Telkom ออกตัวช่วย SME อินโดฯ ชูดิจิทัลสร้างความได้เปรียบ AEC

เทลคอม PT Telekomunikasi Indonesia (Telkom) โทรคมนาคมของรัฐอินโดนีเซียวางแผนด้านธุรกิจบริการเพื่อช่วยเหลือองค์กรขนาดกลางและย่อม (SMEs) โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินงานธุรกิจเพื่อเป็นการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

เทลคอม ได้วางแผนดำเนินการกล่าวไว้  5 ปีโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการ โดยมูฮัมหมัด อวาลุดดิน ผู้อำนวยการด้านธุรกิจบริการของเทลคอม กล่าวถึงธุรกิจบริการว่า จะมุ่งเน้นในการให้บริการนวัตกรรมดิจิทัลในปีหน้า
ด้วยวิธีการของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2016 อวาลุดดินหวังว่าร้อยละ 10 ของ SME จะสามารถใช้ได้อย่างเต็มที่ และสามารถเข้าสู่การดำเนินการแบบดิจิทัลได้ใน 5 ปี
“ส่วนธุรกิจบริการของเทลคอมได้มุ่งเน้นความเจริญรุ่งเรืองไปสู่ SME ตั้งแต่จุดเริ่มต้น และเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) พวกเราต้องทำให้อินโดนีเซียพร้อมในการแข่งขันสำหรับธุรกิจในภูมิภาค ซึ่งดิจิทัลก็เป็นโอกาสที่ดีในการผลักดันไปสู่ความสำเร็จ” อวาลุดดิน กล่าว
ในเดือนกุมภาพันธ์เทลคอม อินโดนีเซีย กล่าวถึงแผนการใช้เงิน 8 แสนล้านรูเปียห์ (58,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ในปี 2015 เพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจและองค์กรในทุกภาคส่วนนอกเหนือจาก SME ก็ยังมีทางด้านโซลูชั่นองค์กรต่างๆ รวมถึงบริการด้านไอทีสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่และหน่วยงานราชการ
ทั้งนี้ เทลคอมได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตในอุตสาหกรรมไอทีโดยรวม ซึ่งคาดการณ์การเติบโตของภาคส่วนธุรกิจขนาดเล็กไว้ที่ 10-11 % และองค์กรขนาดกลาง 7-8 %  ซึ่ง อวาลุดดิน อธิบายว่า เทลคอมจะเข้าถึง SME ด้วยการสื่อสารด้วยความจริงใจ และหวังจะสร้างสัมพันธ์กับชุมชน รวมถึงขอความร่วมมือ พร้อมกับเตรียมการด้านเครื่องมือที่จำเป็นในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
จากรายงานของบริษัทพบว่าในโปรแกรม “SME  มุ่งสู่ดิจิทัล” ที่ดึงดูด 1 ล้าน SME  นั้นปัจจุบันมียอดใช้งาน  smartbisnis.co.id อยู่ที่ 550,000 ราย
นอกจากนี้ เทลคอม ยังเรียกร้องให้มีการจัดตั้งศูนย์เครือข่าย 330 แห่งสำหรับเครือข่ายใยแก้วนำแสง และให้คำแนะนำรวมถึงการสอนเพื่อส่งเสริมชุมชน หรือที่เรียกว่า “ดิจิทัล วัลเลย์” ในจาการ์ตา, บันดุง, ยอคจาการ์ตา และบาหลี โดย อวาลุดดิน ได้ย้ำเตือนว่า บทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลในธุรกิจได้เป็นภารกิจสำคัญดังเช่น โจโค วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล
ขณะเดียวกัน อวาลุดดิน ได้ทิ้งท้ายโดยมองว่า SME  นับเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจ ซึ่งตอนนี้สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือความรู้ที่จะช่วยให้พวกเขาเป็นตัวดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ “การมีบทบาทเพิ่มขึ้นของโลกดิจิทัล ทำให้ผู้ประกอบการ SME อินโดนีเซีย ควรจะกระตือรือร้นมากกว่านี้ในการเข้าสู่ยุคดิจิทัลเพื่อประโยชน์ แต่พวกเขาจะยังคงมีสมมติฐานต่อนวัตกรรมเหล่านี้ว่ามีราคาแพง ซึ่งเราต้อการแจ้งว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เป็นจริง และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องการช่วยเหลือพวกเขา”

416 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น