กาแฟรุ่ง เครือข่ายร้านกาแฟแห่ผุดเป็นดอกเห็ด

ธุรกิจกาแฟในเมืองไทยเติบโตอย่างสดใส เครือข่ายร้านกาแฟทั้งไทยเทศขนทัพมาเปิดตัว “คอฟฟี่ คลับ” จากออสเตรเลีย “ทัม แอนด์ ทัมส์” จากเกาหลีใต้ “ดีน แอนด์ เดลูก้า” “เดอะ คอฟฟี่บีน แอนด์ ทีลีฟ” จากอเมริกา และล่าสุด คือ “คอสต้า” จากอังกฤษ

“กาแฟ” ถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมเมือง ที่หันมาบริโภค “กาแฟสด” กันมากขึ้น อีกทั้งในแง่ของผู้ประกอบการในช่วงระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา เราสามารถพบร้านกาแฟอยู่ตามสถานที่ต่างๆทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟโบราณ ที่เปิดเองหรือเป็นรถเข็น รวมทั้งร้านกาแฟขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ตลอดจนถึงร้านกาแฟระดับพรีเมี่ยม  ซึ่งกลายเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งของตลาดกาแฟในประเทศไทย

การแข่งขันของธุรกิจร้านกาแฟ
ปัจจุบัน ร้านกาแฟที่กระจายอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็น “ร้านกาแฟสด” ซึ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาด พร้อมกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจร้านกาแฟประเภทคอฟฟี่ช็อป ที่มีการดำเนินกิจการในรูปแบบเครือข่าย ซึ่งครองส่วนแบ่งทางการตลาดร้อยละ 75.0 ของมูลค่าตลาดคอฟฟี่ช็อปทั้งหมด มีมูลค่าประมาณ 17,397 ล้านบาท  โดยผู้ประกอบการในแต่ละรายล้วนมีจุดเด่นของแบรนด์ที่แตกต่างกันออกไป เช่น “สตาร์บัคส์” วางตำแหน่งเป็นกาแฟพรีเมี่ยม เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูง  “คาเฟ่ อเมซอน” มีกลุ่มเป้าหมาย คือนักท่องเที่ยว เนื่องจากร้านกาแฟตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมันเป็นส่วนใหญ่ “ทรู คอฟฟี่” วางตำแหน่งเป็นกาแฟพรีเมี่ยม มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่มีรายได้สูง โดยมีกลยุทธ์หลัก คือการขยายสาขาไปยังศูนย์การค้า มหาวิทยาลัย คอมมูนิตี้มอลล์ ตลอดจนแหล่งชุมชนต่างๆ
ด้าน อโรม่า กรุ๊ป ซึ่งมีแฟรนไชส์กาแฟสด “ชาวดอย” มีกลุ่มเป้าหมายระดับกลางและนักท่องเที่ยวที่แวะตามปั๊มน้ำมัน ซึ่งข้อได้เปรียบของ อโรม่า กรุ๊ป คือการทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยังปลายน้ำ โดยผู้ที่เข้ามาลงทุนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเรียกเข้า ดำเนินการในการลงทุนทำธุรกิจ  คุณพริษฐ์ อนุกูลธนาการ ผู้ช่วยกรรมการบริหาร  กลุ่มบริษัทในเครือ อโรม่า กรุ๊ป กล่าว
จากที่กล่าวมา คือ จุดเด่นของผู้ประกอบในแต่ละราย  ซึ่งส่งผลให้ร้านกาแฟในรูปแบบเครือข่ายมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 72.5 ของร้านคอฟฟี่ช็อปทั้งหมด
