ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดการขับรถ

“พระองค์ได้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับแหล่งน้ำจืด จึงมีรับสั่งว่าจะเสด็จฯ ไปทอดพระเนตร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไม่อยู่ในจุดหมายและแผนการที่วางไว้แต่แรก เจ้าหน้าที่จึงกราบบังคมทูลว่าเสด็จฯ ไปไม่ได้ แต่พระองค์ตรัสสั้น ๆ ว่า ไปได้”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงโปรดการขับรถมาตั้งแต่เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ และเมื่อทรงเจริญพระชนมพรรษาได้ทรงขอพระราชทานอนุญาตจากสมเด็จพรบรมราชชนนีเพื่อซื้อรถ เฟียต โทโปลีโน (Fiat Topolino) เพราะ “ดูตลก และน่ารักดี” โดยมีพระองค์เจ้าพีระพงศ์ภานุเดช หรือ “นักแข่งเจ้าดาราทอง” ผู้มีชื่อเสียงทั่วยุโรปมาตั้งแต่ก่อนสงครามถวายการฝึกทรงรถ และพระองค์ทรงโปรดรถยนต์ซึ่งเป็นนวัตกรรมล้ำยุคของทศวรรษปี 1930 มาก

Fiat 500 Topolino รถส่วนพระองค์คันแรก

แม้ในการเสด็จพระราชดำเนินเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎรหรือประกอบพระราชกรณียกิจ

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดการขับรถยนต์พระที่นั่งด้วยพระองค์เอง ไม่ว่าระยะทางจะใกล้หรือไกล สภาพถนนจะเป็นเช่นไร หรือใช้เวลานานเท่าใด พระองค์ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งทั้งขาไปและขากลับ โดยไม่ทรงแสดงพระอาการเหนื่อยหรือง่วง

ครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2535 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่บ้านทุ่งเด็จ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อศึกษาพื้นที่โครงการพัฒนาพรุแฆแฆ จนเวลาใกล้ค่ำ พระองค์ได้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับแหล่งน้ำจืดอยู่ที่คลองน้ำจืด จึงมีรับสั่งว่าจะเสด็จฯ ไปทอดพระเนตร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไม่อยู่ในจุดหมายและแผนการที่วางไว้แต่แรก

เจ้าหน้าที่จึงกราบบังคมทูลว่าเสด็จฯ ไปไม่ได้ แต่พระองค์ตรัสสั้น ๆ ว่า “ไปได้” แล้วทรงขับรถยนต์พระที่นั่งออกนำหน้าขบวนรถเจ้าหน้าที่ที่รีบตามเสด็จฯ ไปอย่างรีบเร่ง ในที่สุดรถยนต์พระที่นั่งก็แล่นไปจนสุดทางที่รถยนต์จะไปได้ พระองค์ทรงลงจากรถแล้ว ทรงพระดำเนินพระองค์เดียวเลาะเข้าไปที่ริมคลองน้ำจืดบริเวณสวนผลไม้ชาวบ้านก่อนที่เจ้าหน้าที่และทหารรักษาพระองค์อีกหลายสิบนายจะตามมาถึง นี่เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้เฒ่าวาเด็ง ปูเต๊ะ มีโอกาสเข้าเฝ้าในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งแรก และเป็นที่รู้จักกันต่อมาในนาม “พระสหายแห่งสายบุรี”

ขับรถผ่านซุ้ม

นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวน่าประทับใจเกี่ยวกับการขับรถยนต์พระที่นั่งเรื่องหนึ่ง ที่เกิดขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2498 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งไปบริเวณหมู่บ้านห้วยมงคล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งชาวบ้านกำลังตบแต่งซุ้มเตรียมรับเสด็จฯ ในวันรุ่งขึ้น แต่เนื่องจากชาวบ้านไม่ทราบว่าเป็นรถยนต์พระที่นั่งจึงบอกแก่พระองค์ว่า “ต้องให้ในหลวงเสด็จฯ ก่อน แล้วพรุ่งนี้ถึงจะลอดผ่านซุ้มได้” พระองค์จึงทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเบี่ยงออกไม่ลอดซุ้มนั้น วันรุ่งขึ้นเมื่อทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินอย่างเป็นทางการ จึงมีรับสั่งแก่ชาวบ้านว่า

“วันนี้ ฉันเป็นในหลวง คงผ่านซุ้มนี้ได้แล้วนะ”

เรียบเรียงจาก : หนังสือตามรอยพ่อ ก-ฮ

 

แสดงความคิดเห็น