเสรีในภูมิภาคอเมริกา (Free Trade Area of the America : FTAA) เพื่อนำประโยชน์มาใช้เชิงธุรกิจ

นอกจากนี้เสาหลักทั้งสามเสาของ AEC ที่ประกอบไปด้วย ด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านสังคมและวัฒนธรรม สุดท้ายคือด้านเศรษฐกิจ 3 เสาหลักนี้ สามารถหยิบมาใช้เพื่อวิเคราะห์พิจารณาการลงทุนได้ เช่น ด้านการเมืองและความมั่นคง เมื่อต้องการลงทุนที่ประเทศเวียดนามนั้น ควรศึกษาว่าการเมืองและความมั่นคงภายในประเทศเวียดนามนั้นเป็นอย่างไร มีเสถียรภาพหรือไม่ มีความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนอย่างไร และนำสิ่งเหล่านี้มาวิเคราะห์ใช้ประโยชน์

นอกจากต้องศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างเวียดนาม หากเป็นผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าไปลงทุนในประเทศเวียดนามจะได้ประโยชน์อย่างไรบ้าง ระหว่างเวียดนามและกลุ่ม EU ซึ่งประเทศเวียดนามได้ทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างเวียดนามและประเทศกลุ่ม EU ในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ซึ่งสิ่งที่เวียดนามให้ความสำคัญทางการค้ากับยุโรปนั้นคือ จุดแข็งด้านเสื้อผ้าและสิ่งทอ นอกจากนี้เวียดนามยังพยายามเจาะเข้าไปในตลาดยุโรปในด้านสินค้ากลุ่มเครื่องหนังและรองเท้าอีกด้วย

“ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดในการลงทุนที่เวียดนาม นอกจากต้องศึกษาข้อตกลงในด้านต่างๆแล้ว ผู้ประกอบการไทยและคนไทยต้องปรับมุมมองสำหรับประเทศเวียดนามใหม่ จากเดิมที่มองเวียดนามเป็นคู่แข่งก็เปลี่ยนมาเป็นคู่ค้า”

เมื่อเวียดนามทำFTAกับยุโรปแล้ว ภาษีนำเข้าอยู่ที่ 0% ในขณะที่ประเทศไทยภาษีนำเข้าสิ่งทอนั้นอยู่ที่ประมาณ 20% เพราะฉะนั้นอยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าไปลงทุนในเวียดนามว่าควรมองให้ไกลในฐานะนักลงทุน จะแทรกตัวเข้าไปในตลาดเวียดนามได้อย่างไร มองเข้าไปว่าสินค้าตัวไหนจะเข้าไปบุกตลาดได้ และต้องมองศักยภาพและปัจจัยที่เป็นทุนเดิมของตัวเองว่าสามารถเข้าไปอยู่ในตลาดเวียดนามในรูปแบบใด เช่น ธุรกิจทางบ้านมีพื้นฐานเรื่องการผลิตเสื้อผ้าส่งออก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถเริ่มต้นสิ่งใหม่จากสิ่งที่เป็นทุนเดิมของครอบครัวได้ แต่หมายความว่าควรนำความรู้ความสามารถที่เป็นต้นทุนของตัวเองออกมาใช้

“ทั้งนี้อยากให้มองอนาคต นอกจากการค้าในประเทศแล้ว ตัวผู้ประกอบการเองสามารถค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม AEC ได้อย่างไร สามารถใช้กลุ่มเพื่อนบ้านประเทศอาเซียนเป็นสะพานก้าวสู่ตลาดในภูมิภาคอื่นนอกกลุ่ม AEC ได้อย่างไร นั่นก็คือการศึกษากรอบความร่วมมือต่างๆที่ในแต่ละประเทศอาเซียนลงนามระหว่างกัน แล้วนำประโยชน์จากกรอบความร่วมมือเหล่านั้นมาสู่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ เมื่อเข้าสู่ตลาด AEC ทุกอย่างจะเคลื่อนย้ายอย่างเสรี ทั้งทรัพยากร สินค้า ทุน แรงงงาน และการบริการ”