เครื่องดื่มกาแฟโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟคอฟฟี่ช็อปหรือคาเฟ่ มีราคาขายต่อแก้วที่แตกต่างกันออกไป เริ่มตั้งแต่ 20-30 ไปจนถึง 100 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตและคุณภาพของเครื่องดื่ม โดยสามารถแบ่งตลาดธุรกิจร้านกาแฟตามระดับราคาได้เป็น ตลาดพรีเมี่ยม มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 47.0 คิดเป็นมูลค่า 8,240 ล้านบาท มีอัตราเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 10.8 ต่อปี ซึ่งเป็นเป็นร้านกาแฟที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยในช่วง 2-3 ปีหลังมีร้านกาแฟอันดับหนึ่งจากต่างประเทศเข้ามาเปิดในไทยหลายราย  เช่น “คอฟฟี่ คลับ” จากออสเตรเลีย “ทัม แอนด์ ทัมส์” จากเกาหลีใต้ “ดีน แอนด์ เดลูก้า” “เดอะ คอฟฟี่บีน แอนด์ ทีลีฟ” จากอเมริกา และล่าสุด คือ “คอสต้า” จากอังกฤษ ซึ่งการเข้ามาจากร้านกาแฟต่างประเทศ ส่งผลให้ธุรกิจร้านกาแฟมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทั้งในเรื่องโปรโมชั่นและการขยายสาขา
ด้านตลาดกาแฟในระดับกลางและระดับล่าง มีมูลค่าประมาณ 9,157 ล้านบาท ส่วนใหญ่ดำเนินกิจการ แบบร้านกาแฟอิสระ ภายใต้ชื่อเพียงร้านเดียว เช่น “คาเฟ่ อเมซอน” ที่ดำเนินกิจการในรูปแบบเครือข่ายร้านกาแฟ ถือเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุด ร้อยละ 20.0 ของมูลค่าตลาดกลางและล่าง ซึ่งตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ตลาดกาแฟระดับกลางและระดับล่างเติบโตมาจากจำนวนสาขาที่มากที่สุดครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วไป เพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการได้ง่าย
คุณพริษฐ์ กล่าวว่าการเพิ่มขึ้นของร้านกาแฟทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ดังนั้นธุรกิจกาแฟแต่ละแบรนด์ย่อมมีคาแรคเตอร์ของตัวเองที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ “มาตรฐาน” อยู่ที่ว่าใครจะรักษามาตรฐานและเครือข่ายได้ดีกว่ากัน วันนี้ใครทำธุรกิจแฟรนไชส์ต้องควบคุมเรื่องมาตรฐาน ถ้าไม่ควบคุมถือว่าเป็นการฆ่าตัวตาย หลายแบรนด์ที่อยู่ในตลาดต้องมีระบบ รวมทั้งเงื่อนไขการลงทุนที่น่าสนใจ
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจกาแฟเติบโต มาจากการเพิ่มจำนวนสาขาของผู้ประกอบการชาวไทยชาวต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะร้านกาแฟเครือข่าย ซึ่งผู้ประกอการในแต่ละรายล้วนใช้เป็นกลยุทธ์หลักในการเพิ่มยอดขาย อาทิ ทรู คอฟฟี่ ตั้งเป้าขยายสาขาให้ครบ 400 สาขา ภายใน 5 ปี สตาร์บัคส์ เพิ่มสาขาใหม่ให้ได้ 20 สาขา ต่อปี กาแฟสดชาวดอย ตั้งเป้าเปิดสาขาให้ได้ 50 จุดต่อปี ซึ่งจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่เกิดขึ้น เช่น ศูนย์แสดงสินค้า ร้านหนังสือ โรงพยาบาล และสถานที่ออกกำลังกาย รวมถึงการขยายสาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แสดงให้เห็นถึงยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่เห็นร้านกาแฟตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ตหรือดิสเคาท์สโตร์ เท่านั้น เป็นการแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของธุรกิจร้านกาแฟที่นับวันยิ่งมีการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการแต่ละรายจำเป็นต้องหากลยุทธ์ ทำการตลาด สร้างการประชาสัมพันธ์  บริการ เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าที่มีอยู่และความอยู่รอดของธุรกิจ

2_4 ร้านกาแฟไทย

2_2ร้านกาแฟไทย

7458 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น