ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชาที่ทรงรักและห่วงใยทุกชีวิตบนแผ่นดินไทย

“…เรื่องที่ช่วยชาวเขาและโครงการชาวเขานั้นมีประโยชน์โดยตรงกับชาวเขา เพื่อที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ดีขึ้น สามารถที่จะเพาะปลูกสิ่งที่จะเป็นประโยชน์และเป็นรายได้กับเขาเอง”

จดหมายจากชาวเขาถึงพ่อหลวง

ชาวเขา เป็นกลุ่มชนที่อาศัยตามเทือกเขาบริเวณตอนเหนือของประเทศไทย พม่า ลาว เวียดนาม และทางตอนใต้ของจีน มีหลายกลุ่ม เช่น เย้า (เมี่ยน) อะข่า (อีก้อ) แม้ว (ม้ง) ฯลฯ แต่ละกลุ่มมีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง แต่การดำรงชีวิตคล้ายคลึง คือ การทำไร่เลื่อนลอย ล่าสัตว์ และเก็บของป่า ทำให้ไม่มีการตั้งถิ่นฐานถาวร และไม่มีสัญชาติ รวมทั้งในอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน ชาวเขาในหลายพื้นที่ยังปลูกฝิ่นซึ่งเป็นยาเสพติดร้ายแรง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงห่วงใยในคุณภาพชีวิตของชาวเขา แม้ว่าจะเป็นชนกลุ่มน้อย มิใช่คนไทยตามกฎหมาย รวมทั้งทรงตระหนักถึงภัยของยาเสพติดซึ่งส่งผลเสียหายต่อประเทศและสังคมโดยรวม พระองค์จึงเสด็จ ฯ เยี่ยมชาวเขาตามถิ่นทุรกันดารโดยมิทรงย่อท้อ และพระราชทานความช่วยเหลือในหลายๆ ด้าน ทั้งการศึกษา สาธารณสุข โดยเฉพาะการส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาวจนเป็นที่มาของโครงการหลวง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำให้ชาวเขาช่วยเหลือตนเองได้ มีความเป็นอยู่ดีขึ้น และเลิกปลูกฝิ่นในที่สุด

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำริเกี่ยวกับการช่วยเหลือชาวเขาว่า

“…เรื่องที่ช่วยชาวเขาและโครงการชาวเขานั้นมีประโยชน์โดยตรงกับชาวเขา เพื่อที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ดีขึ้น สามารถที่จะเพาะปลูกสิ่งที่จะเป็นประโยชน์และเป็นรายได้กับเขาเอง ที่มีโครงการเช่นนี้ จุดประสงค์อย่างหนึ่งก็คือมนุษยธรรม อยากที่จะให้ผู้ที่อยู่ในที่ทุรกันดารสามารถที่จะมีความรู้และพยุงตัวมีความเจริญได้ อีกอย่างหนึ่งก็เป็นเรื่องช่วยในทางที่ทุกคนเห็นว่าควรจะช่วย เพราะเป็นปัญหาใหญ่ ก็คือปัญหาเรื่องยาเสพติด ถ้าเราสามารถที่จะช่วยชาวเขาให้ปลูกพืชผลที่เป็นประโยชน์มาก เขาจะเลิกปลูกฝิ่น ทำให้นโยบายการระงับการปราบการสูบฝิ่นและการค้าฝิ่นได้ผลดี

“…คำว่าชาวบ้านนี้ จะเรียกชาวบ้านก็ได้ ชาวเขาก็ได้ ก็เป็นชาวบ้านทั้งนั้น เคยไปถามชาวเขาพูดถึงเรื่องว่าจะทำโครงการอย่างไร อะไร เราก็ช่วยกันนะ เขาบอกว่า หมู่เฮาก็เป็นคนไทยเหมือนกัน ก็หมายความว่า เป็นคนไทย เป็นชาวบ้านทั้งสิ้น ช่วยกันทำ เขาก็อยากอยู่ในกฎหมาย ทำงานที่สุจริต”

จากพระมหากรุณาธิคุณ ทำให้พสกนิกรชาวเขารักและเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นอย่างยิ่ง เช่นเมื่อครั้งที่พระองค์ทรงพระประชวร ชาวกะเหรี่ยงบ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ได้เขียนจดหมายแสดงความห่วงใยถึงพระองค์ ผ่านทางท่านผู้หญิงมนัสนิตย์ วณิกกุล ราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ใจความดังนี้

ศาลารวมใจบ้านจันทร์ 

16 ตุลาคม 2552

 เรื่อง พ่อหลวงไม่สบาย ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง รัก เป็นห่วงมาก

เรียน ท่านผู้หญิงมนัสนิตย์ วณิกกุล

เมื่อทราบข่าวว่าพ่อหลวงไม่สบาย ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงตั้งจิตอธิษฐาน ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในบ้านจันทร์ คุ้มครองรักษาพ่อหลวงหายจากอาการไม่สบายโดยเร็ว อยู่คู่กับคนไทยไปนานๆ พ่อหลวงองค์เดียวของแผ่นดิน พ่อองค์เดียวนี้หาไม่มี เมื่อพ่อหลวงสุขสบาย กะเหรี่ยงยิ้มแย้ม มีกำลังใจ เมื่อพ่อหลวงไม่สบาย กะเหรี่ยงเมื่อยล้า หมดแรง อบอุ่นใดไม่เหมือนอบอุ่นอยู่กับพ่อหลวงของเรา กะเหรี่ยงเกิดมาร่วมชาติกับพ่อหลวงไม่มีอะไรตอบแทน นอกจากขอเป็นคนดีของคนไทย

รักและเป็นห่วงพ่อหลวงมาก

ลงชื่อนางวราภรณ์ คำมิสอน

ตัวแทนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง

ความซาบซึ้งของชาวเขาที่มีต่อพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นั้นมีตัวอย่างมากมาย ดังเช่นที่พวกเขาเรียกขานพระองค์ ว่า “พ่อหลวง” และมักกล่าวว่าดีใจที่ได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินไทย ดีใจที่เป็นคนไทยเนื่องจากได้อยู่ใต้ร่มพระบารมี

เรียบเรียงจาก : หนังสือตามรอยพ่อ ก-ฮ

แสดงความคิดเห็น