เหตุใดในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงไม่เคยหยุดพักการทำงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ยังทรงงานจนดึกดื่น (พระองค์ไม่มีวันลาพักร้อนแบบประชาชนทั่วไป) การที่ทรงงานหนักเช่นนี้ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อพสกนิกรของพระองค์

ในวันหยุดพักผ่อนของใครหลายคน แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงไม่เคยได้มีวันลาพักร้อน แบบประชาชนทั่วไป พระองค์ทรงคิดถึงพสกนิกรอยู่ตลอดเวลาแม้ว่าประชวรจนถึงขั้นวิกฤติ แต่ยังทรงงาน ไม่ทรงห่วงพระวรกายของพระองค์เองแม้แต่น้อย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระเมตตาและทรงห่วงใยต่อพสกนิกรอย่างล้นพ้น มีเรื่องราวมากมายที่ไม่อาจกล่าวได้หมด ผู้ที่เคยตามเสด็จหลายท่านได้เล่าให้ฟังว่า พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายอย่างเต็มกำลัง ทรงเดินบุกป่าฝ่าดงอย่างไม่ทรงเหน็ดเหนื่อย ตรงข้ามกับผู้ที่ตามเสด็จที่ต่างอ่อนล้า เมื่อถึงที่พักพวกเขาต่างอิดโรยนอนพักเอาแรงเพื่อตามเสด็จในวันรุ่งขึ้น แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ยังทรงงานจนดึกดื่น (พระองค์ไม่มีวันลาพักร้อนแบบประชาชนทั่วไป) การที่ทรงงานหนักเช่นนี้ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อพสกนิกรของพระองค์

ในที่นี้ขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่พระองค์ทรงมีเมตตาและทรงห่วงใยราษฎร อาทิ ครั้งหนึ่งเมื่อเสด็จฯ เยี่ยมโครงการห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมาถึง ปรากฏว่าฝนตกลงมาอย่างหนักข้าราชการและราษฎรที่เข้าแถวรอรับเสด็จต่างเปียกฝนกัน เมื่อพระองค์เห็นดังนั้นจึงมีรับสั่งให้องครักษ์เก็บร่ม แล้วทรงเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรท่ามกลางสายฝน

หรือจะเป็นพระเมตตาที่พระองค์ทรงห่วงใยต่อราษฎรเสมอ แม้กระทั่งวันที่พระองค์กำลังเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหลังในอีก 5 ชั่วโมง (วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2549) ยังทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์ไว้ เพราะกำลังมีพายุเข้าประเทศ พระองค์จะได้มอนิเตอร์ในการเห็นความเป็นไป เพื่อจะได้ช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

หรือเหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ. 2518

พระองค์ทรงพรประชวรด้วยเชื้อไมโครพลาสมา พระอาการหนักมากจนเป็นวิตกของคณะแพทย์ที่ถวายการรักษา อย่างไรก็ตามพระองค์ทรงห่วงใยพสกนิกรมากกว่าความปลอดภัยของพระองค์ ถึงกับมีพระราชกระแสรับสั่งกับแพทย์ว่า

“จะใช้เวลารักษานานเท่าไร ขอรอไว้ก่อนนะ ฉันทนได้ วันนี้ขอไปดูราษฎร และช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมก่อน”

หรือจะเป็นคำบอกเล่าของ “พล.อ. นายแพทย์ชูฉัตร กำภู ณ อยุธยา” อดีตแพทย์ที่ตามเสด็จเป็นเวลาเกือบ 20 ปี ที่กล่าวไว้ว่า “ที่ภาคใต้ ผมจำไม่ได้ว่าจังหวัดอะไร มีราษฎรมารับเสด็จกันเนืองแน่น….ชาวบ้านหลายคนเข้ามากราบ ขอจับพระหัตถ์ไปกอด จับพระบาทไปลูบไปมา ไม่ว่าราษฎรจะแสดงความรู้สึกจงรักภักดีเนิ่นนานแค่ไหนก็รับสั่งไม่ให้กีดกันเวลาราษฎรเข้าเฝ้า กระทั่งเล็บของใครสักคนข่วนโดนพระหัตถ์ขวาของพระองค์จนพระโลหิตไหล ผมเห็นพระองค์สะดุ้ง แต่ไม่ได้รับสั่งว่าอะไร…”

นี่เป็นเพียงเสี้ยวธุลีหนึ่งในความเมตตาและความห่วงใยที่พระองค์ทรงมีต่อประชาราษฎร สมดังพระราชดำรัสที่ว่า

“…ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง”

แสดงความคิดเห็น