ด้านกฎหมายและกฎระเบียบในประเทศเวียดนาม สินค้าในแต่ละประเภทนั้นกฎไม่เหมือนกันและมีการปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ทั้งกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวกับการค้า กฎหมายแรงงาน กฎหมายที่ดิน กฎหมายเกี่ยวกับการทำธุรกิจ จะต้องคอยติดตามอยู่เสมอ กฎระเบียบของประเทศเวียดนามนั้นถ้ามีการประกาศใช้จะประกาศว่าฉบับใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ส่วนของเก่าจะไม่ได้ประกาศว่ายกเลิกแล้ว แตกต่างกับของประเทศไทยที่หากมีการออกกฎระเบียบหรือกฎหมายจะมีการประกาศอยู่เสมอว่าของเก่านั้นยกเลิกตั้งแต่เมื่อไหร่ และของใหม่มีผลตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นจากการที่เวียดนามไม่มีประกาศว่ายกเลิกใช้นั้นส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดตามกฎระเบียบของเวียดนามเสมอว่าฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงใด

มีเรื่องที่ทุกคนมักมองข้ามแต่ถือว่าสำคัญอย่างมากในแง่ของการสร้างความสัมพันธ์และเครือข่ายทางธุรกิจที่ดีคือ สามารถใช้ภาษาประเทศบ้านเขาได้ การเรียนภาษาเวียดนามเพิ่มเติมไม่น่าจะใช่เรื่องยากมากนัก หากว่าสามารถพูดภาษาเวียดนามได้ จะเป็นจุดที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่คู่ค้าในการสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการรวมทั้งได้มิตรภาพที่ดีในประเทศเวียดนาม การพูดภาษาถิ่นได้นั้นจะส่งผลเชิงบวกในด้านต่างๆที่ส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

ทั้งนี้การศึกษาตลาดที่เวียดนามก็เป็นสิ่งสำคัญ สังเกตได้ว่าผลิตภัณฑ์ของประเทศไทยที่วางตามตลาด ห้างสรรพสินค้าจะไม่เหมือนกัน หากสินค้าได้วางชั้นบนของที่วางขายสินค้าแปลว่าสินค้านั้นขายดี สิ่งนี้ก็เป็นเครื่องมือชี้วัดข้อมูลภาคสนามถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นว่าเป็นอย่างไร ขณะเดียวกันก็ได้เรื่องของสัดส่วนทางการตลาดว่ากลุ่มที่หยิบสินค้าของเรานั้นเป็นกลุ่มใดบ้าง เป็นข้อมูลในการวางแผนการตลาดเชิงรุกในประเทศเวียดนามได้ เนื่องจากเวียดนามเป็นชนชาติที่แต่ละภูมิภาคในประเทศพฤติกรรมผู้บริโภคแตกต่างกัน สินค้าที่ผลิตจำหน่ายก็ควรตอบสนองผู้คนในแต่ละภูมิภาค ถ้าเป็นอาหารจากไทยนั้นสามารถส่งขายได้ทุกภูมิภาค ประเทศเวียดนามนิยมบริโภคอาหารจากประเทศไทยมาก แต่ถ้าสินค้าอื่นๆ จำเป็นต้องศึกษาอุปนิสัย

เวียดนามตอนบน – ลักษณะผู้คนสมถะ นิยมสินค้าที่คงทนถาวรใช้ได้ยาวนาน ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าแบรนด์เนม ลักษณะการบริโภคอาหารไม่นิยมรสจัด
เวียดนามตอนกลาง – ไม่ใช่พื้นที่สินค้าแบบที่ประเทศไทยจะผลิตไปขาย จะเป็นลักษณะพื้นที่ราบสูง เหมาะแก่การทำพืชผลทางการเกษตร กาแฟ ดอกไม้เมืองหนาว กล้วยไม้ เป็นเขตเศรษฐกิจ
เวียดนามตอนใต้ – ตั้งแต่โฮจิมินลงมา อุปนิสัยคล้ายคนไทย เป็นกันเอง สนุกสนาน จากคู่ค้าสามารถกลายเป็นเพื่อนได้สำหรับเวียดนามใต้โฮจิมินลงมาติดกับแม่น้ำโขงและมหาสมุทร – เหมาะแก่ผู้ประกอบการที่ต้องการทำประมงหรือพืชเกษตร เนื่องจากโซนนี้เป็นโซนเลี้ยงกุ้ง ปลา และโซนแปรรูปอาหาร ถ้าหากเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการทำสินค้าแปรรูปต้องมาที่โซนนี้

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

sme BBL_How to go _ มองศักยภาพเวียดนามก่อนลงทุน

658 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น